ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล โปรแกรมทีวี คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » ลาลีกา สเปน » เมดอินบุนเดสลีกา “เควิน-พรินซ์ บัวเต็ง”

เมดอินบุนเดสลีกา “เควิน-พรินซ์ บัวเต็ง”

Posted 09/02/2019 by siamsport



เส้นทางจากนครเบอร์ลินสู่เมืองบาร์เซโลน่านั้นเป็นอะไรที่ดูจะสวยหรู แต่สำหรับเควิน-พรินซ์ บัวเต็งแล้ว ยังมีเรื่องราวมากมายซ่อนอยู่

    บัวเต็งผู้น้องเกิดในกรุงเบอร์ลินก่อนการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินไม่นานนัก การเลือกเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพทำให้เขาได้เดินทางย้ายถิ่นอยู่บ่อยครั้งจนเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในวงการลูกหนังได้มากมายกับหลายสโมสร เขาเคยลงเล่นให้ในลีกระดับท็อปไฟฟ์ของยุโรปมาหมดแล้ว ได้แก่การเล่นให้กับแฮร์ธ่า เบอร์ลิน ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เอซี มิลาน ชาลเค่อ 04 ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต และต้นสังกัดปัจจุบันอย่างบาร์เซโลน่า

 เควิน-พรินซ์ ค้าแข้งในถิ่นคัมป์นูร่วมกับบรรดานักเตะระดับโลกอย่างลิโอเนล เมสซี หลุยส์ ซัวเรซ อาร์ตูโร บิดัล และพวกพ้อง นับว่าไกลมากจากสนามเล็กๆ ของ “ไรนิเคนดอร์ฟเฟอร์ ฟึคเซอ” สโมสรในเบอร์ลินตะวันตกที่เขาเริ่มเล่นฟุตบอลเมื่อยังเด็ก หากเขาเลือกเล่นดนตรีแจ๊ซหรือเต้นสตรีทแดนซ์ก็คงจะไปได้ดี (ดูจากการเต้นท่ามูนวอล์คตอนฉลองแชมป์เซเรีย อา กับมิลานในปี 2011) แต่เขาเลือกหันหน้าให้กับฟุตบอล กีฬาที่เขามีพรสวรรค์อยู่ในสายเลือด ทั้งพ่อและแม่ของเขาต่างก็เป็นอดีตนักฟุตบอล สโมสรแฮร์ธ่า เบอร์ลิน มองเห็นถึงความสามารถในตัวเจ้าหนูบัวเต็งในวัยเพียง 7 ขวบ เขาบ่มเพาะฝีเท้าอยู่กับสโมสรใหญ่ในเมืองหลวงแห่งนี้จนสามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ ลงประเดิมศึกบุนเดสลีกาครั้งแรกในชีวิตในเกมที่สองของฤดูกาล 2005/06 และด้วยความบังเอิญ เขาได้กลับมาเล่นในสนามโอลิมปิกสเตเดียมของแฮร์ธ่าอีกครั้งในสีเสื้อทีมไอน์ทรัค แฟรงเฟิร์ต เป็นเกมชิงชนะเลิศศึกเดเอฟเบ โพคาล ฤดูกาล 2017/18 ซึ่งแฟรงค์เฟิร์ตคว้าชัยเหนือบาเยิร์นได้อย่างสุดประทับใจ

“ผมไม่ได้ย้ายออกจากเยอรมนีเพื่อจะได้อยู่ใกล้ครอบครัวมากขึ้นเพียงอย่างเดียวนะ แต่เป็นเพราะนิโก้ โควัชไม่อยู่แล้วด้วย” บัวเต็งกล่าวหลังโควัชย้ายออกจากอินทรีแดง-ดำมากุมบังเหียนเสือใต้ “บางความจริงเลยว่าผมมาไอน์ทรัคเพราะเขา แต่ยิ่งไปกว่านั้น ผมอยากลาจากสโมสรเยอรมันแห่งนี้ไปด้วยความทรงจำดีๆ คงจะดีมากๆ ที่ได้รู้ว่าผมจะกลับมาที่แฟรงเฟิร์ตได้โดยมีแฟนบอลคอยอ้าแขนต้อนรับ”

    การคว้าเหรียญทองแดง “ฟริตซ์ วัลเทอร์” สำหรับรุ่นยู 18 ในปี 2005 เป็นการการันตีความสามารถของบังเต็งในสีเสื้อทีมแฮร์ธ่า เบอร์ลินได้เป็นอย่างดี หลังได้โอกาสลงเล่นถึง 42 เกมและทำได้ 4 ประตู เขาก็โบกมือลาต้นสังกัดย้ายไปเล่นให้กับสเปอร์ส

    หลังจากนั้นหนึ่งปีครึ่ง เขาก็ได้กลับมาเล่นในบุนเดสลีกาอีกครั้งกับทีมดอร์ทมุนด์ด้วยสัญญายืมตัว และเป็นการดวลกันกับพี่ชาย เชโรม บัวเต็ง เป็นครั้งแรก ซึ่งเชโรมสังกัดทีมฮัมบวร์กในขณะนั้น พี่น้องคู่นี้ได้ดวลแข้งกันในเกมใหญ่ๆ หลายครั้ง ได้แก่ศึกฟุตบอลโลกปี 2010 และ 2014 เควิน-พรินซ์ กลับมาค้าแข้งในเยอรมนีอีกครั้งในปี 2013 โดยย้ายจากพอร์ทสมัธมาอยู่กับชาลเค่อ

ที่ชาลเค่อ เขาสวมเสื้อหมายเลข 9 และปรับตัวเข้ากับทีมได้อย่างรวดเร็ว ได้รับเสียงโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของทีมประจำเดือนตุลาคมปี 2013 เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างเฉิดฉาย เล่นได้ทั้งตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับไปจนถึงกองหน้าตัวเป้าในยามที่คลาส-ยัน ฮุนเดลาร์ได้รับบาดเจ็บ บัวเต็งทำได้ 6 ประตูจากการลงเล่น 46

    นัด ในที่สุดเขาก็ย้ายไปร่วมทีมเอซี มิลาน แต่หนึ่งปีให้หลัง เขาก็ย้ายกลับมาเล่นในบุนเดสลีกาอีกครั้ง โดยเข้าร่วมทีมไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ด้วยสัญญา 3 ปี ประตูแรกของเขาในชุดทีมอินทรีแดง-ดำช่วยให้แฟรงค์เฟิร์ตเอาชนะกลัดบัคได้ในเกมที่ 3 บัวเต็งมีอิทธิพลต่อทีมเป็นอย่างมากและช่วยให้นักเตะดาวรุ่งพรสวรรค์อย่าง อันเต้ เรบิช และ ลูก้า โยวิช แจ้งเกิดได้สำเร็จ

“เรารู้ดีว่าเขามีพรสวรรค์ขนาดไหน เขาแค่ต้องแสดงให้เราเห็น” บัวเต็งกล่าวถึงโยวิช แข้งดาวรุ่งที่แจ้งเกิดได้สำเร็จในฤดูกาลนี้ บัวเต็งเรียกเข้าว่า “เจ้าเครื่องจักร”

    เขาเองก็เหมาะสมกับฉายานี้เช่นกัน จนล่าสุดบาร์เซโลนาก็คว้าตัวเขาไปซะแล้ว อย่างที่เขาเคยพูดไว้เมื่อฤดูกาลที่แล้วว่า “ผมรู้ดีแหละ ไม่ได้โม้เลยนะ ผมจะเล่นให้เรอัล มาดริดก็ยังได้” ตอนนี้ยอมรับกันแล้วว่าไม่ได้โม้จริงๆ

“ความฝันของผมก็คือได้กลับมาจบอาชีพค้าแข้งกับแฮร์ธ่าในสักวัน” บัวเต็งกล่าวไว้ เพราะฉะนั้นแฟนๆ บุนเดสลีกาจงมั่นใจไว้ได้เลยว่า “เควิน-พรินซ์ บัวเต็งจะกลับมาแน่นอน!”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

คลิปไฮไลท์

More »