ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล โปรแกรมทีวี คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » ยูฟ่า /ยูโรป้าลีก/ยูโรคัพ » อังกฤษกินครึ่ง ! ได้ครบ 8 ทีมตะลุยแชมเปี้ยนส์ ลีก

อังกฤษกินครึ่ง ! ได้ครบ 8 ทีมตะลุยแชมเปี้ยนส์ ลีก

Posted 14/03/2019 by siamsport

ในที่สุดศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2018-19 ก็ได้ครบ 8 สโมสรเรียบร้อยแล้ว โดยมีทีมใหญ่หน้าเดิมๆ ในวงการลูกหนังยุโรปตบเท้าเข้ารอบกันถ้วนหน้า และยังมีทีมเซอร์ไพรส์อย่าง เอฟซี ปอร์โต้ และ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ซึ่งทั้งสองสโมสรเคยสัมผัสความยิ่งใหญ่ในถ้วยใบนี้มาแล้ว ทะลุเข้าไปฟัดกับบรรดาเสือ สิงห์ กระทิงเปลี่ยว

ขณะเดียวกันตัวแทนจากอังกฤษ ทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และตบท้ายด้วย ลิเวอร์พูล เดินขบวนเข้ารอบกันถ้วนหน้า ส่วนสโมสรจาก เยอรมนี โบกมือลาถ้วยใบโตยุโรปฤดูกาลนี้หมดเกลี้ยง (ชาลเก้, ดอร์ทมุนด์ และ บาเยิร์น)

สำหรับ 4 ทีมที่เหลืออยู่แบ่งเป็น 4 ชาติได้แก่ อาแจ็กซ์ (ฮอลแลนด์), ยูเวนตุส (อิตาลี), ปอร์โต (โปรตุเกส) และ บาร์เซโลน่า (สเปน) ที่จะต้องขับเคี่ยวแย่งความสำเร็จกับ 4 สโมสรจากดินแดนเมืองผู้ดี ซึ่งการจับสลากในรอบก่อนรองชนะเลิศ จะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 15 มีนาคมนี้ 

อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม (ฮอลแลนด์) 

 
อันดับยูฟ่า : 22
ผลงานในฤดูกาลนี้ : ชนะ 8 เสมอ 5 แพ้ 1 ยิงได้ 29 ประตู เสีย 12 ประตู (รวมรอบคัดเลือก)
รอบ 16 ทีม : ชนะ เรอัล มาดริด สกอร์รวม 2 นัด 5-3
ดาวซัลโว : ดูซาน ทาดิช (9 ประตู รวมรอบคัดเลือก แต่ 6 ประตูในรอบแบ่งกลุ่ม)
ผลงานฤดูกาลที่ผ่านมา : รอบคัดเลือก รอบ 3 (ไปเล่นเพลย์ออฟ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก)
ความสำเร็จในยูโรเปี้ยน คัพ : คว้าแชมป์ 4 สมัย  (1971, 1972, 1973, 1995)

เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ตกรอบคัดเลือกฟุตบอลถ้วยใบโตยุโรปเมื่อเดือนสิงหาคม ขณะเดียวกันในซีซั่นนี้พวกเขากำลังขับเคี่ยวแชมป์ลีกดัตช์กับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น สำหรับในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาผ่านรอบคัดเลือก และเข้ามาอยู่ในกลุ่ม อี โดยกลุ่มนี้ บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์กลุ่ม ส่วน อาแจ็กซ์ ได้ที่สอง

ส่วนในรอบ 16 ทีมสุดท้าย อาแจ็กซ์ ทำผลงานได้น่าผิดหวังเมื่อแพ้ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด 1-2 คาบ้านตัวเอง แต่หลังจากนั้น ยอดทีมแห่งลีกกังหันลม สามารถหักปากกาเซียน ด้วยการพลิกนรกบุกไปถล่ม เรอัล ด้วยสกอร์ 4-1 ที่สนามซานติอาโก้ เบร์นาเบว แถมชัยชนะในครั้งนี้ยังเป็นการยุติ 1,000 วันในการครองอำนาจของ "โลส บลังโกส" กับถ้วย "บิ๊กเอียร์"

ยูเวนตุส (อิตาลี) 

 
อันดับยูฟ่า : 5
ผลงานในฤดูกาลนี้ :  ชนะ 5 เสมอ 0 แพ้ 3 ยิงได้ 12 ประตู เสีย 6 ประตู
รอบ 16 ทีม :  ชนะ แอตเลติโก มาดริด สกอร์รวม 2 นัด 3-2
ดาวซัลโว :  เปาโล ดิบาล่า (5 ประตู)
ผลงานฤดูกาลที่ผ่านมา : รอบ 8 ทีมสุดท้าย
ความสำเร็จในยูโรเปี้ยน คัพ :  คว้าแชมป์ 2 สมัย (1985, 1996)

ยูเวนตุส ยังคงครองความยิ่งใหญ่ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา โดยคาดว่าพวกเขามีโอกาสสูงมากๆ ที่จะคว้า "สคูเด็ตโต้" เป็นสมัยที่ 8 ติดต่อกัน แต่น่าเสียดายที่อดทำสถิติคว้าดับเบิ้ลแชมป์ในประเทศเป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกันหลังโดน อตาลันต้า เขี่ยตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย แน่นอนว่าในเวลานี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือนักเตะคนสำคัญ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับ "ม้าลาย" ในการลุ้นคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ทำได้ครั้งล่าสุดเมื่อปี 1996

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ) 

 
อันดับยูฟ่า :  8
ผลงานในฤดูกาลนี้ :  ชนะ 6 เสมอ 1 แพ้ 1 ยิงได้ 26 ประตู เสีย 8 ประตู
รอบ 16 ทีม :  ชนะ ชาลเก้ 04 สกอร์รวม 2 นัด 10-2
ดาวซัลโว :  เซร์คิโอ อเกวโร่ (5 ประตู)
ผลงานฤดูกาลที่ผ่านมา : รอบ 8 ทีมสุดท้าย
ความสำเร็จในยูโรเปี้ยน คัพ : รอบรองชนะเลิศ (2016)

ได้แชมป์เดียว หรือ 3 แชมป์ ? ตอนนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นำ "เรือใบสีฟ้า" คว้าแชมป์ คาราบาว คัพ ได้แล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ขณะเดียกันก็ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ศึกเอฟเอ คัพ และตอนนี้กำลังลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วย พวกเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะคว้าแชมป์ถ้วยใบโตยุโรปให้ได้เป็นครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร และผลงานในการไล่ถล่ม ชาลเก้ แสดงให้เห็นว่าทีมไหนก็ตามที่จับมาเจอกับ แมนฯ ซิตี้ โปรดระวังเกมรับเอาไว้ให้ดี

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) 

 
อันดับยูฟ่า :  15
ผลงานในฤดูกาลนี้ : ชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 3 ยิงได้ 10 ประตู เสีย 7 ประตู
รอบ 16 ทีม : เสมอ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 3-3 แต่ได้ผ่านเข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน หรือ อะเวย์โกล
ดาวซัลโว : โรเมลู ลูกากู, ปอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด (2 ประตู)
ผลงานฤดูกาลที่ผ่านมา : รอบ 16 ทีมสุดท้าย
ความสำเร็จในยูโรเปี้ยน คัพ :  แชมป์ 3 สมัย (1968, 1999, 2008)

ช่วงต้นฤดูกาลพวกเขาอยู่อันดับไหน ? แมนฯ ยูไนเต็ด ทำผลงานได้ต่ำเตี้ยเรียดดินภายใต้การกุมบังเหียนของ โชเซ่ มูรินโญ่ โดยในช่วงครึ่งฤดูกาลแรกทีมเก็บได้แค่ 19 คะแนนในลีกเมืองผู้ดี แต่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปในเดือนธันวาคม เมื่อ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้รับแต่งตั้งคุมทัพ โดย "น้าลูกอม" นำ "ผีแดง" คว้าชัยชนะ 14 เกมจาก 18 แมตช์แรกที่กุมบังเหียน (เสมอ 2 และแพ้ 2)

นอกจากนี้ กุนซือชาวนอร์เวย์ ยังทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด กลับมามีลุ้นทำอันดับท็อปโฟร์อีกครั้ง และยังช่วยนำสโมสรอันเป็นที่รักทะลุเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ศึกเอฟเอ คัพ รวมไปถึงการสร้างปาฏิหาริย์พลิกนรกด้วยการปราบ "เปแอสเช" ได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งๆ ที่แพ้คาโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 0-2 แต่เอาชนะถึงกรุงปารีส 3-1
 
ปอร์โต้ (โปรตุเกส)

 
อันดับยูฟ่า :  9
ผลงานในฤดูกาลนี้ : ชนะ 6 เสมอ 1 แพ้ 1 ยิงได้ 19 ประตู เสีย 9 ประตู
รอบ 16 ทีม :  ชนะ โรม่า สกอร์รวม 2 นัด 4-3 (ช่วงต่อเวลาพิเศษ)
ดาวซัลโว : มุสซ่า มาเรก้า (6 ประตู)
ผลงานฤดูกาลที่ผ่านมา : รอบ 16 ทีมสุดท้าย
ความสำเร็จในยูโรเปี้ยน คัพ :  แชมป์ 2 สมัย (1987, 2004)

ปอร์โต้ ต้องพบกับความยากลำบากเนื่องจากไม่มีนักเตะสำคัญอย่าง วินเซนต์ อบูบาการ์ กับ มาเรก้า โดยพวกเขาออกไปแพ้ในโรม 1-2 ก่อนจะพลิกสถานการณ์กับการเล่นในบ้าน และผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ ขณะเดียวกัน ปอร์โต้ กำลังไล่บี้เบียดลุ้นแชมป์ลีกเมืองฝอยทองอย่างสนุกเข้มข้นกับ เบนฟิก้า

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (อังกฤษ) 

 
อันดับยูฟ่า : 18
ผลงานในฤดูกาลนี้ :  ชนะ 4 เสมอ 2 แพ้ 2 ยิงได้ 13 ประตู เสีย 10 ประตู
รอบ 16 ทีม :  ชนะ ดอร์ทมุนด์ สกอร์รวม 2 นัด 4-0
ดาวซัลโว :  แฮร์รี่ เคน (5 ประตู)
ผลงานฤดูกาลที่ผ่านมา : รอบ 16 ทีมสุดท้าย
ความสำเร็จในยูโรเปี้ยน คัพ :  รอบรองชนะเลิศ (1962)

สเปอร์ส ยังคงทำผลงานได้ดีในฤดูกาลนี้แม้พวกเขาจะต้องเล่นในเวมบลีย์ เพราะสนามเหย้ายังไม่เสร็จ ที่สำคัญทีมไม่ได้มีการเซ็นสัญญากับนักเตะใหม่ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะทั้ง 2 รอบ และยังเคยประสบปัญหานักเตะสำคัญเจ็บอย่าง แฮร์รี่ เคน (ตอนนี้หายแล้ว)

ขณะที่สถานการณ์ในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก แม้ว่าค่อนข้างริบหรี่แต่ก็ยังพอได้ลุ้นอยู่นิดๆ หน่อยๆ นอกจากนี้ "ไก่เดือยทอง" ยังวาดฝันในการคว้าแชมป์ถ้วยใบโตยุโรปให้ได้ในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร แต่ภารกิจสำคัญนี้ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือ จะทำได้หรือไม่ ต้องมาลุ้นกันต่อไป

บาร์เซโลน่า 

 
อันดับยูฟ่า :  3
ผลงานในฤดูกาลนี้ : ชนะ 5 เสมอ 3 แพ้ 0 ยิงได้ 19 ประตู เสีย 6
รอบ 16 ทีม : ชนะ โอลิมปิก ลียง สกอร์รวม 2 นัด 4-1
ดาวซัลโว :  ลิโอเนล เมสซี่ (8 ประตู)
ผลงานฤดูกาลที่ผ่านมา : รอบ 8 ทีมสุดท้าย
ความสำเร็จในยูโรเปี้ยน คัพ : 5 สมัย (1992, 2006, 2009, 2011, 2015)

บาร์เซโลน่า กำลังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเหนือกว่า เรอัล มาดริด คู่อริตลอด โดยพวกเขามีโอกาสลุ้นทำทริปเบิ้ลแชมป์ โดยในลา ลีกา พวกเขาแทบจะแบเบอร์คว้าแชมป์อยู่แล้ว ส่วนโกปา เดล เรย์ ก็ทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศ ขณะที่ในถ้วย "หูกาง" ก็ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย

ลิเวอร์พูล

 
อันดับยูฟ่า :  16
ผลงานในฤดูกาลนี้ :  ชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 3 ยิงได้ 12 ประตู เสีย 8 ประตู
รอบ 16 ทีม :  ชนะ บาเยิร์น มิวนิค สกอร์รวม 2 นัด 3-1
ดาวซัลโว :  โม ซาลาห์ กับ ซาดิโอ มาเน่ (3 ประตู)
ผลงานฤดูกาลที่ผ่านมา : รองแชมป์
ความสำเร็จในยูโรเปี้ยน คัพ :  5 สมัย  (1977, 1978, 1981, 1984, 2005)

เจอร์เก้น คล็อปป์ นำ ลิเวอร์พูล กลับสู่ฟอร์มเก่งอีกครั้งหลังจากที่พวกเขาสะดุดไปบ้างในช่วงต้นปี 2019 โดยสถานการณ์ในการลุ้นแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 29 ปีก็ยังสูสีกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยตามหลัง "เรือใบสีฟ้า" แค่ 1 แต้มเท่านั้น ส่วนในแชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาผ่านเส้นทางหินอย่าง บาเยิร์น มาได้แล้ว แต่ในรอบก่อนรองชนะเลิศ คงต้องเจอคู่ต่อกรหนักๆ อีกหลายขนาน แถมยังมีโอกาสพบทีมจากเมืองผู้ดีซะด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

คลิปไฮไลท์

More »