ผลคะแนนและราคา 2 in 1 ทาย คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล โปรแกรมทีวี คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » พรีเมียร์ลีก อังกฤษ » 10 คนสู้ 11 คนได้ดีเยี่ยม! เจาะ 5 ประเด็น อาร์เซน่อล บุกเสมอ เชลซี

10 คนสู้ 11 คนได้ดีเยี่ยม! เจาะ 5 ประเด็น อาร์เซน่อล บุกเสมอ เชลซี

Posted 22/01/2020 by siamsport

อาร์เซน่อล แสดงให้เห็นถึงทีมสปิริตที่สุดแข็งแกร่ง หลังจากเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนตั้งแต่เกือบครึ่งชั่วโมงแรก แต่สามารถต่อกรกับ เชลซี ได้อย่างสนุกสูสี แถมยังสามารถไล่ตีเสมอ "สิงห์บลูส์" ถึงสองครั้งสองครา ในศึกลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
    แมตช์นี้ ชโคดราน มุสตาฟี่ สวมบททั้งตัวร้ายและตัวเอก โดยเขาเป็นคนที่ทำพลาดส่งบอลสั้นทำให้ แทมมี่ อบราฮัม ได้โอกาสฉกบอลเข้าไปในเขตโทษ และทำให้ ดาวิด ลุยซ์ จำเป็นต้องทำฟาวล์ และนำไปสู่การโดนไล่ออก อย่างไรก็ตามกองหลังชาวเยอรมัน แก้ตัวได้สำเร็จด้วยการแอสซิสต์ให้  กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ หลุดเข้าไปยิงประตูตีเสมอ 1-1 ก่อนที่เกมนี้จะจบลงด้วยการเสมอกัน 2-2

    ขณะเดียวกันสิ่งที่ เชลซี จำเป็นต้องแก้ไขเป็นการด่วนก็คือการจบสกอร์ เพราะแมตช์นี้แนวรุกของเจ้าบ้านขาดความเฉียบคม ทั้งๆ ที่สร้างโอกาสได้หลายต่อหลายครั้ง ฉะนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือคนหนุ่ม จะกระโดดเข้าตลาดนักเตะเดือนม.ค. เพื่อหาหัวหอกแบบโป้งปิดบัญชีมาเสริมเป็นการด่วน    

 

1. มุสตาฟี่ มีทั้งแย่และดี
    สำหรับช่วงต้นเกมต้องยอมรับว่าทั้งสองทีมมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ และเล่นกันได้สนุกสีสูสมเป็นศึกดาร์บี้แมตช์แห่งกรุงลอนดอน แต่แล้วสถานการณ์ทุกอย่างต้องเปลี่ยนไปทันทีจากการเล่นผิดพลาดแบบไม่ควรเกิดขึ้นของ ชโคดราน มุสตาฟี่ ทำให้ "เดอะ กันเนอร์ส" ต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

    จังหวะการคืนบอลที่ขาดน้ำหนักของ มุสตาฟี่ ทำให้ แทมมี่ อบราฮัม ฉกบอลลากเข้าไปในเขตโทษ และนั่นเป็นสาเหตุให้ ดาวิด ลุยซ์ จำเป็นต้องหยุด หัวหอกดาวรุ่งดีกรีทีมชาติอังกฤษ ด้วยการทำฟาลว์ ส่งผลนำไปสู่การเสียจุดโทษ แถมยังแย่ยิ่งกว่านั้นเมื่อ แข้งบราซิเลียนโดนใบแดงไล่ออกอีกต่างหาก

 


 

    การที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คนตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก แถมต้องมาเยือนสแตมฟอร์ด บริดจ์ แน่นอนว่า อาร์เซน่อล ตกอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วงที่จะโดนยำใหญ่ แต่ก็ต้องยอมรับว่า มิเกล อาร์เตต้า ปรับหมากได้ดีทำให้ อาร์เซน่อล สามารถยันเจ้าบ้านด้วยการโดนนำเพียงประตูเดียวเท่านั้น

    ขณะเดียวกัน มุสตาฟี่ หลังจากที่ทำพลาดในจังหวะดังกล่าว ก็สามารถแก้ตัวได้ดีด้วยการทำหน้าที่รับผิดชอบเกมรับได้ดีเยี่ยม แถมยังมีทีเด็ดด้วยการแอสซิสต์ให้ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ กองหน้าดาวรุ่งพุ่งแรง หลุดเข้าไปยิงประตูตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ

 

2. คืนฝันร้าย ลุยซ์ ที่บ้านเก่า
    สำหรับ ลุยซ์ แล้วการกลับมาเยือนสแตมฟอร์ด บริดจ์ ครั้งนี้เป็นเรื่องที่ไม่น่าปลื้มใจเอาซะเลย แน่นอนว่านั่นเป็นเพราะเจ้าตัวโดนแฟนบอล "สิงโตน้ำเงินคราม" โห่ใส่ตลอดทุกๆ ครั้งที่สัมผัสบอล เนื่องจากดันย้ายทีมไปเล่นให้กับคู่อริร่วมเมือง

 


 

    แน่นอนว่า ลุยซ์ ต้องแบกรับแรงกดดันอย่างหนักตั้งแต่ต้นเกม แถมยิ่งเจ็บปวดเข้าไปอีกก็คือ ดาวเตะชาวบราซิเลียน ลงเล่นเพียงแค่ 26 นาทีเท่านั้น หลังโดนใบแดงโดยตรงเนื่องจากทำฟาวล์ อบราฮัม ในเขตโทษ ซึ่งจะกล่าวโทษเขาก็ไม่ได้เพราะ มุสตาฟี่ ดันส่งบอลพลาด

    ที่น่าเจ็บปวดเข้าไปอีกก็คือการที่โดนแฟนบอลเจ้าบ้าน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยรักและเชิดชูเขาสมัยที่สวมชุด "สิงห์บลูส์" หัวเราะเย้ยหยันด้วยการสะใจ อย่างไรก็ตามบทสรุปสุดท้าย ลุยซ์ คงโล่งใจไปได้บ้าง เนื่องจากเพื่อนร่วมทีมทั้ง 10 คนสามารถรวมพลังสู้กับ เชลซี ที่มีผู้เล่นมากกว่าได้อย่างสุดยอด และแบ่งแต้มกลับบ้านสำเร็จ
 


3. ท็อปโฟร์เปิดกว้าง
    สำหรับในเวลานี้คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องการลุ้นแชมป์แล้ว เนื่องจาก ลิเวอร์พูล ทำแต้มทิ้งห่างไปไกลเหลือเกิน ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้  และ "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ น่าจะยึดอันดับ 2 และอันดับ 3 อย่างเหนียวแน่นไปจนกระทั่งจบซีซั่น

    ฉะนั้นตอนนี้อันดับ 4 ซึ่งเป็นโควตาสุดท้ายที่จะคว้าตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ยังคงเปิดกว้างให้กับ เชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ โดยเฉพาะการที่ "สิงห์บลูส์" ทำแต้มหลุดมือ 2 เกมล่าสุดทั้งแพ้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และเสมอ อาร์เซน่อล ทำให้เก็บได้ 40 คะแนน

 


 

    ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสสูงที่จะทำแต้มขยับเข้ามาใกล้ทีมของกุนซือแฟร้งค์ แลมพาร์ด เมื่อพวกเขามีโปรแกมเปิดรังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับมือ เบิร์นลี่ย์ วันพุธที่ 22 มกราคมนี้ เช่นเดียวกับ วูล์ฟส์ ที่มีคิวดวล ลิเวอร์พูล จ่าฝูง ในวันพฤหัสบดี หากทั้งสองทีมเก็บ 3 คะแนนได้ งานนี้ เชลซี คงต้องเหงื่อตกแน่นอน

    อย่างไรก็ตามหาก "ปีศาจแดง" และ "หมาป่า" ไม่สามารถทำตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ คงต้องบอกว่าทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" พกดวงมาเต็มกระบุง ส่วน อาร์เซน่อล ตอนนี้คงหวังได้แค่พื้นที่โควตา ยูฟ่า ยูโรปา ลีก เท่านั้น


   
 4. เชลซีต้องหาหัวหอกชั้นดี 
    ผลการแข่งขันในเกมนี้แสดงให้เห็นหนึ่งสิ่งที่ เชลซี ต้องรีบแก้ไขเป็นการด่วน นั่นก็คือการหากองหน้าฝีเท้าฉมังในการทำประตู เพราะแมตช์นี้เจ้าบ้านมีตัวผู้เล่นมากกว่าเกือบ 1 ชั่วโมง และสร้างโอกาสได้หลายครั้ง แต่ยิงทิ้งยิงขว้างอย่างน่าเสียดาย

    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับ เชลซี มีหลายเกมที่พวกเขาครองเกมได้ดี สร้างโอกาสมากมาย แต่ไม่สามารถจบสกอร์ได้ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ออกมาพูดอยู่บ่อยๆ ว่าลูกทีมขอเขาไม่มีสัญชาตญาตนักฆ่า ฉะนั้นจึงต้องหาดาวยิงเพชฌฆาตแบบโป้งปิดบัญชีมาเสริมด่วน

 


 

    นอกจากนี้ "แลมพ์ส" ยังมองว่าหัวหอกที่จะมาแก้วิกฤติการยิงประตูให้กับทีมได้ดีที่สุดก็คือ เอดินสัน คาวานี่ เพราะนักเตะรายนี้มีศักยภาพในการระเบิดตาข่าย พร้อมทั้งประสบการณ์มากมายในเวทียุโรป สามารถประคับประคอง และเป็นตัวอย่างให้ แทมมี่ อบราฮัม และ มิชี่ บาตชูอายี่  ได้เรียนรู้วิธีการจบสกอร์ที่เด็ดขาด

    แน่นอนว่า อบราฮัม และ บาตชูอายี่ คืออนาคตของยอดทีมแห่งถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ แต่ แลมพาร์ด ต้องการกองหน้าชั้นยอดซึ่งอาจจะเป็น คาวานี่ มาช่วยเสริมความแข็งแกร่งเพราะนักเตะเหล่านี้มีประสบการณ์สูง และพร้อมที่จะนำมาใช้งานได้ทันที
 


5.  มาร์ติเนลลี่  ความหวังใหม่
      กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ อายุเพียงแค่ 18 ปีเท่านั้น และได้ลงเล่นตัวจริงในเกมพรีเมียร์ลีกเพียง 5 แมตช์ แน่นอนว่าเขาอาจจะดูเหมือนยังเด็กเกินไปที่สาวก "เดอะ กันเนอร์ส" จะฝากความหวัง แต่ฟอร์มในเกมดาร์บี้แมตช์กรุงลอนดอน คงทำให้พวกเขาเปลี่ยนความคิดทันที

 

    ดาวเตะชาวบราซิเลียน แสดงให้เห็นถึงการเล่นกล้าเกินวัย และมีความแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ โดยในจังหวะที่เจ้าตัวลากบอลทะลุเข้าไปในเขตโทษของ เชลซี แสดงให้เห็นแล้วว่าเขามีความมั่นใจ และรวดเร็วอย่างมาก แถมยังเลี้ยงบอลได้ติดเท้า และจบสกอร์ได้อย่างเด็ดขาด

    แน่นอนว่าจังหวะนี่อาจจะมีดวงเข้ามาผสมด้วย เพราะ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ดันเสียจังหวะลื่นล้ม ช่วยทำให้ มาร์ติเนลลี่ มีโอกาสใส่ชื่อตัวเองบนสกอร์บอร์ด ฉะนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่ อาร์เตต้า จะให้โอกาส ดาวยิงเลือดแซมบ้า ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาศักยภาพให้มากยิ่งขึ้น

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

คลิปไฮไลท์

More »