ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » พรีเมียร์ลีก อังกฤษ » ซัวเรซไป....มาริโอ มา!!

ซัวเรซไป....มาริโอ มา!!

Posted 23/08/2014 by siamsport

 
เอ้ย...เอาจริงดิ

         วัยรุ่นเขาอุทานกันออก มาแบบนั้นหลังจากมีข่าวใหญ่พาดหัวว่าลิเวอร์พูลตกลงค่าตัวกับ มาริโอ ยูรอฟสกี้ เอ้ย บาโลเตลลี่ ยอดดาวยิงมากความสามารถแต่ขาดสติ

         สาวกหงส์และตำนานรุ่นใหญ่เพิ่งโล่งอกเมื่อ หลุยส์ ซัวเรซ เดินออกไปจากสโมสรไม่ทันข้ามเดือนลิเวอร์พูลกำลังจะได้นักเตะที่มีปัญหา บกพร่องทางทัศนคติอีกรูปแบบหนึ่งมา ....บาโลเตลลี่ ไม่เคยกัดคอใคร ไม่เคยมีปัญหาเรื่องเหยียดผิว เพราะคงโดนเหยียดซะมากกว่า สิ่งที่เขาสร้างชื่อเสียให้ตัวเองนั้นส่วนใหญ่เขาทำตัวเอง

         ไม่ค่อยมีปัญหากับใคร

         วีรกรรมทำไปได้ของ มาริโอ บาโลเตลลี่ อาจไม่ทำให้ใครเดือดร้อนนอกจากภาพลักษณ์ของเขา รวมทั้งสโมสรก็มีผลกระทบในทุกครั้งที่เขาทำมันขึ้นมา ไม่ว่าจะในและนอกสนาม

         ปฏิบัติการตอกส้นยิงประตู...อันสุดไร้สาระ

         จุดดอกไม้ไฟเกือบเผาบ้านตัวเอง...

         ซื้อรถสปอร์ตตกแต่งลายทหาร...

         งัดข้อกับโค้ช โรแบร์โต้ มันชินี่...

         คำถามคือว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผจก.บุคลิกนิ่มๆ ติ๋มๆ จะเอาอยู่หรือไม่????

         ตอนนี้ปัญหาอยู่แค่เรื่องการตรวจร่างกายเท่านั้น ค่าจ้างต่อสัปดาห์เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาเพราะเรื่องการต่อรองเชิงธุรกิจแบบ นี้ รู้เหลี่ยมกันดีครับ ไม่มีอะไรมากมายกว่านั้น น่าจะผ่านจุดนี้ แต่การตรวจร่างกายถือว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนเซ็นสัญญา บางทีมันอาจตรวจพบก้อนเนื้อที่ไม่มีอันตรายในสมองก็เป็นได้

         โอเค...เอาเป็นว่า บาโลเตลลี่ สวมเสื้อหงส์แดงและน่าจะใช้หมายเลขสุดโปรดของเขาคือ 45 ทั้งที่สมัยก่อนโน้นเขาให้ใช้เบอร์เสื้อได้ไม่เกิน 35 แต่หมอนี่เลือก 45 คิดดูก็แล้วกันว่าขนาดเบอร์เสื้อยังคิดแผลงๆ ได้เลยครับ

         ถ้า บาโลเตลลี่ มาร่วมทีมเป็นหนึ่งในนักเตะหงส์แดง นั่นหมายความว่าเป็นลางดีสำหรับเดอะ ค็อป ครับ เพราะ บาโลเตลลี่ จะเป็นนักเตะคนเดียวของทีมที่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้ว

         5555

         เขียนไปอย่างนั้นแหละครับ แต่ความสำคัญคือ "ตำแหน่ง" ของ บาโลเตลลี่ ที่ลิเวอร์พูลตกเป็นข่าวมานานหลายสัปดาห์นับจากขาย ซัวเรซ และเมื่อสำรวจดูขุนพลชุดปัจจุบันที่มีอยู่นะครับคุณผู้อ่านที่รักทั้งหลาย หงส์แดงต้องการกองหน้าระดับที่ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่า ซัวเรซ เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระให้กับนักเตะแนวรุกในทีม

         มีข่าวมาก่อนหน้านี้ว่า... ราดาเมล ฟัลเกา และ เอดิสัน คาวานี่ สองดาวยิงอเมริกาใต้ที่พร้อมทดแทนและเสียบตำแหน่งของ ซัวเรซ ได้ไม่ยากลำบากอะไร

         มันเป็นข่าวลืออยู่พักหนึ่งแต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ เพราะหวยมันมาลงที่ บาโลเตลลี่ กองหน้าจอมซ่าส์ ที่ใช้ชีวิตกับเอซี มิลาน อยู่พักหนึ่งแล้ว แรกๆ มีข่าวว่าจะขอยืมเพื่อดูความประพฤติ แต่มิลานเหนือชั้นกว่าในเรื่องธุรกิจ

         อยากได้ต้องซื้อ ไม่ให้ยืมเพราะตอนนี้เศรษฐกิจของมิลานกำลังย่ำแย่ ถังใกล้แตก ได้เงินสกุลปอนด์มาช่วยประคับประคองทีมหน่อย

         สุดท้ายตกลงที่ 16 ล้านปอนด์ ตามการรายงานของสื่ออังกฤษทุกฉบับ คิดเป็นเงินได้ก็เกือบ 900 ล้านบาท ถ้าคิดถึงตัวเลขนี้เทียบกับความสามารถในวัย 24 ปีของ บาโลเตลลี่ ผมกล้าพูดได้เลยว่าถูกเหมือนได้เปล่า สโมสรไม่ต้องทุ่มเงินมากกว่า 30 ล้านปอนด์เพื่อหานักเตะระดับบิ๊กเนมมาเสริมทีม

         16 ล้านปอนด์ของ บาโลเตลลี่ เหมือนได้นักเตะจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพ มาเสริมทีม

         ถูกกว่าฝีเท้าของเขาครับ...แม้ว่าเขาจะเป็นนักเตะที่พร้อมสร้าง ปัญหาให้เพื่อนและทีมได้จากความเพี้ยนของเขาที่อยู่ใกล้กับความเก่งในเชิง ฟุตบอล แต่ผมคิดว่าอย่างน้อยที่สุดลิเวอร์พูลก็ได้นักเตะกองหน้าฝีเท้าระดับทีมชาติ มาร่วมทีม

         เวลานี้ บาโลเตลลี่ เป็นดาวยิงทีมชาติอิตาลี ประสบการณ์ระดับทีมชาติเพียบ เจอกับกองหลังมากมาย ผ่านขาโหดจากกัลโช่ และแน่นอนรู้เหลี่ยมกองหลังในพรีเมียร์ลีก เมื่อครั้งเล่นบอลให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เรื่องฟุตบอลของเขานั้นผ่าน

         ถ้าไม่ทำตัวให้เป็นเรื่องเป็นราวมากนัก...ผมเชื่อว่า บาโลเตลลี่ น่าจะช่วยสร้างผลงานให้กับลิเวอร์พูลได้แน่นอน คงไม่ถึงระดับ ซัวเรซ แต่เชื่อว่าไม่ได้ห่างมากมายนัก พอทดแทนได้

         สิ่งเดียวที่ บาโลเตลลี่ สู้ ซัวเรซ ไม่ได้คือ ''แต้มแอสซิสต์''

         ซัวเรซ ยิงได้ จ่ายได้ ใส่พานให้เพื่อนยิง และมีส่วนร่วมกับเกมรุก ขณะที่ บาโลเตลลี่ เกิดและเติบโตในกัลโช่ เขามีหน้ายิง...ยิง...และก็ยิง ถ้าเพิ่มความนิ่งเข้าไป วุฒิภาวะโตเต็มที่ เชื่อว่า บาเลโตลลี่ น่าจะช่วยเพิ่มสกอร์ให้หงส์แดงได้มาก

         เพียงแต่เขาขาดเรื่องการประสานงานในเกมรุกกับเพื่อนๆ

         สไตล์ของเขาคล้ายๆ กับ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ที่บางจังหวะให้ดีกว่ายิง แต่กลับเลือกยิง บางจังหวะยิงดีกว่าให้กลับเลือกให้  เรียกว่าตัดสินใจเลือกชอตหรือจังหวะเล่นเกมนั้นผิดไปด้วยเหมือนกัน ซึ่งหากเจอเกมใหญ่  เกมชี้ชะตาตัดสินชัยชนะ

         บางทีอาจเจอปัญหานี้

         เอาเป็นว่าโดยข้อสรุปนั้น บาโลเตลลี่ เตรียมชูผ้าพันคอกับลิเวอร์พูล ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องสัญญาส่วนตัวซึ่งหลายสำนักระบุว่าได้ประมาณ 120,000 ปอนด์ หรือประมาณ 6 ล้านบาทต่อ 7 วัน ที่จะเป็นปัญหาก็คือว่าการเจรจาซื้อขายนักเตะรายนี้อาจไม่ทันเกมที่บุกเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันจันทร์นี้

         เข้าใจว่าไม่น่าทัน...

         อย่างไรก็ตามนี่คือการซื้อขายก่อนเดดไลน์ปิดตัวลงประมาณ 7-8 วัน และได้นักเตะในตำแหน่งที่ต้องการ และพร้อมลุยฤดูกาลใหม่นับจากเก็บสามคะแนนแรกในบ้านได้ คราวนี้จะต้องลุยเกมต่อไปอย่างเคร่งเครียด

         คำถามคือว่า...ถ้า บาเลโตลลี่ มาร่วมทีมแล้ว ร็อดเจอร์ส จะปรับทีมอย่างไร

         ข้อแรกคงต้องคุยกันเรื่องทัศนคติส่วนตัวของเขาให้เรียบร้อยก่อน ว่า ตกลงเขาพร้อมสำหรับการแข่งขันขนาดไหน วินัยกับทีมและเรื่องการยอมรับของเขากับเพื่อนและแฟนบอล มันต้องมีความสำคัญเพื่อให้งานของเขาเดินหน้า

         ข้อนี้คงคุยกันไม่ยาก...แต่พอถึงขั้นปฏิบัติตัวเองจะออกมาแบบไหนอีกเรื่องหนึ่ง

         ข้อสองนี่สำคัญมากคือ บาโลเตลลี่ จะเล่นในระบบไหนและโฉมหน้าของทีมออกมาอย่างไร เพราะการมาของ บาโลเตลลี่ น่าจะมีผลต่อการจัดเกมรุกและรูปแบบการเล่นของ ร็อดเจอร์ส อย่างหลี่กเลี่ยงไม่ได้ และเชื่อว่าเขาน่าจะมีตำแหน่งในทีม

         มีการแนะนำระบบ 4-4-2  หมายถึง บาโลเตลลี่ เล่นกองหน้าคู่กับ สเตอร์ริดจ์ โดยมีปีกสองข้าง ราฮีม สเตอร์ลิง ทางขวา คูตินโญ่...มาร์โควิช (ถ้าพร้อม) ทางซ้าย กลางใช้ เจอร์ราร์ด กับ เฮนเดอร์สัน หรือปรับเป็นนักเตะคนอื่นมาเล่นริมเส้นและแดนกลาง

          ระบบ 4-2-3-1 ใช้ บาโลเตลลี่ เล่นกองหน้าตัวเป้า โดยใช้ คูตินโญ่,สเตอร์ริดจ์ และราฮีม เล่นเป็นกลางรุกสามคน โดยมิดฟิลด์คู่กลาง เจอร์ราร์ด กับ เฮนเดอร์สัน หรือไม่ก็อาจปรับระบบการเล่นเป็น 4-3-2-1 โดยเปลี่ยนแนวรุกอย่าง คูตินโญ่ ออก แล้วส่ง ลูคัสหรือ โจ อัลเลน ลงไปในแดนกลางประสานงานกับ เจอร์ราร์ด และ เฮนเดอร์สัน

         ระบบ 4-3-3 ใช้หน้า 3 คนคือ สเตอร์ริดจ์, บาโลเตลลี่ และ ราฮีม โดยแดนกลางเป็น คูตินโญ่, เจอร์ราร์ด และ เฮนเดอร์สัน

         จากการติดตามงานของ ร็อดเจอร์ส ใน 2 ปีที่ผ่านมาผมเชื่อว่า ร็อดเจอร์ส ไม่ยึดติดกับระบบใดระบบหนึ่ง เขาทำทีมให้หลากหลายเพื่อหาทางออกในการจัดทีมและมีความยืดหยุ่นในการทำทีม ของเขาว่าสามารถใช้ระบบได้หลากหลาย

         ขึ้นกับสภาพทีมและสภาพคู่แข่งขัน

         ร็อดเจอร์ส จะเลือกใช้ทุกระบบที่เหมาะสมกับทีมและคู่แข่ง เขาไม่ยึดติดกับระบบใดระบบหนึ่ง ถ้าสังเกตให้ดีในซีซั่นที่ผ่านมาเขาเริ่มต้นด้วย 4-3-3 จากนั้นปรับเป็น 4-2-3-1 บางเกม 4-3-2-1 แล้วก็มี 4-4-2 ที่ไม่มีปีก ใช้ระบบไดมอนด์

         ทุกระบบของเขานั้นลิเวอร์พูลยิงประตูกระจายมีปัญหาเดียวคือเกม รับไม่มั่นคง เสียง่ายไปหน่อย แต่การเล่นเกมรุกถือว่าเป็นหัวใจเพราะ "หงส์" ยิงแหลก มันไปได้สวยในจุดนี้

         การมาของ บาโลเตลลี่ น่าจะช่วยทำให้ลิเวอร์พูลยิงประตูได้ดีเหมือนเดิม ไม่มีภาวะฝืดเคืองในเกมรุก และน่าจะช่วยแบ่งเบาภาระของนักเตะเกมรุกได้เยอะละครับ ปัญหาคงมีเรื่องเดียวคือพฤติกรรมของเขาที่อาจสร้างความเสื่อมเสียในแง่ภาพ ลักษณ์ให้กับทีม

         อาจทำอะไรซ่าส์ๆ ห่ามๆ อีก

         อย่างเช่นเปิดตัววันแรกก็พา สตีเว่น เจอร์ราร์ด และทีมงานไปปาร์ตี้ ที่บ้านอะไรทำนองนี้...

         เอาเป็นว่ามองโลกแง่บวก...การมาของ บาโลเตลลี่ น่าจะสร้างความคึกคักในเกมรุก และทำให้กองหลังคู่แข่งพะวงกองหน้าของหงส์แดงได้มากเหมือนเมื่อครั้งยังมี หลุยส์ ซัวเรซ คอยยืนกดดันกองหลัง อย่างน้อยที่สุด บาโลเตลลี่ มีดีพอที่จะทำให้เกมรับคู่แข่งหวาดผวากับสไตล์ของเขา

         ที่เหลือคือว่า...มาริโอ บาโลเตลลี่ จะปรับตัวกับทีมใหม่ ชีวิตใหม่ได้ดีและเร็วขนาดไหน

         ถ้าปรับตัวได้เร็ว...ประโยชน์ที่ได้ตกเป็นของลิเวอร์พูล มีข้อแม้และเงื่อนไขนะครับว่า

         โปรดระวัง....มาริโอ บาโลเตลลี่ เพราะคุณไม่รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไรแผลงๆ เกิดขึ้น ควบคุมจุดนี้ไม่ได้ก็งานช้าง แต่ถ้าคอนโทรลเขาให้อยู่ในร่องในรอย อยู่ในกรอบคุมประพฤติที่ดี

         เดี๋ยวแฟนบอลก็ลืม หลุยส์ ซัวเรซ ครับ

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »