ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล โปรแกรมทีวี คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » พรีเมียร์ลีก อังกฤษ » สิงห์ยังบู่ไม่เลิก! เอ็นดิดี้แก้ตัวโขกพาเลสเตอร์บุกเจ๊าเชลซี

สิงห์ยังบู่ไม่เลิก! เอ็นดิดี้แก้ตัวโขกพาเลสเตอร์บุกเจ๊าเชลซี

Posted 19/08/2019 by siamsport

"สิงห์บลูส์" แม้จะพังประตูขึ้นนำไปก่อนจาก เมสัน เมาท์ แต่กลายเป็นว่าครึ่งหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ แก้เกมมาดีก่อน วิลฟรีด เอ็นดิดี้ ที่ทำเสียประตูแรกจะโขกแก้ตัวให้ทีมไล่ตีเสมอ 1-1 แบ่งแต้มกันไป ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
 
สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
 

 

    เกมพรีเมียร์ลีก นัดที่สอง ประจำคืนวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา เชลซี ที่เกมเปิดสนามบุกไปพ่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-4 ก่อนจะมาพ่ายจุดโทษให้ ลิเวอร์พูล 4-5 ในรายการ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ "จิ้งจอกสีน้ำเงิน" เลสเตอร์ ซิตี้ เกมแรกทำได้แค่เสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ในบ้านตัวเอง 0-0
 
    โดยก่อนเกมมีรายงานว่า เกรแฮม สกอตต์ ผู้ตัดสินที่ถูกวางตัวให้เป่าในเกมนี้ มาไม่ทันเนื่องจากประสบกับปัญหาการจราจรติดหนักบนถนนหลังเกิดอุบัติเหตุรถชนกัน ทำให้ต้องเปลี่ยนเอา โอลิเวอร์ แลงฟอร์ด ผู้ตัดสินที่สี่ทำหน้าที่แทน และนับเป็นนัดแรกเลยที่ได้ลงตัดสินในเกมระดับพรีเมียร์ลีก
 
    เกมเปิดฉากมาได้แค่ 7 นาทีแรก แฟนสิงห์บลูส์ได้เฮอย่างรวดเร็วเลย เมื่อ วิลฟรีด เอ็นดิดี้ ทำเสียบอลหน้ากรอบเขตโทษตัวเองก่อนโดน เมสัน เมาท์ ที่วิงมาฉกบอลจากได้หลังแย่งบอลเข้าไปซัดผ่านมือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าไปให้ เชลซี ขึ้นนำ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0
 


     เมสัน เมาท์ ที่เล่นได้โดดเด่นเกือบได้ลุ้นประตูที่สองในเกมนี้ หลัง นาที 21 เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ครอสบอลมาให้โขกเน้นบริเวณจุดโทษแต่บอลดันพุ่งไปตรงตัวนายด่านเลสเตอร์
    
     เกมรุกของ "สิงห์บลูส์" ยังหลากหลายกว่า นาที 26 เอเมอร์สัน ปาดเลียดมาเสาแรกให้ ชิรูด์ ตอกส้นมาให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ วิ่งมายิงด้วยขวาไม่ถึง 10 หลาบอลจะเข้าอยู่แล้วแต่ คริสเตียน ฟุคส์ ยังวิ่งมาบล็อคบอลออกหลังหวุดหวิด
 
    ท้ายครึ่งแรก เลสเตอร์ ได้กดดันเจ้าถิ่นได้มากขึ้น แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมพอทำให้ จบครึ่งเวลาแรก เจ้าบ้าน เชลซี ขึ้นนำ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0
 


    ครึ่งหลังทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น นาที 53 เอเมอร์สัน ครอสบอลทางด้านซ้ายมาให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ขึ้นโขกแต่บอลยังไปเข้ามือ ชไมเคิ่ล รับไว้ได้ ซึ่งเป็นแอ็คชั่นสุดท้ายก่อน แลมพาร์ด จะเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 60 และส่ง แทมมี่ อับราฮัม ลงมาเล่นแทน
 
    แต่กลายเป็นลูกทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส มาไล่ตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ นาที 66 จากจังหวะบอลคอนเนอร์ทางด้านขวา เจมส์ แมดดิสัน เปิดบอลมาหน้าปากประตูให้ วิลฟรีด เอ็นดิดี้ ขึ้นโขกเข้าไปอย่างเด็ดขาด แก้ตัวจากการเสียประตูแรกได้สำเร็จ
 


    นาที 70 เชลซี ทำการเปลี่ยนตัวรวดเดียวสองคนสุดท้าย ส่งทั้ง มัตเตโอ โควาซิช และวิลเลี่ยน ลงมาเล่นแทน จอร์จินโญ่ และคริสเตียน พูลิซิช ส่วนทางฝั่ง "จิ้งจอก" ส่งทางด้าน เดนนิส ปราต์ ลงมาเล่นแทน แฮมซ่า ชูดฮูลี่
 
    นาที 73 เลสเตอร์ เกือบพลิกขึ้นนำบ้าง บอลจากด้านซ้ายของ คริสเตียน ฟุคส์ ปาดเข้ากลางถึง อโยเซ่ เปเรซ ปล่อยบอลให้ เจมส์ แมดดิสัน แตะบอลหลุดเข้าไปซัดบอลเหินคานอย่างน่าผิดหวัง
 
    ท้ายเกม นาที 85 แทมมี อับราฮัม พักบอลต่อให้ เมสัน เมาท์ ได้วอลเลย์นอกกรอบบอลพุ่งไปโดน คากลาร์ โซยุนคู บล็อคออกไปแม้แข้งสิงห์บลูส์จะฟ้องว่าบอลไปโดนแขนเป็นแฮนด์บอลแต่ไม่เป็นผล
 


    นาที 89 ทีมเยือนสวนกลับมาบ้างบอลจาก แมดดิสัน ออกทางขวาให้ มาร์ค อัลไบรท์ตัน ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาเปิดเข้ากลางมาให้ ยูริ ตีเลม็องส์ กดเต็มเท้าบอลพุ่งแรงแต่ยังไปติดเซฟของ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า
 
    ช่วงที่เหลือยังทำสกอร์เพิ่มไม่ได้ จบเกม เชลซี เปิดรังทำได้แค่เสมอกับ เลสเตอร์ 1-1 แบ่งแต้มกันไป ส่งผลให้ สิงห์บลูส์ ได้หนึ่งคะแนนแรกของซีซั่น ส่วน "จิ้งจอกสีน้ำเงิน" เสมอสองเกมติดมีสองคะแนน
    
     รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม
 
        เชลซี (4-3-3) : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า - เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันเดรีย คริสเตียนเซ่น, เคิร์ต ซูม่า, เอเมอร์สัน - เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ (มัตเตโอ โควาซิช น.71) - เปโดร โรดริเกซ, เมสัน เมาท์, คริสเตียน พูลิซิช (วิลเลี่ยน น.71) - โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (แทมมี่ อับราฮัม น.60)
 
        ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด
 
        เลสเตอร์ (4-1-4-1) แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล - ริคาร์โด้ เปเรยร่า, จอนนี่ อีแวนส์, คากลาร์ โซยุนคู, คริสเตียน ฟุคส์ - วิลฟรีด เอ็นดิดี้ - อโยเซ่ เปเรซ (มาร์ค อัลไบรท์ตัน น.80), ยูริ ตีเลม็องส์, แฮมซ่า ชูดฮูลี่ (เดนนิส ปราต์ น.73), เจมส์ แมดดิสัน - เจมี่ วาร์ดี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

คลิปไฮไลท์

More »