ผลคะแนนและราคา 2 in 1 ผลอีสปอร์ต คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » ลาลีกา สเปน » เมสซี่, ซัวเรซ, กรีซมันน์ เหลือเท่าไหร่? หาก บาร์เซโลน่า หั่นค่าเหนื่อย 70 %

เมสซี่, ซัวเรซ, กรีซมันน์ เหลือเท่าไหร่? หาก บาร์เซโลน่า หั่นค่าเหนื่อย 70 %

Posted 28/03/2020 by siamsport

ในสถานการณ์ที่ทุกสโมสรต้องรัดเข็มขัดเนื่องจากโดนพิษเชื้อไวรัสโควิด-19 เล่นงาน จนเป็นเหตุให้วงการลูกหนังในสเปน และทั่วโลก ต้องหยุดชะงัก นั่นจึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้บรรดาทีมที่มีผู้เล่นระดับโลก จำเป็นต้องคิดถึงเรื่องการลดรายจ่ายของสโมสร ด้วยการลดค่าเหนื่อยของนักเตะ

    อย่างในกรณีของ บาร์เซโลน่า มีแนวคิดที่จะใช้ระบบ "ERTE" หรือเรียกง่ายๆว่า "ข้อบังคับการจ้างงานชั่วคราว" ในช่วงระหว่างที่ดินแดนกระทิงดุกำลังเผชิญกับช่วงเวลาวิกฤติอย่างหนัก จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะ ที่ยังไม่มีทีท่าจะหยุดลงซะที

    จากสถานการณ์ในเวลานี้ทำให้บอร์ดบริหารมีแนวคิดที่จะขอลดค่าเหนื่อยลงในสัดส่วนที่มากถึง 70 เปอร์เซ็นต์กับบรรดาสตาร์ลูกหนังของทีม แต่หากสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติจะได้รับค่าเหนื่อยเต็มเท่าเดิม โดยงานนี้ลองมาดูนักเตะบางคนของ "เจ้าบุญทุ่ม" ที่เคยได้รับทรัพย์เต็มกระเป๋า เมื่อโดนหั่นค่าเหนื่อยช่วงระงับการเล่นเกมลูกหนังชั่วคราว จะเหลือกันเท่าไหร่ต่อสัปดาห์
   
 


ลิโอเนล เมสซี่

 


สัญญาปัจจุบัน :  500,000 ปอนด์ (ราว 19 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์
หลังจากโดนตัดค่าเหนื่อย 70 เปอร์เซนต์ :  150,000 ปอนด์ (ราว 5.7 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

    ซูเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ เป็นผู้เล่นที่มีรายได้มากที่สุดของ บาร์เซโลน่า โดยปัจจุบันเขาได้รับเงินเข้าบัญชีประมาณครึ่งล้านปอนด์ ก่อนหักภาษี โดยไม่รวมพวกรายได้พิเศษอย่างโบนัส หรือลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์  ฉะนั้นหากมีการลดค่าเหนื่อย 70 เปอร์เซนต์จริงๆ จะทำให้เขาสูญเสียเงินไปถึง 350,000 ปอนด์ (ราว 13.30 ล้านบาท)ต่อสัปดาห์ และเหลือรายได้เพียง 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ก่อนหักภาษี
    

 

อองตวน กรีซมันน์

 


สัญญาปัจจุบัน : 294,000 ปอนด์ (ราว 11.17 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์
หลังจากโดนตัดค่าเหนื่อย 70 เปอร์เซนต์ : 88,200 ปอนด์ (ราว 3.35 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

     "เจ้าบุญุทุ่ม" ทุ่มสมชื่อด้วยการควักกระเป๋าถึง 108 ล้านปอนด์ (ราว 4,104 ล้านบาท) เพื่อกระชาก หัวหอกเลือดเฟร้นช์ มาจากแอตเลติโก มาดริด โดย กองหน้าแชมป์โลกเป็นผู้เล่นที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของสโมสร แซงหน้า หลุยส์ ซัวเรซ ดาวเตะเพื่อนร่วมสังกัด

    ปัจจุบัน กรีซมันน์ รับเงินค่าเหนื่อย 294,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่หากโดนตัดค่าเหนื่อย 70 เปอร์เซนต์จะทำให้เขาได้รับเงินไม่ถึง 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ นั่นหมายความว่า อดีตสตาร์ "ตราหมี" แอต.มาดริด โดนลดเงินไปถึง 205,800 ปอนด์ (ราว 7.8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ซึ่งทำให้เขารับเงินเพียงแค่ 88,200 ปอนด์ก่อนหักภาษี

 

หลุยส์ ซัวเรซ 

 


สัญญาปัจจุบัน : 290,000 ปอนด์ (ราว 11 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์
หลังจากโดนตัดค่าเหนื่อย 70 เปอร์เซนต์ : 87,000 ปอนด์ (ราว 3.3 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์
 
    กองหน้าชาวอุรุกวัยเป็นหนึ่งในนักเตะที่สำคัญมากๆ สำหรับบาร์เซโลน่า ในช่วงกว่า 5 ปีที่ผ่านมา หรือนับตั้งแต่ที่เขาย้ายจาก ลิเวอร์พูล มาอยู่ในถิ่นคัมป์ นู เมื่อปี 2014 "คิง หลุยส์" ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย และแชมป์ ลา ลีกา 3 สมัย โดยนักเตะได้รับค่าเสียน้ำเงินถึง 290,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ก่อนหักภาษี และมีโบนัสด้วย เมื่อมีการลดค่าจ้างก็จะเหมือน กรีซมันน์ เพราะรายได้ของ ซัวเรซ จะตกฮวบลงมาเหลือแค่ 87,000 ปอนด์เท่านั้น
 


เซร์คิโอ บุสเกสต์

 


สัญญาปัจจุบัน : 260,000 ปอนด์ (ราว 9.88 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์
หลังจากโดนตัดค่าเหนื่อย 70 เปอร์เซนต์ : 78,000 ปอนด์ (ราว 2.96 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์
 
    กองกลางมากประสบการณ์ ซึ่งเป็นลูกหม้อจากศูนย์เยาวชนลา มาเรีย และเล่นให้ บาร์เซโลน่า เพียงแค่สโมสรเดียว ได้รับรายได้จำนวน 260,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์ก่อนหักภาษี แต่หากโดนลดรายได้ 70 เปอร์เซนต์ จะทำให้เงินของเขาหายไปถึง 182,000 ปอนด์ (ราว 6.91 ล้านบาท) ทำให้รายรับที่ได้ต่อสัปดาห์เหลือเพียงแค่ 78,000 ปอนด์เท่านั้น

 

เคราร์ด ปิเก้ 
 

 


สัญญาปัจจุบัน : 220,000 ปอนด์ (ราว 8.36 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์
หลังจากโดนตัดค่าเหนื่อย 70 เปอร์เซนต์ : 66,000 ปอนด์ (ราว 2.5 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

    ต้องบอกว่า ปิเก้ ก็เหมือนกับ เมสซี่, กรีซมันน์, ซัวเรซ และ บุสเกสต์ เพราะเขาเป็นนักเตะที่มีรายได้มากกว่า 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ก่อนหักภาษี โดยนักเตะกลับมาเล่นให้กับทีมรักเมื่อปี 2008 หลังย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเขาเป็นหนึ่งในขุนพลที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกร่วมกับทีมชาติสเปน แถมยังมีอาชีพเสริมเป็นนักธุรกิจ รวมทั้งเป็นประธานของกลุ่มทุน คอสมอส กรุ๊ป ซึ่งได้สร้างรายการเทนนิส เดวิส คัพ โฉมใหม่ ในกรุงมาดริด เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา กระนั้นหากเจ้าตัวต้องลดค่าเหนื่อยจะทำให้เขาโดนหักเงินไปถึง 154,000 ปอนด์ (ราว 5.8 ล้านบาท) และเหลือรายได้ 66,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

 

แฟร้งกี้ เดอ ยอง

 


สัญญาปัจจุบัน : 170,000 ปอนด์ (ราว 6.46 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์
หลังจากโดนตัดค่าเหนื่อย 70 เปอร์เซนต์ : 51,000 ปอนด์ (ราว 1.9 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์
   
    เพลย์เมกเกอร์ดาวรุ่งชาวดัตช์ย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ในปี 2019 หลังจากสร้างผลงานดีมีคุณภาพให้กับทีมจนทะลุเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศ "ถ้วยใบโตยุโรป" เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา โดยปัจจุบันเขาเป็นแข้งชั้นดีของ บาร์ซ่า และมีสัญญาปัจจุบันไดรับค่าจ้างอยู่ที่ประมาณ 170,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ฉะนั้นหากมีการลดค่าเหนื่อยจะทำให้แข้งวัย 22 ปีต้องสูญรายได้ไปถึง 119,000 ปอนด์ (ราว 4.5 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว

 

อิวาน ราคิติช

 

 


สัญญาปัจจุบัน :  217,000 ปอนด์ (ราว 8.24 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์
หลังจากโดนตัดค่าเหนื่อย 70 เปอร์เซนต์ :  65,000 ปอนด์ (ราว 2.4 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์
 
    ราคิติช ถือเป็นกองกลางตัวหลักให้กับ บาร์ซ่า ในช่วง 5 ปีนับตั้งแต่ที่ย้ายจาก เซบีย่า เมื่อปี 2014 โดยช่วยทีมคว้าแชมป์ ลา ลีกา 4 สมัย และแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย ปัจจุบันเขาอายุ 32 ปีแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นผู้เล่นที่ต้นสังกัดขาดไม่ได้ โดยงานนี้หากมีการลดค่าเหนื่อยจริงๆ จะทำให้ แข้งชาวโครแอต ได้รับเงินค่าตอบแทนน้อยกว่าที่เขาเคยได้สมัยอยู่กับ เซบีย่า ด้วยซ้ำ
 

 

มาร์ค แทร์ สเตเก้น

 


สัญญาปัจจุบัน : 125,000 ปอนด์ (ราว 4.75 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์
หลังจากโดนตัดค่าเหนื่อย 70 เปอร์เซนต์ :  37,500 ปอนด์ (ราว 1.42 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์
 
    นายทวารชาวเยอรมัน ยังคงได้รับการเชิดชูว่าเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่เก่งที่สุดในโลก และยังเป็นแข้งที่มีความสำคัญกับสโมสรในฤดูกาลนี้ โดยปัจจุบันเจ้าตัวได้รับค่าเหนื่อย 125,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ค่อยสมเหตุสมผลหากเทียบกับฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวาของเขา แต่หากเกิดการลดค่าเหนื่อย 70 เปอร์เซนต์ น่าจะทำให้เขามีรายได้ต่ำกว่า 40,000 ปอนด์ (ราว 1.5 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์
 
    ทั้งนี้ทั้งนั้นนี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างคร่าวๆ ของนักเตะรายได้สูง ที่อาจจะโดนหั่นค่าเหนื่อยเพื่อช่วยพยุงสถานะการเงินของสโมสรให้ผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน  เพราะหากสโมสรอยู่รอด พวกเขาก็อยู่รอด ดั่งสุภาษิตที่ว่า "น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

คลิปไฮไลท์

More »