ผลคะแนนและราคา 2 in 1 ผลอีสปอร์ต คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » พรีเมียร์ลีก อังกฤษ » เจมส์ มิลเนอร์ "ผมไม่ปลื้มระบบวีเออาร์" กับ 100 เกมพรีเมียร์ลีก

เจมส์ มิลเนอร์ "ผมไม่ปลื้มระบบวีเออาร์" กับ 100 เกมพรีเมียร์ลีก

Posted 29/10/2019 by siamsport

ฤดูกาล 2019/20 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงวงการฟุตบอลในประเทศอังกฤษ อย่างมาก เมื่อมีการตัดสินใจนำระบบเทคโนโลยีผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือ "วีเออาร์" ซึ่งนับจากนัดเปิดสนามเกมพรีเมียร์ลีก จนถึงเกมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตอนนี้ก็ครบ 100 แมตช์แล้ว และระบบนี้มีส่วนต่อผลการแข่งขันมากมายเลยทีเดียว
    จะว่าไปแล้วเกมลูกหนังเมืองผู้ดีได้นำระบบเทคโนโลยีเข้ามาชิมลางก่อนหน้านั้นหลายปีแล้ว โดยการใช้เทคโนโลยี "โกลไลน์" เพื่อช่วยสนับสนุนผู้ตัดสินว่าลูกฟุตบอลเข้าประตูไปหรือยัง จนกระทั่งปัจจุบันที่ไม่สามารถทนกระแสทัดทานความต้องการของแฟนบอลที่อยากเห็นเกมฟุตบอลที่มีความยุติธรรมที่สุด จึงนำไปสู่การเข้าร่วมใช้ระบบ "วีเออาร์"

    สำหรับตอนนี้เกมฟุตบอลลีกสูงสุดเมืองผู้ดีที่มีการนำระบบวีเออาร์เข้ามาใช้แข่งมาครบ 100 แมตช์แล้ว โดยมีหลายเกมที่เปลี่ยนคำตัดสินและผลการแข่งขันไปอย่างสิ้นเชิง และก็มีหลายแมตช์ที่ระบบนี้เกิดข้อกังขาว่ามีความเที่ยงตรงจริงดั่งที่อ้างอิงกันไว้หรือไม่

 


 

    แน่นอนว่าจาก 100 แมตช์ที่ผ่านมาในฤดูกาลนี้ ระบบดังกล่าวมีการเปลี่ยนคำตัดสินไปแล้ว 26 ครั้ง ซึ่งเฉลี่ยแล้ว 1ต่อ 3.85 เกม อย่างไรก็ตามไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวที่กรรมการจะวิ่งไปดูจอมอนิเตอร์ที่อยู่ข้างสนาม เหมือนกับลีกชั้นนำยุโรปอย่าง บุนเดสลีกา, กัลโช่ เซเรีย อา, ลา ลีกา และลีก เอิง 

    เหตุผลที่พวกเขาทำแบบนี้เพราะต้องการลดความล่าช้าจากการต้องรอคอยคำตัดสินของวีเออาร์ อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าองค์กรผู้ตัดสินอาชีพของอังกฤษ หรือ "พีจีเอ็มโอแอล" (PGMOL) จะมีการพิจารณาทบทวนเกี่ยวกับระบบนี้ หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ให้ประตูชัยของ อาร์เซน่อล จากการทำประตูของ โซคราติส ในเกมที่เสมอ คริสตัล พาเลซ 2-2

    จังหวะดังกล่าว มาร์ติน แอตกินสัน ท่านเปาหลัก เป่าให้เป็นประตูแต่มีสัญญาณมาจากทีมวีเออาร์ที่ระบุว่า  คาลั่ม แชมเบอร์ส ทำฟาวล์ ลูก้า มิลิโวเยวิช ก่อน แต่เหตุการณ์ดังกล่าวดูเหมือนจะไม่ชัดเจนว่าเป็นการทำพลาดหรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่าความผิดพลาดเกิดจาก แอตกินสัน และวีเออาร์ไม่น่าจะเข้ามาแทรกแซงจังหวะนี้

 


 

    ขณะเดียวกันในเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกชนะ นอริช ซิตี้ 3-1 โดย "ปีศาจแดง" มีโอกาสได้จุดโทษถึง 2 ครั้งจากการตัดสินของวีเออาร์ กระนั้น โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ ยังยอมรับว่าจุดโทษแรกที่ เบน ก็อดฟรี่ย์ เบียด แดเนี่ยล เจมส์ ล้มในเขตโทษไม่ควรเป็นจุดโทษ แถมหากเป็นจุดโทษก็ควรยิงใหม่เนื่องจาก ทิม ครูล ออกมาก่อนเส้นตอนที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิง (ไม่เข้า)

    เจมส์ มิลเนอร์ แสดงออกอย่างชัดเจนถึงความรู้สึกที่ไม่ค่อยประทับใจกับเทคโนโลยีนี้ว่า "ผมไม่ใช่แฟนตัวยงเทคโนโลยีนี้ ผมอาจจะเป็นเพราะผมยังเป็นพวกหัวเก่า แต่ผมคิดว่ามีการโต้เถียงกันเยอะมากเกี่ยวกับระบบวีเออาร์ เทคโนโลยีโกลไลน์เป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อ มันตัดสินทันที แบบขาวกับดำ แต่มันเป็นเรื่องยากมากที่จะใช้วีเออาร์ เมื่อคุณยังต้องรอความเห็นในการตัดสิน และบรรยากาศมันเสียไปหมด"

      "คุณยิงประตูได้ มีเสียงเฮดังสนั่นจากนั้นก็ใช้วีเออาร์ คุณต้องรอว่ามันเป็นประตูไหม ? ผมเคยมีประสบการณ์ตอนยิงจุดโทษเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน (มิลเนอร์ ต้องยิงจุดโทษช้าในเกมที่ชนะ เลสเตอร์) นั่นเป็นประสบการณ์ใหม่ เพราะพวกเขามีการโต้เถียงกันว่าเป็นจุดโทษไหม"

    "ผมคิดว่ามันคงใช้ได้ดีหากเรามีการพัฒนา แต่ฟุตบอลเป็นเกมที่เกี่ยวข้องกับความผิดพลาดของนักเตะ และของผู้ตัดสินด้วย พวกเขาต้องเจอกับงานยากลำบาก แน่นอนว่าเกมมันไม่ไหลลื่น ถ้าหากวีเออาร์สามารถขจัดข้อโต้เถียงไปได้ผมก็พร้อมหนุนหลังเต็มร้อย แต่เรายังมีการโต้เถียงเรื่อง วีเออาร์ ผมไม่คิดว่ามีนักฟุตบอลที่รู้สึกแตกต่างกับผมมากนัก" มิลเนอร์ ระบุ

 


 

     100 แมตช์ที่ผ่านมาในพรีเมียร์ลีก แสดงให้เห็นแล้วว่าการใช้ระบบวีเออาร์ ช่วยให้การแข่งขันมีความเที่ยงตรงยุติธรรม แต่ในขณะเดียวกันมีบางจังหวะที่ไม่เคลียร์ก็ส่งผลเสียกับหลายทีมเช่นกัน ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผลโหวตส่วนใหญ่จาก "สกายสปอร์ตส" ไม่ปลื้ม "วีเออาร์" อย่างแรง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »