ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
บันเทิง » ข่าวบันเทิง » "โย่ง"โฮ!วิวาห์"ก้อย"ซึ้ง"ต่าย-ทิม"คึกปั๊มลูก4คน

"โย่ง"โฮ!วิวาห์"ก้อย"ซึ้ง"ต่าย-ทิม"คึกปั๊มลูก4คน

Posted 06/05/2012 by siamdara

 

 

''โย่ง-ก้อย'' จูงมือเข้าพิธีวิวาห์สุดคลาสสิก จัดแนวย้อนยุค ถือเคล็ดจำนวนขันหมากเลข 5 คล้องกับฤกษ์วันที่ 5 เดือน 5 ปี 55 เตรียมฮันนีมูนที่อินเดีย และเตรียมมีลูกให้ทันใช้ พร้อมให้คำมั่นสัญญาจะรักมากขึ้นทุกวัน

หลังจากคบหาดูใจกันมานาน 10 ปีเต็ม คู่รักนักร้องคนดัง ''โย่ง'' อนุสรณ์ มณีเทศ หรือ ''โย่ง อาร์มแชร์'' และ ''ก้อย'' วลัยลักษณ์ มุสิกโปฎก หรือ ''ก้อย แซทเทอร์เดย์ เซโกะ'' ก็ถือฤกษ์ดีวันที่ 5 เดือน 5 ปี 55 เข้าพิธีวิวาห์ไปอย่างชื่นมื่น ณ พิพิธภัณฑ์มิวเซียม สยาม ท่ามกลางความยินดีของแขกเหรื่อและสื่อมวลชนที่มาร่วมทำข่าวกันอย่างคับคั่ง
 

โดยในช่วงเช้าของวันเดียวกันได้มีการทำพิธีสงฆ์และจัดขบวนแห่ขัน หมากแแบบไทยๆ ก่อนที่ในช่วงบ่ายเวลาประมาณ 14.00 น. จะมีการเปิดตัวคู่บ่าว-สาวในชุดสไตล์วินเทจย้อนยุค โดยทั้งคู่มาในรถโบราณสุดคลาสสิก พร้อมทั้งเปิดใจถึงความรู้สึกในพิธีวิวาห์ครั้งนี้ ซึ่งโย่งและก้อยต่างยอมรับว่ารู้สึกตื่นเต้นและนอนไม่หลับเลยทีเดียว เพราะที่คบกันมา 10 ปีทุกวันก็มีค่าอยู่แล้ว พอวันนี้ก็เหมือนความฝันที่มาเติมเต็มความรักให้สมบูรณ์ก็ยิ่งทำให้มีความ สุข และทั้งคู่ก็ต่างให้คำมั่นสัญญากันและกัน โดยโย่งบอกว่าสัญญาว่าจะรักเหมือนกับสิบปีที่ผ่านมา และจะรักให้มากขึ้นทุกเวลาทุกนาที นอกจากนี้สาวก้อยยังเป็นปลื้มสุดๆ กับการที่แฟนหนุ่มไปฝึกตัดเย็บเสื้อผ้าถึง 3 เดือนเพื่อที่จะตัดชุดเจ้าสาวให้ในวันนี้
 

''แรกเริ่มผมคิดจะให้ของขวัญซึ่งการให้ของขวัญของเราสองคนนั้นมัก เป็นของที่ทำขึ้นเอง และในวันสำคัญแบบนี้ผมก็คิดว่าจะมีอะไรให้ก้อยที่เขาดูแลผมอย่างดีมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเราบอกรักกันทุกวันอยู่แล้ว แต่เมื่อถึงวันสำคัญในวันแต่งงานของผู้หญิงก็คือชุดเจ้าสาว และผมก็อยากทำสิ่งนั้นด้วยตัวเองครับ'' โย่งกล่าว
 

นอกจากนั้น ''โย่ง-ก้อย'' ยังพูดถึงสินสอดทองหมั้นในครั้งนี้ว่าใช้จำนวนเป็นหลัก 5 ทั้งหมด เพราะเป็นเลขที่ชอบและตรงกับวันแต่งงานที่ 5 เดือน 5 ปี 55 แต่ไม่ขอเผยถึงจำนวน เพราะตนให้ค่าความรักสำคัญกว่าเรื่องเงิน ขณะที่แพลนฮันนีมูนนั้นคาดว่าคงจะเป็นที่อินเดีย แต่ขอเคลียร์เรื่องงานสัก 2 เดือน ขณะที่เรื่องการมีทายาทหนุ่มโย่งประกาศว่าอยากมีลูกทันใช้
 

''จริงๆ ผมน่าจะขอก้อยแต่งงานตั้งแต่ 10 ปีที่แล้วนะจะได้มีลูกโตทันใช้ (หัวเราะ) ผู้ชาย-ผู้หญิงก็ได้หมดครับ ส่วนจำนวนก็ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า'' นักร้องหนุ่มกล่าวอย่างอารมณ์ดี
 

จากนั้นคู่รักศิลปินก็มอบเพลงที่แต่งให้กันและกัน โดยโย่งร้องเพลง ''ผู้ชายที่โชคดี'' ก่อนจะหอมแก้มเจ้าสาวจนสาวก้อยซึ้งถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ก่อนที่เธอจะ ร้องเพลง ''ฟ้าเป็นใจ'' ซึ่งเป็นเพลงที่ก้อยบอกว่าแต่งไว้ตั้งแต่ตอนที่คบกันใหม่ๆ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากตอนที่โย่งไปส่งที่บ้านแล้วเกิดฝนตก ซึ่งในใจเธอไม่อยากให้ฝนหยุดเพื่อให้คนรักอยู่กับเธอตลอดไป
 

ในช่วงท้ายของการแถลงข่าวโย่งและก้อยยังได้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชน ที่มาร่วมทำข่าวในครั้งนี้ ซึ่งหนุ่มโย่งบอกทั้งน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มว่าตนมีความสุขมากๆ ตลอด 10 ปีที่อยู่ในวงการบันเทิง และดีใจที่เห็นพี่ๆ มาร่วมงานในวันนี้ และขอสัญญาว่าจะเป็นศิลปินที่ดีและจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชน
 

อนึ่งหลังจากพิธีวิวาห์ของ ''โย่ง-ก้อย'' เรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่มีฤกษ์ในการจดทะเบียนสมรสวันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม 2555 นี้ ณ สำนักงานเขตพระนคร


ด้านคู่รัก ''ต่าย-ชุติมา'' กับไฮโซหนุ่มทิม ต่างชื่นมื่น เผยยังไม่มีการจัดฉลองวิวาห์ โดยจะจัดอีกทีในช่วงปลายปี เล็งมีทายาท 3-4 คน ส่วนงานในวงการของ ''ต่าย'' ถ้าจะริบหรี่ เพราะฝ่ายเจ้าบ่าวประกาศเสียงดัง อยากให้นักแสดงสาวเป็นแม่บ้านเต็มตัว และช่วยงานธุรกิจที่บ้าน เล็งฮันนีมูนหลังฉลองสมรส

 

ขณะที่อีกคู่ที่สละโสดเหมือนกัน และถือฤกษ์ดี 5-5-2555 เป็นวันเข้าสู่ประตูวิวาห์ ก็คือคู่ของสาว ''ต่าย'' ชุติมา ทีปะนาถ และหวานใจไฮโซหนุ่ม ''ทิม'' พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หลังจากได้เข้าพิธีแต่งงานเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 5 พ.ค. ที่ผ่านมา ท่ามกลางญาติพี่น้องที่มาร่วมแสดงความยินดี งานนี้เจ้าสาวคนสวยมาในชุดไทยห่มสไบสีทอง ดูสวยสง่า ขณะที่เจ้าบ่าวมาในชุดสูท และมีเนกไทสีเดียวกับชุดไทยของสาวต่าย
 

หลังจากนั้นในช่วงเวลา 15.00 น. ทั้ง 2 คนได้เปิดแถลงข่าวเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ โดย ''ทิม-พิธา'' เจ้าบ่าวได้เผยให้ผู้สื่อข่าวฟังถึงพิธีการในช่วงเช้า ว่าเป็นพิธีที่จัดขึ้นด้วยความเรียบง่าย มีพิธีแห่ขั้นหมากตามประเพณี และได้มีการจดทะเบียนเป็นสามี-ภรรยากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
 

ส่วนรายละเอียดของสินสอดทองหมั้นทั้งคู่ไม่ยอมเปิดเผย โดยฝ่ายเจ้าบ่าวกล่าวแต่เพียงว่า เป็นไปตามความเหมาะสม ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป ส่วนรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างแหวนเพชรกี่กะรัตนั้น เท่าที่สังเกตด้วยสายตา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 2 กะรัต
 

นอกจากนี้ทั้งคู่ยังเผยเกี่ยวกับเรื่องงานฉลองสมรสว่าจะจัดอีกทีใน ช่วงปลายปี ประมาณเดือนธันวาคม โดยให้เหตุผลว่า เพื่อนสนิทและผู้ร่วมงานส่วนใหญ่ที่ทั้ง 2 จะเชิญมานั้นจะสะดวกในช่วงปลายปี โดยเฉพาะเพื่อนที่ต่างประเทศของฝ่ายชายที่ศึกษาเล่าเรียนมาด้วยกันก็จะสะดวก เวลานั้นเช่นกัน
 

หลังจากนั้นเมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อถึงเรื่องการจะมีทายาทว่าทั้ง คู่ต้องการจะมีในทันทีเลยหรือไม่ ในเรื่องนี้ฝ่ายหนุ่มทิม เจ้าบ่าวเป็นฝ่ายชิงตอบก่อน โดยบอกว่า ถ้าจะมีจริงๆ คงต้องเป็นหลังจากงานฉลองสมรสที่จะจัดในขึ้นช่วงปลายปี และถ้าหากมีตนต้องการจะมีลูกประมาณ 3-4 คน ทั้งนี้ก็ต้องถามทางฝ่ายภรรยาคือต่ายด้วยว่าจะพร้อมหรือไม่ ขณะที่เรื่องฮันนีมูนด้านฝ่ายชายก็เผยเช่นกันว่าน่าจะเป็นหลังจากที่จัดงาน ฉลองวิวาห์ในช่วงปลายปีไปแล้ว ช่วงนี้ก็ทำงานปกติ
 

ทิม : ''ผมอยากจะมีสัก 3-4 คน (หัวเราะ) ไม่รู้เจ้าสาวจะยอมหรือเปล่าครับ คงต้องมีการเจรจานอกรอบอีกสักพักนึง ค่อยๆ ครับ ผมอยากมีครอบครัวใหญ่ (หัวเราะ)''
 

''เรื่องฮันนีมูนคงยังไม่ใช่ตอนนี้ครับ วันจันทร์นี้ก็ไปทำงานปกติครับ''
 

ต่อจากนั้นผู้สื่อข่าวถามฝ่ายสาวต่ายบ้างว่าได้จดทะเบียนสมรสกับ ฝ่ายชายแล้วได้เปลี่ยนคำนำหน้าเป็นนางไหม ซึ่งต่ายตอบว่าได้เปลี่ยนคำนำหน้าเป็นนางเรียบร้อยแล้ว
 

ต่าย : ''เปลี่ยนเป็นนางค่ะ''
 

ทิม : ''น่ารักดีครับ จริงๆ แล้วคุณแม่และครอบครัวผมก็ภูมิใจที่มีเขามาเป็นคนในครอบครัว ครับ''
 

นอกจากนี้ทั้ง 2 คนยังได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังถึงเรื่องราวของทั้ง 2 ว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีครึ่งที่คบกันมาทั้งคู่มีอุปสรรคเรื่องระยะทาง เพราะฝ่ายชายร่ำเรียนปริญญาโทอยู่ต่างประเทศ ซึ่งระยะห่างที่เกิดขึ้นก็ถือเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างหนึ่งที่ทำให้มีวันนี้ เกิดขึ้น
 

เมื่อถามถึงเรื่องงานในวงการของต่าย ฝ่ายชายกลับเป็นคนตอบแทนโดยบอกความประสงค์ว่าอยากให้ว่าที่ภรรยาเป็นแม่บ้าน แม่เรือนดูแลที่บ้านมากกว่า นอกจากนี้ยังอยากให้สิ่งที่ต่ายได้ร่ำเรียนมามาใช้ประโยชน์กับธุรกิจของที่ บ้านตนเอง ซึ่งเป็นส่วนที่ขาดอยู่พอดี
 

ทิม: ''เป็นสิ่งที่บริษัทผมขาดพวกการประชาสัมพันธ์ พวกงานการตลาด ผมว่าเขาน่าจะมาช่วยตรงนี้ได้ และก็อยากให้เขาดูแลบ้าน แต่ถ้าเกิดเขาอยากจะทำในสิ่งที่เขารักผมก็ไม่ขัดข้อง แต่วันนี้ผมก็ขอบอกดังๆ ตรงนี้ (หัวเราะ)''
 

ต่าย : ''ยังไงก็ได้ค่ะ (ยิ้ม)''
 

สำหรับเรื่องเรือนหอทั้งคู่เผยว่าคงใช้ชีวิตอยู่ที่คอนโดฯ ย่านทองหล่อ ซึ่งเป็นย่านที่ฝ่ายชายใช้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจบการสัมภาษณ์ ทั้งคู่ต่างให้คำมั่นสัญญากันทั้งคู่ว่าจะดูแลกันและกันให้ดีที่สุด ซึ่งบรรยากาศในช่วงท้ายเป็นไปด้วยความซาบซึ้งจนทั้งคู่น้ำตาซึม เสียงสั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจบการสัมภาษณ์ด้วยความชื่นมื่

 

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »