ผลคะแนนและราคา 2 in 1 ผลอีสปอร์ต คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » พรีเมียร์ลีก อังกฤษ » 2019-20 ฤดูกาลสำคัญของ บรูว์สเตอร์ กับ ลิเวอร์พูล

2019-20 ฤดูกาลสำคัญของ บรูว์สเตอร์ กับ ลิเวอร์พูล

Posted 06/06/2019 by siamsport

ถือว่าไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรที่ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ กองหน้าชาวอังกฤษจะแยกทางกันในช่วงซัมเมอร์นี้ผ่านทางการหมดสัญญา เพราะดาวเตะชาวอังกฤษไม่ใช่กำลังหลักของทีมอีกต่อไปแล้ว โดยในฤดูกาล 2018-19 เขาได้ลงเล่นไปเพียง 27 นัดจากทุกรายการ ซึ่งการได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ถือเป็นการปิดฉากกับ "หงส์แดง" ที่ยอดเยี่ยมของแข้งวัย 29 ปี

แน่อนว่าการที่ สเตอร์ริดจ์ บอกลาทีมไปมันก็ทำให้ ลิเวอร์พูล มีนักเตะในตำแหน่งกองหน้าน้อยลง โดยตอนนี้หัวหอกประสบการณ์สูงของพวกเขามีเพียงแค่ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ ซาดิโอ มาเน่ เดิมทีแล้วเป็นปีก ไม่ใช่กองหน้าตัวเป้า

เรื่องดังกล่าวทำให้หลายคนมองว่า ลิเวอร์พูล อาจจะต้องซื้อกองหน้ามาร่วมทีมสักคนเพื่อเพิ่มตัวเลือกในแนวรุก แต่ที่จริงแล้ว เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันของ ลิเวอร์พูล ก็มีตัวเลือกที่น่าสนใจในทีมอยู่แล้ว นั่นคือ ริอาน บรูว์สเตอร์ นั่นเอง ซึ่งจะว่าไปแล้วนี่ก็ถือเป็นซีซั่นที่สำคัญมากๆ ต่อตัวแข้งวัย 19 ปี โดยมันอาจจะเป็นซีซั่นที่กำหนดอนาคตของเขากับ ลิเวอร์พูล ไปเลยก็ได้

    - ปัจจัยที่อาจทำให้รุ่ง
บรูว์สเตอร์ เป็นที่เตะตาคนในวงการฟุตบอลอังกฤษตั้งแต่ตอนที่เจ้าตัวอยู่กับอะคาเดมี่ของ เชลซี ระหว่างปี 2008-2014 แล้ว ซึ่งนั่นก็ทำให้ ลิเวอร์พูล ตัดสินใจดึงเขามาปลุกปั้นต่อ ด้วยความหวังว่าเจ้าตัวจะเป็นกำลังสำคัญให้ทีมได้ในอนาคต

ถ้าหากการเป็นกองหน้าที่ดีวัดกันที่การทำประตูเป็นหลักแล้วล่ะก็ บรูว์สเตอร์ ก็สอบผ่านในด้านนี้ เพราะเขามีความสามารถที่โดดเด่นพอตัวในด้านการทำประตู ดีกรีดาวซัลโวสูงสุดของศึก ฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ประจำปี 2017 จากการที่ทำได้ 8 ประตูถือเป็นเครื่องการันตีถึงเรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี ซึ่งเขาก็มีส่วนสำคัญในการช่วยให้ทีมชาติอังกฤษ รุ่นเยาว์ ได้แชมป์ในครั้งนั้นไปครองด้วย

 นอกจากนี้ บรูว์สเตอร์ ยังมีความสามารถในด้านการอ่านเกมและการผ่านบอลที่ดีด้วย โดยถึงแม้ในฤดูกาล 2018-19 บรูว์สเตอร์ จะไม่ได้ลงเล่นมากนักเพราะมีอาการเดี้ยงติดตัวมาจากฤดูกาลก่อน แต่ถ้าดูเฉพาะผลงานในซีซั่น 2017-18 ก็ต้องถือว่าเขาทำผลงานได้น่าประทับใจ หลังทำประตูในลีกรุ่นเยาวชนได้ถึง 5 ลูก รวมถึงทำไปอีก 7 แอสซิสต์ จากการลงเล่นเพียง 11 นัด

 ยิ่งไปกว่านั้น บรูว์สเตอร์ ยังไม่ได้มีดีแค่การเป็นกองหน้าตัวเป้า แต่เขายังโยกไปเล่นเป็นตัวริมเส้นได้ด้วย จากการที่เจ้าตัวมีทั้งความเร็วที่ดี และพละกำลังที่ยอดเยี่ยม ซึ่งคุณสมบัติทั้งหมดที่ว่ามานี้มันเข้ากับความต้องการของ คล็อปป์ พอดี

กุนซือชาวเยอรมันชอบให้แนวรุกของเขาสลับตำแหน่งในบางนัด เพื่อสร้างความได้เปรียบในบางด้าน นอกจากนี้ คล็อปป์ ยังมักจะให้ลูกทีมขึ้นเกมแบบรวดเร็วด้วย ซึ่งความเร็วของ บรูว์สเตอร์ ก็น่าจะเป็นประโยชน์กับแท็กติกแบบนั้นได้ไม่มากก็น้อย

    - ปัจจัยที่อาจเป็นอุปสรรค
อาการบาดเจ็บถือเป็นฝันร้ายของนักกีฬาทุกคน ยิ่งเจ็บหนักจนต้องพักนานมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อทั้งสภาพร่างกายและจิตใจมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสภาพความฟิต, อาการเดี้ยงติดค้าง หรืออาการหวาดระแวงว่าอาจจะต้องเจ็บหนักอีกจนทำให้บางครั้งไม่กล้าเข้าไปเล่นในจังหวะเสี่ยงๆ มากเท่าที่ควร

บรูว์สเตอร์ เองก็เจอเรื่องนั้นมาหมาดๆ ก่อนหน้านี้เขามีอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าจนไม่ได้เล่นแม้แต่นัดเดียวนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคม ปีก่อน โดยกว่าที่เขาจะคืนสนามได้ก็ต้องรอจนถึงเกมลีกรุ่นเยาวชนกับ เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาเลย ซึ่งถึงแม้เขาจะได้ลงเล่นในเกมลีกรุ่นเยาวชน 2 นัดสุดท้ายของซีซั่น 2018-19 แต่มันก็ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเขาหายขาดดีแล้วรึยัง

 นอกจากนี้ มันยังมีเรื่องคุณสมบัติด้านร่างกายที่อาจจะยังไม่เหมาะต่อการเล่นในลีกสูงสุดด้วย เพียงแต่จุดนี้ยังหาทางแก้ไขได้ง่ายกว่าเรื่องอาการบาดเจ็บ โดยแค่เข้าโรงยิมเพื่อทำให้สภาพร่างกายแข็งแกร่งก็เพียงพอแล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่า บรูว์สเตอร์ ต้องมีความขยันอย่างหนักด้วย

สรุป : การลาทีมไปของ สเตอร์ริดจ์ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ บรูว์สเตอร์ แจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวในฤดูกาลนี้ ซึ่งเขาก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าการล้มเหลว และเขาก็อาจจะทำให้แนวรุกของ ลิเวอร์พูล โหดขึ้นไปอีก...ถ้าเจ้าตัวไม่โดนอาการบาดเจ็บตามเล่นงานน่ะนะ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

คลิปไฮไลท์

More »