ผลคะแนนและราคา 2 in 1 ผลอีสปอร์ต คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » พรีเมียร์ลีก อังกฤษ » เจ็บสุดต้อง "มาเคด้า"! 10 แข้งดังอดได้เหรียญรางวัลทั้งที่อยู่ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก

เจ็บสุดต้อง "มาเคด้า"! 10 แข้งดังอดได้เหรียญรางวัลทั้งที่อยู่ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก

Posted 02/05/2020 by siamsport

บรรดานักเตะที่ค้าแข้งกับสโมสรใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต่างก็มีความใฝ่ฝันที่จะได้สัมผัสกับตำแหน่งแชมป์สักครั้ง และมันคงจะมีความหมายมากยิ่งขึ้นไปอีก หากได้เหรียญรางวัลการันตีความสำเร็จไปประดับตู้โชว์ที่บ้าน ทว่าช่วงที่ผ่านมาก็มีนักเตะหลายคนเช่นกัน ที่อยู่ในทีมชุดคว้าแชมป์ แต่กลับไม่ได้เหรียญรางวัลคล้องคอเหมือนกับเพื่อนๆ ซึ่งมันเป็นอะไรที่น่าเจ็บปวดอยู่เหมือนกัน และนี่คือ 10 แข้งดังที่ผ่านประสบการณ์แบบนี้มาแล้ว โดยทั้งนี้ทาง พรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่เริ่มต้น (1992/93) มาจนถึงฤดูกาล 2012/13 กำหนดให้นักเตะทีมแชมป์ต้องลงเล่นอย่างน้อย 10 เกม ถึงจะได้เหรียญรางวัล ก่อนปรับลดลงมาเหลืออย่างน้อย 5 เกม จนถึงปัจจุบัน  

 

 10. อันเดร ครามาริช (เลสเตอร์ ซิตี้)

    เลสเตอร์ ซื้อ ครามาริช มาจาก ริเยก้า เมื่อเดือนมกราคมปี 2015 ด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสร ณ เวลานั้นที่ 9 ล้านปอนด์ (ประมาณ 360 ล้านบาท) แต่หัวหอกชาวโครแอตไม่สามารถแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงจาก เจมี่ วาร์ดี้ ได้ และในฤดูกาล 2015/16 ครามาริช ได้ลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก แค่ 2 นัดเท่านั้น ก่อนถูกปล่อยตัวให้ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ยืมใช้งานช่วงครึ่งซีซั่นหลัง ซึ่งแน่นอนว่า เขาอดได้เหรียญรางวัลในฤดูกาลดังกล่าว ที่ เลสเตอร์ ผงาดคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครองได้แบบช็อกวงการลูกหนัง

 

 

 9. สก็อตต์ พาร์เกอร์ (เชลซี)

    พาร์เกอร์ วนเวียนอยู่ในเมืองหลวงเกือบทั้งชีวิต โดยเล่นให้กับห้าสโมสรดังในกรุงลอนดอนอย่าง ชาร์ลตัน แอธเลติก, เชลซี, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ ฟูแล่ม โดยฤดูกาล 2004/05 เขาอยู่ในทัพ "สิงห์บลูส์" ชุดคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ด้วย แต่ก็ได้แค่ชูถ้วย ไม่ได้เหรียญ หลังได้ลงเล่นแค่ 4 นัด เพราะกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ นิยมใช้งาน โคล้ด มาเกเลเล่ คู่กับ ติอาโก้ เมนเดส ในแดนกลางมากกว่า 

 

 

 8. กาเบรียล โอแบร์กต็อง (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)


     ปีกร่างบางชาวฝรั่งเศส ถูกซื้อมาจาก ลอริยองต์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2009 แต่ไปไม่รอดกับระยะเวลา 2 ปีในรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยฤดูกาล 2010/11 ถึงแม้ "ปีศาจแดง" ผงาดคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครองเป็นสมัยที่ 12 (หากเป็นลีกสูงสุดถือเป็นสมัยที่ 19) แต่ โอแบร์กต็อง ไม่ผ่านเกณฑ์การได้เหรียญ เพราะลงเล่นแค่ 7 นัดในลีก

 

 

 7. คาร์ลตัน โคล (เชลซี)


     หัวหอกที่เคยพุ่งขึ้นมาได้อย่างน่าจับตามองของ เชลซี โดยฤดูกาล 2005/06 "สิงห์บลูส์" ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครองเป็นสมัยที่สอง แต่ โคล อดได้เหรียญรางวัลไปโชว์ที่บ้านอย่างน่าเจ็บใจ เพราะฤดูกาลดังกล่าวลงเล่นเกมลีก 9 นัด ซึ่งอีกแค่เกมเดียวก็ผ่านเกณฑ์แล้ว

 

 

 6. คาร์โล คูดิชินี่ (เชลซี)


     อยู่รับใช้ เชลซี นานถึง 9 ปี (2000-2009) แถมบางคนยกให้เป็นตำนานคนหนึ่งของสโมสรด้วย จากการที่เคยถูกโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรในฤดูกาล 2001/02 แต่การมาของ ปีเตอร์ เช็ก (ปี 2004) ทำให้เขาต้องหลุดไปเป็นโกลสำรอง และในช่วงนั้น "สิงห์บลูส์" ก็ก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่พอดี ซึ่งแน่นอน คูดิชินี่ เป็นแค่ตัวประกอบและไม่ได้เหรียญรางวัลในฤดูกาล 2004/05 และ 2005/06 ที่ เชลซี ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก

 

 

 5. โชเซ่ โบซิงวา (เชลซี)


    ถือเป็นอีกหนึ่งแข้งผู้โชคร้ายจากค่าย "สิงห์บลูส์" เพราะ โบซิงวา ได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 4 ปีที่อยู่กับ เชลซี แต่ดันมาเจ็บหนักในฤดูกาล 2009/10 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ เชลซี ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก พอดี และด้วยการที่ซีซั่นดังกล่าวเขาลงเล่นเกมลีกแค่ 8 นัด ทำให้เขาอดได้เหรียญรางวัลไปแบบน่าเจ็บช้ำ

 

 

    4. เบน ฟอสเตอร์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

  ฟอสเตอร์ ย้ายมายังถิ่น โอลด์ แทร็ฟอร์ด เมื่อปี 2005 ซึ่งหลังจากที่ออกไปเล่นให้ วัตฟอร์ด แบบสัญญายืมตัว 2 ปี เขาก็กลับมาร่วมก๊วน "ปีศาจแดง" อีกครั้ง แต่ก็เป็นได้แค่นายประตูอะไหล่สำรองให้กับ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ และก็แน่นอนว่า เขาไม่ผ่านเกณฑ์ที่จะได้เหรียญรางวัลในฤดูกาล 2007/08 (เล่น 1 เกม) และ 2008/09 (เล่น 2 เกม) ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครอง

 

 

    3. นาธาน อาเก้ (เชลซี)


  อาเก้ เป็นเด็กปั้นของ เชลซี และก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ในปี 2012 แต่ไม่สามารถยกระดับขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมได้ ซึ่งฤดูกาล 2016/17 เขาถูกกุนซือ อันโตนิโอ คอนเต้ ดึงกลับมาจากสัญญายืมตัวที่ บอร์นมัธ กลางซีซั่น หลังจากที่ทำผลงานได้ดี โดยตอนแรกเป็นที่คาดหมายกันว่า คอนเต้ น่าจะใช้งาน อาเก้ เป็นหนึ่งในแผนการเล่นกองหลังสามตัว ทว่าสุดท้าย อาเก้ ได้รับโอกาสโชว์ฝีเท้าหลังจากที่ เชลซี การันตีตำแหน่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก แล้วเท่านั้น จึงอดได้เหรียญรางวัลไปคล้องคอ เพราะลงเล่นแค่ 2 เกม

 

 

    2. เฟเดริโก้ มาเคด้า (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)


  เมื่อวันที่ 5 เมษายน ปี 2009 มาเคด้า กลายเป็นหัวหอกดาวรุ่งที่บรรดาสาวก "ปีศาจแดง" ต่างพูดถึง หลังเจ้าตัวซัดประตูชัยสุดสวยช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่วย แมนฯ ยูไนเต็ด พลิกเชือด แอสตัน วิลล่า 3-2 แบบสุดมันส์ในเกมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และหลังจากนั้น 6 วัน มาเคด้า ก็แผลงฤทธิ์อีก ทำประตูชัยให้ทีมบุกไปเชือด ซันเดอร์แลนด์ 2-1 ซึ่งแน่นอนว่า สองเกมนี้มีความหมายอย่างมากในการช่วย "ปีศาจแดง" ผงาดคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2008/09 แต่สุดท้าย มาเคด้า ไม่ได้เหรียญรางวัล เพราะลงเล่นไปแค่ 4 เกมเท่านั้น และหลังจากนั้นชื่อของเขาก็ค่อยๆ จางหายไปจากความทรงจำ

 

 

 1. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (เชลซี)


    สมัยอยู่กับ เชลซี นั้น ในฤดูกาล 2014/15 ซาลาห์ ได้รับโอกาสลงเล่นเกมลีก 3 นัด ก่อนถูกปล่อยตัวให้ ฟิออเรนติน่า ยืมใช้งานในช่วงครึ่งซีซั่นหลัง และด้วยการที่ลงเล่นแค่ 3 เกม ทำให้ดาวเตะชาวอียิปต์อดได้เหรียญรางวัล ทั้งที่ฤดูกาลนั้น เชลซี ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก แต่ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ซาลาห์ จะได้เหรียญรางวัลแชมป์ พรีเมียร์ลีก กลับไปโชว์ที่บ้านในเร็วๆ นี้ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

คลิปไฮไลท์

More »