ผลคะแนนและราคา 2 in 1 ผลอีสปอร์ต คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » ฟุตบอลไทย » เจาะ 5 แท็กติก "โค้ชโย่ง" กว่าจะชนะแสนยากเย็น!

เจาะ 5 แท็กติก "โค้ชโย่ง" กว่าจะชนะแสนยากเย็น!

Posted 18/08/2017 by siamsport

ช้างศึกทีมชาติไทย เพิ่งคว้า 3 คะแนน เหนือ ติมอร์-เลสเต แม้จะดูหืดจับแต่ก็เป็นการคว้าชัยชนะ คงไม่มีใครปฏิเสธความจริงข้อนี้ได้ แต่แท็คติก ของ"โค้ชโย่ง" ก็นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงพอสมควรจากนัดแรก และนี่คือ 5 ข้อที่ Siamsport ทำ 5 แท็คติกของกุนซือร่างยักษ์มาฝากกัน

1. การใช้ผู้เล่นตำแหน่งใหม่

"โค้ชโย่ง" ทำการปรับผู้เล่น จากนัดที่แล้วพอสมควร แต่น่าสนใจตรงที่นัดนี้ "เควิน ดีรมรัมย์" ที่ เล่นแบ็คซ้ายจากนัดแรกที่เสมอ อินโดนีเซีย 1-1 มาเล่ยปีกซ้าย มีส่วนร่วมกับเกมรุกครึ่งแรก (แต่โดนเปลี่ยนครึ่งหลัง) กับ สิทธิโชค กันหนู ที่ไม่ได้เล่นศูนย์หน้าตัวเป้า แต่มาเล่นริมเส้นฝั่งขวาแทน รวมถึงการนำ ศสลักษณ์ ไหประโคน จากปีกขวดนัดแรก มาเล่นแบ็คซ้าย ในครึ่งหลังซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับที่เจ้าตัวเล่นในบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

2. กองหน้าไม่โดดเดี่ยว

นัดนี้แผนของ"โค้ชโย่ง" ใช้พิชา อุทรา ยืนเป็นศูนย์หน้าตัวกลาง ที่ตัวไม่สูงใหญ่ ที่มีความเร็ว เทคนิคดี ไม่ยอมยืนค้ำหน้าอยู่เฉย ๆ และลงมาล้วงบอล พาบอล ส่งบอลให้เพื่อน เพราะทีมกำลังเล่นเกมรุก ข้อนี้แตกต่างจากนัดมาเลเซีย ที่"เจนรบ สำเภาดี" ทำหน้าที่ค้ำหน้ายืนสูง แต่โดนประกบอยู่ตลอดเวลา

3. อาวุธในการโจมตีน้อย

การโจมตีของทีมชุดนี้ ไม่หลากหลาย ส่วนมากจะเป็นการโจมตีจากด้านข้าง (จะเห็นได้ว่า ลูกที่ได้ประตูจาก วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ เป็นการโหม่งจากลูกครอส) เราจะเห็นทีมชุดนี้โจมตีด้วยรูปแบบต่าง ๆ น้อยมาก เช่น การยิงไกลน้อย การทะลุช่องจากแดนกลางถึงกองหน้าที่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก แม้ว่าทีมชุดนี้จะอุดมไปด้วยกองกลางชั้นยอดของไทยลีกก็ตาม

4. ลูกตั้งเตะไม่มีความอันตราย

ทีมชาติไทยมีตัวผู้เล่นความสามารถเฉพาะตัวสูงมาก สามารถเลี้ยงกินตัวและเรียกฟาล์วได้หลายครั้ง แต่จังหว่ะลูกตั้งเตะไม่มีความแม่นยำและยังดูไร้ทิศทางในการทำประตูอย่างมาก

5. การสื่อสารกันในสนาม

นี่เป็นข้อที่น่าชื่นชมของทีมนัดนี้ ปฏิกริยาการสื่อสารของทีมดีขึ้นกว่าเกมเจออินโดนีเซีย ทั้งทีมพยายามใช้เสียงสื่อสาร และ การใช้ภาษากายพูดคุยกัน เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนว่าดีกว่านัดแรกอย่างมาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

คลิปไฮไลท์

More »