ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล โปรแกรมทีวี คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » ลีกคัพอื่นๆ » เก่งระดับขงเบ้งผสมสุมาอี้ ! 4 โคตรกุนซือที่ยังว่างงาน

เก่งระดับขงเบ้งผสมสุมาอี้ ! 4 โคตรกุนซือที่ยังว่างงาน

Posted 14/09/2019 by siamsport

สำหรับตอนนี้หลายคนมองว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล กลายเป็น 2 สโมสรที่ขับเคี่ยวแย่งชิงความยิ่งใหญ่ในวงการลูกหนังโลก โดย "เรือใบสีฟ้า" สามารถครองอำนาจในอังกฤษ ขณะที่ "หงส์แดง" ผงาดความเป็นจ้าวยุโรปด้วยการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
    แน่นอนว่าความสำเร็จของทั้งสองทีมมาจากมันสมองของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่นำต้นสังกัดของพวกเขาสร้างความตื่นตาตื่นใจทั้งสไตล์การเล่น และความมุ่งมั่นของนักเตะ ทำให้แฟนบอลทั่วโลกรู้สึกสนุกเมื่อได้เห็น 2 ทีมนี้ลงสนาม

    จริงๆ แล้วในวงการลูกหนังไม่ได้มีแค่ เป๊ป กับ คล็อปป์ เท่านั้นที่มันสมองเป็นเลิศ แต่ยังมีกุนซืออีกหลายคนที่เก่งฉกาจ แต่พวกเขาเลือกที่จะวางมือเพื่อไปเติมเชื้อไฟ และความกระหาย ก่อนที่จะหวนกลับมาทำงานที่หัวใจปรารถนาอีกครั้ง

 


4. เคลาดิโอ รานิเอรี่  
    หนึ่งในผู้จัดการทีมที่โลกลูกหนังต้องจดจำ โดยกุนซือชาวอิตาเลียน เคยได้รับรางวัล "โค้ชยอดเยี่ยมประจำปี 2016 ของฟีฟ่า" มาแล้ว

    ต้องยอมรับว่า รานิเอรี่ ประสบความสำเร็จสุดยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพของเขา เมื่อนำ เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรระดับกลาง แถมยังต้องดิ้นรนหนีตกชั้นในฤดูกาลก่อน ก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อปี 2016 โดยเขาได้สร้างซีซั่นแห่งเทพนิยายร่วมกับทัพ "สุนัขจิ้งจอก" ส่งผลให้เจ้าตัวกลายเป็นผู้จัดการทีมคนที่ 6 ในหน้าประวัติศาสตร์งการลูกหนังเมืองผู้ดีเมื่อไดชูโทรฟี่พรีเมียร์ลีก

 

    อย่างไรก็ตามในฤดูกาลถัดมา รานิเอรี่ กลับทำผลงานไม่ค่อยดีนักสุดท้ายก็โดน เลสเตอร์ ไล่ออก แต่ความรักความผูกพันระหว่างเขากับแฟนบอล "เดอะ ฟ็อกซ์" ไม่เคยจางหายไป และแฟนบอลถึงขนาดเรียกร้องให้มีสร้างรูปปั้นของ กุนซือเลือดมะกะโรนี นอกสนามคิง พาวเวอร์ เพื่อเป็นการระลึกถึงความยิ่งใหญ่ของเขา และความสำเร็จที่เหนือความคาดหมาย

    หลังจากนั้น รานิเอรี่ มีโอกาสได้ใช้เวลาสั้นๆ กับ น็องต์ ตามด้วยการกลับคืนสังเวียนลูกหนังเมืองผู้ดีกับ ฟูแล่ม แต่เขาอยู่กับ "เจ้าสัวน้อย" ไม่นานก็ได้รับการแต่งตั้งให้กุมบังเหียน "หมาป่าเหลืองแดง" โรม่า แต่เมื่อจบฤดูกาล 2018/19  รานิเอรี่ ก็อำลาทีม

    ก่อนหน้านี้ รานิเอรี่ มีข่าวพัวพันกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด โดย "สาลิกาดง" หวังจะดึงตัวมาสานต่องานของ ราฟาเอล เบนิเตซ ที่ย้ายไปทำงานในประเทศจีน แต่สุดท้ายพลิกโผกลายเป็น สตีฟ บรูซ ได้รับตำแหน่งไปแทน กระนั้นเจ้าตัวก็ยังคงเนื้อหอมเมื่อกลายเป็นหนึ่งในรายชื่อที่มีลุ้นได้เป็นเทรนเนอร์ทีมชาติกีนี ซึ่งเก้าอี้ยังว่างหลัง  ปอล ปูต์ โดนไล่ออกหลังจบศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ที่ผ่านมา

 


3. อาร์แซน เวนเกอร์ 
    นี่คือมหาบุรุษในวงการกุนซืออย่างแท้จริงๆ โดย อาร์แซน เวนเกอร์ ได้รับการเชิดชูในฐานะหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เพราะเขาสร้าง อาร์เซน่อล ให้กลายร่างจากทีม "น่าเบื่อ" เป็นทีมที่มีเกมรุกสนุกสนาน สร้างสรรค์ และเต็มไปด้วยประสิทธิภาพในการระเบิดตาข่ายคู่แข่ง

    กุนซือชาวฝรั่งเศส ทำหน้าที่กุมบังเหียน "ไอ้ปืนใหญ่" นานกว่า 2 ทศวรรษ พร้อมกับคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย และแชมป์ เอฟเอ คัพ 7 สมัย แน่นอนว่าเขาเป็นผู้จัดการทีมเพียงคนเดียวในหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังเมืองผู้ดีที่นำ อาร์เซน่อล คว้าแชมป์แบบไร้พ่าย เมื่อซีซั่น 2003/04

 

    อย่างไรก็ตามหลังจากซีซั่นแห่งประวัติศาสตร์ เวนเกอร์ ก็ไม่เคยนำสโมสรสัมผัสโทรฟี่พรีเมียร์ลีกอีกเลย สุดท้ายเจ้าตัวก็ตัดสินใจก้าวลงจากหอคอยงาช้างในปี 2017 ซึ่งทีมจบฤดูกาลในอันดับ 6 และเป็นการสิ้นสุดยุครุ่งเรืองของเขากับยอดทีมแห่งถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

    สำหรับตอนนี้ เวนเกอร์ ยังคงเป็นยอดกุนซืออยู่เสมอ แม้ว่าเขาจะไม่มีสโมสรให้คุมทัพก็ตาม โดยเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา นายใหญ่เลือดเฟร้นช์ ได้ออกมาเปิดเผยแล้ว่าอยากหวนกลับมาทำงานวางหมากลูกหนังอีกครั้ง เพราะเขาคิดถึงกลิ่นสาปเกมฟุตบอล และยังไม่คิดจะวางมือเพียงแค่พักสมองเพื่อรอเวลากุมบังเหียนทีมที่เหมาะสม
   

 

2. มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี
    อดีตกุนซือ ยูเวนตุส ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเทรนเนอร์ที่เก่งที่สุดในวงการลูกหนังโลก แม้ว่าเขาจะขาดแค่การนำสโมสรคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ช่วงเวลาที่เจ้าตัวทำงานกับทัพ "เบียงโคเนรี่" ต้องบอกว่าโกยความสำเร็จในประเทศอิตาลีเป็นว่าเล่น และยังได้แชมป์รายการหลัก 11 โทรฟี่ในช่วง 5 ซีซั่นกับทีม

    ย้อนไปในช่วงที่เริ่มสร้างชื่อ อัลเลกรี กุมบังเหียนซาสซูโอโล่, กายารี่ และ เอซี มิลาน ก่อนจะทำงานในถิ่นอัลลิอันซ์ สเตเดี้ยม ในปี 2014 ด้วยแท็คติกที่เน้นเกมรับแข็งแกร่งดังภูผาหินส่งผลให้เขาสามารถนำ "ม้าลาย" คว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา  5 สมัยติดต่อกัน และทะลุเข้ารอบชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัยในรอบ 3 ปี แต่น่าเสียดายที่แพ้ให้กับ 2 มหาอำนาจจากสเปนได้แก่ บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด


 

    ความสำเร็จภายในประเทศดูเหมือนจะไม่เพียงพอสำหรับแฟนบอลของ ยูเว่ บางคน และมองว่าเขายังไม่ได้เก่งเหมือนกับกุนซือหลายๆ คนเพียงเพราะขาดความสำเร็จในถ้วยใบโตยุโรป อย่างไรก็ตาม แฟนบอลส่วนใหญ่กลับมองต่างมุมเพราะหากไม่มี อัลเลกรี ทีมคงไม่ยึดหัวหาดลีกมะกะโรนีจนถึงปัจจุบัน

    ตอนนี้ อัลเลกรี ตัดสินใจอำลา ยูเวนตุส หลังนำสโมสรคว้าแชมป์ลีกเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และเลือกที่จะไม่รับงานคุมทีมไหนทั้งนั้นโดยให้เหตุผลต้องการพักสมอง และเติมเชื้อไฟ 1 ปี ฉะนั้นนี่เป็นเรื่องน่าสนใจจริงๆ ว่าจุดหมายปลายทางต่อไปของ อัลเลกรี จะเป็นที่ไหน ซึ่งหลายๆ คนคาดการณ์ว่าคงจะเป็นหนึ่งในสโมสรชั้นนำของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แหงๆ

 


1. โชเซ่ มูรินโญ่
     คงไม่มีใครกล้าเถียงว่า โชเซ่ มูรินโญ่ คือหนึ่งในโคตรมหากุนซือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่วงการฟุตบอลเคยมีมา และไม่ใช่เรื่องแปลกที่เจ้าตัวจะสถาปนาสมญานามให้ตนเองว่า "สเปเชียล วัน" เพราะมองว่า ตนเองคือหนึ่งเดียวคนนี้ที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง และไม่มีใครเหมือน

    แม้ว่า "เฮียมู" จะได้รับเครดิตเชิดชูในฐานะที่ประสบความสำเร็จมากมายมหาศาลกับสโมสรที่เขาเคยกุมบังเหียนก็ตาม อย่างเช่นการได้แชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ ปอร์โต้, นำ เชลซี ครองแชมป์พรีเมียร์ลีก, ผงาดพา อินเตอร์ สอยทริปเบิ้ลแชมป์  และสวมบทโค้ช เรอัล มาดริด สอยแชมป์ ลา ลีกา

    ที่สำคัญยังสามารถนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ "มิกกี้เมาส์แชมป์" (ยูโรปา ลีก, เอฟเอ คัพ, คาราบาว คัพ) แต่ด้วยความคาดหวังของสาวก "เร้ด อาร์มี่" ที่สูงเกินกว่าโทรฟี่เหล่านี้ ทำให้ มูรินโญ่ ต้องเจอแรงกดดันอย่างหนักเพราะต้องฉุด "ปีศาจแดง" ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอังกฤษ ขึ้นมาจากขุมนรก

 

    เมื่อดูจากประวัติการทำงานของ มูรินโญ่ จะเห็นได้ว่าทุกสโมสรที่เขาเข้าไปกุมบังเหียนจะต้องได้แชมป์ลีกสูงสุดในประเทศ ยกเว้นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เท่านั้น โดยนอกจาก "เฮียมู" จะทำทีมจบอันดับไม่น่าอภิรมย์แล้ว สไตล์การเล่นที่สนุกเร้าใจในยุคเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เปลี่ยนเป็นรถบัสที่แสนน่าเบื่อ ซึ่งบางครั้งแฟนบอลของพวกเขายังนั่งหาวขณะชมทีมรักตะบันลูกหนัง

     สำหรับฤดูกาลสุดท้ายกับ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น มูรินโญ่ มีปัญหามากมายแต่ที่อื้อฉาวที่สุดก็คือการวิจารณ์ฟอร์มลูกทีมต่อหน้าธารกำนัล และทะเลาะกับสื่อเป็นประจำ เมื่อทุกอย่างย่ำแย่จนเกินรับไหวฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้น นำไปสู่การปลด กุนซือชาวโปรตุกีส เมื่อกลางเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา

    ส่วนตอนนี้ มูรินโญ่ ยังไม่ยอมรับงานกับทีมไหนทั้งนั้น โดยเขาหันไปทำงานเป็นนักวิเคราะห์เกมให้กับสื่อโทรทัศน์ แต่เชื่อเหอะ ! ความกระหายในเกมลูกหนัง คงทำให้ "เฮียมู" คืนวงการอีกครั้ง แต่จะเป็นสโมสรไหน นี่แหละคือสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

คลิปไฮไลท์

More »