ผลคะแนนและราคา 2 in 1 ผลอีสปอร์ต คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » ลีกคัพอื่นๆ » โทรฟี่แรกอาร์เตต้า! 5 ประเด็นร้อนหลังอาร์เซน่อลตบเชลซีซิวเอฟเอ คัพ

โทรฟี่แรกอาร์เตต้า! 5 ประเด็นร้อนหลังอาร์เซน่อลตบเชลซีซิวเอฟเอ คัพ

Posted 02/08/2020 by siamsport

"ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ส่งท้ายฤดูกาล 2019/20 ได้อย่างสวยงามด้วยการผงาดคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ หลังแซงเอาชนะ เชลซี ได้สำเร็จพร้อมกับซิวตั๋วไปเล่นยูฟ่า ยูโรปาลีก ฤดูกาลหน้า ถือเป็นเกมที่มีประเด็นร้อนหลายอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนักเตะที่ทำประตู, เหล่าแข้งบาดเจ็บ หรือแม้กระทั่งผู้ตัดสิน เรามาดูกันว่าวิเคราะห์กันทีละประเด็นเลย

1.พูลิซิชสร้างประวัติศาสตร์

 

    เป็นวันที่ คริสเตียน พูลิซิช เจอทั้งเรื่องดีและเรื่องเลวร้าย เขาเป็นคนยิงประตูตั้งแต่ 5 นาทีแรกของเกมซึ่งจังหวะนี้มีทั้งความเก่งและความเฮงรวมกัน แนวรุกวัย 21 ปีเป็นคนพาบอลขึ้นหน้าและเริ่มต้นเกมรุกด้วยการจ่ายให้ เมสัน เมาน์ท ทางด้านซ้ายก่อนจะปาดเข้ากลางโดยบอลแฉลบแนวรับของอาร์เซน่อลมาเข้าทาง ชิรูด์ แตะบอลต่อให้กับ พูลิซิช ได้เลี้ยงหลบ คีแรน เทียร์นีย์ หนึ่งจังหวะก่อนซัดประตูเข้าไป

    ประตูนี้ทำให้เขาสร้างสถิติเป็นนักเตะชาวอเมริกันคนแรกที่ยิงประตูในเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ และยังเป็นนักเตะสหรัฐฯคนที่ 3 ที่ลงเล่นในนัดชิงฯ ต่อจาก จอห์น ฮาร์คส์ และ ทิม ฮาวเวิร์ด

    เกมนี้ในจังหวะโอเพ่น เพลย์ พูลิซิช โดดเด่นมากโดยเฉพาะการใช้ความเร็วในการเลี้ยงแหวกแนวรับอาร์เซน่อลซึ่งสร้างปัญหาให้ลูกทีมอาร์เตต้าได้ตลอด แต่โชคร้ายเหลือเกินที่เขาบาดเจ็บแฮมสตริงจนถูกเปลี่ยนตัวออกเลยทำให้เกมรุกเชลซีมีประสิทธิภาพน้อยลงมาก อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากฟอร์มการเล่น ต้องยอมรับว่าเขาเป็นแนวรุกที่ดีที่สุดของเชลซีในตอนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย หวังว่าอาการบาดเจ็บของเขาจะไม่หนักมากและกลับมาพร้อมฟาดแข้งในฤดูกาลหน้า

2.โอบามาเหนือ

 

    โอกาสยิงเข้ากรอบ 2 ครั้งของ โอบาเมย็อง ในเกมนี้เปลี่ยนเป็นสองประตูสุดสำคัญและกลายเป็นกัปตันทีมแอฟริกันคนแรกที่ผงาดแชมป์ เอฟเอ คัพ ไม่แปลกใจที่แฟนอาร์เซน่อลจะบอกว่าเป้าหมายอันดับหนึ่งของตลาดซัมเมอร์นี้คือการรั้งโอบาเมย็องให้อยู่กับทีมต่อไปให้ได้

    ศูนย์หน้ากาบองพลาดซิวดาวซัลโวในฤดูกาลนี้หลังยิง 22 ประตูตามหลัง เจมี่ วาร์ดี้ แค่ลูกเดียว อย่างไรก็ตามยังถือเป็นซีซั่นที่เขาแสดงศักยภาพการจบสกอร์ให้เห็นต่อเนื่อง ไอเดีย, สเต็ปเท้า และการวิ่งหาพื้นที่ทำให้ อาร์เตต้า พบบทบาทใหม่ของเขานั่นคือการใช้ โอบาเมย็อง เล่นเป็นตัวริมเส้นฝั่งซ้าย เขาไม่ได้เล่นแบบศูนย์หน้าหมายเลข 9 แต่เขาก็ยังคงทำประตูได้เรื่อยๆ

    แมนฯ ซิตี้ รู้ซึ้งถึงความ “เวิลด์ คลาส” ในการจบสกอร์ของ โอบาเมย็อง แล้วในรอบรองชนะเลิศที่ผ่านมา และ นัดชิงชนะเลิศเจ้าตัวก็โชว์ให้เห็นอีกครั้งโดยการชิพข้ามตัวของ กาบาเยโร่ แบบเหนือชั้น อาร์เซน่อล ยังมีระยะทางอีกไกลเพื่อจะกลับไปยังจุดสูงสุดแต่เส้นทางของพวกเขาจะยากขึ้นไปอีกหากไม่สามารถรั้งกองหน้าคนนี้ไว้ได้ อาร์เตต้า คงหวังว่าการคว้าแชมป์ครั้งนี้คงจะเป็นสิ่งที่ทำให้มั่นใจกับอนาคตของทีมมากขึ้นและตัดสินใจจรดปากกาต่อสัญญากับทีม

3.โชคร้ายบาดเจ็บทำพิษ

 

    ช่วง 20 นาทีแรกของเกม อาร์เซน่อล เจอความยากลำบากมากทั้งการตกเป็นฝ่ายตามหลังค่อนข้างเร็วและรูปเกมยังเป็นรองอีกต่างหาก ทว่าหลังจากนั้นลูกทีมแฟร้งค์ แลมพาร์ด แผ่วลงไปพอสมควร ขณะที่ทัพ “ปืนใหญ่” เริ่มเป็นฝ่ายตั้งหลักได้และสร้างเกมรุกได้ต่อเนื่องโดยเฉพาะการวางบอลยาวจากแดนหลังขึ้นหน้า สร้างปัญหาให้แนวรุกเชลซรีจนโดนตีเสมอ

        เชลซี พยายามจะดึงโมเมนตัมให้กลับมาอยู่ฝั่งตัวเองแต่โชคร้ายที่มีผู้เล่นสำคัญของพวกเขาดันมาได้รับบาดเจ็บในช่วงท้ายครึ่งแรก นั่นคือกัปตันทีม เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ไม่เพียงเท่านี้ต้นครึ่งหลัง คริสเตียน พูลิซิช แนวรุกที่สร้างปัญหาให้กับอาร์เซน่อลมากที่สุดก็มาบาดเจ็บแฮมสตริงจนถูกเปลี่ยนตัวออก

    แถมท้ายเกมในช่วงที่ทีมกำลังหาประตูตีเสมอ ตัวสำรองอย่าง เปโดร โรดริเกซ ที่ลงเล่นให้เชลซีเป็นนัดสุดท้ายก่อนจะย้ายไป โรม่า ก็ต้องเดินออกจากสนามหลังบาดเจ็บที่ไหล่ นี่ยังไม่รวมถึงใบแดงของโควาซิช กองกลางคนสำคัญอีก ถือเป็นเกมที่ เชลซี สะบักสะบอมพอสมควรนอกจากจะชวดแชมป์แล้วยังมีนักเตะบาดเจ็บเพิ่มอีก

4.ตัดสินค้านสายตา?

 

    อีกหนึ่งจุดสำคัญที่ส่งผลมากทีเดียวต่อเกมนี้คือผู้ตัดสินและทีมงานวีเออาร์ ซึ่งทางฝั่งเชลซีก็คงมองว่าพวกเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมมากพอ โดยผู้ตัดสิน แอนโธนี่ เทย์เลอร์ เป่าให้ฟาวล์กับ อาร์เซน่อล ถึง 9 ครั้งในครึ่งแรกแต่ไม่ได้ให้ฟาวล์แก่ “สิงห์บลูส์” เลยสักครั้ง

    ยังมีจังหวะที่ เชลซี เสียจุดโทษจากการที่ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ทำฟาวล์ใส่ โอบาเมย็อง ซึ่งจังหวะนี้มีเสียงแตกพอสมควร ตัวอย่างเช่น อดีตนักเตะเชลซีและกูรู บีบีซี อย่าง คริส ซัตตัน มองว่า “โอบาเมย็อง ตั้งใจพุ่งล้มเพื่อเอาจุดโทษ มันเป็นการโกงกันเห็นๆ” ขณะที่ โรเบิร์ต กรีน อดีตนายด่านอังกฤษ เสริมว่า “ผมดูจังหวะนี้หลายครั้ง โอบาเมย็องรอจนกระทั่งเขาอยู่ในเขตโทษและทิ้งตัวล้ม มันเป็นการเล่นที่ฉลาด และมันก็เพียงพอที่จะให้จุดโทษ”

    นอกจากนี้ในครึ่งหลังมีจังหวะที่ มาเตโอ โควาซิช โดนใบเหลืองที่สองจากการย่ำใส่ กรานิต ชาคา และเมื่อเช็คภาพช้าแล้วเหมือนจะเป็นทาง โควาซิช เองที่โดนย่ำเสียมากกว่า ซึ่ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด กล่าวหลังเกมว่ามันเป็นจุดเปลี่ยนของเกมและไม่เห็นด้วยมากๆกับการเสียใบแดง

    คงไม่ต้องพูดถึงจังหวะที่ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ผู้รักษาประตูอาร์เซน่อลวิ่งออกมารับบอลนอกกรอบเขตโทษซึ่งเราไม่ได้เห็นแม้กระทั่งภาพรีเพลย์ แน่นอนว่าต้องยกให้เครดิตชัยชนะครั้งนี้ให้กับอาร์เซน่อล แต่ผู้ตัดสินและวีเออาร์กลายเป็นประเด็นโจมตีนับไม่ถ้วนแล้วในฤดูกาลนี้ แฟนบอลก็คงหวังว่าจะมีการพัฒนาขึ้นในฤดูกาลนี้

5.แชมป์แรกมาแล้ว

 

    อาร์เซน่อล ยังคงเป็นจ้าวแห่ง เอฟเอ คัพ เช่นเดิมหลังซิวแชมป์สมัยที่ 14 ซึ่งมากที่สุดในเกาะอังกฤษแล้ว หากจะบอกว่าทีมนี้มีสนามเวมบลีย์เป็นบ้านหลังที่สองก็คงไม่ผิดเนื่องจากพวกเขาเข้าชิงเอฟเอ คัพ 7 ครั้งหลังสุดจบลงด้วยชัยชนะของ “ปืนใหญ่” ทั้งหมด

    อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือการคว้าแชมป์แรกของ มิเกล อาร์เตต้า ในฐานะกุนซือแบบเต็มตัว ถือเป็นก้าวแรกที่ดีเยี่ยมของนายใหญ่คนนี้ แม้ว่าฤดูกาลนี้เขาจะเจอปัญหารุมเร้าและเจอกับผลการแข่งขันที่ย่ำแย่แต่ อาร์เตต้า ยังเชื่อมั่นในแนวทางของตัวเองพร้อมกับเรียนรู้บทเรียนมากมาย เราได้เห็นผลลัพธ์ของแล้วว่า อาร์เซน่อล กำลังมาถูกทางและการคว้าชัยชนะเหนือ ลิเวอร์พูล, แมนฯซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด และเชลซี ในฤดูกาลนี้บวกกับ แชมป์เอฟเอ คัพ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่ากุนซือคนนี้มีแววจะประสบความสำเร็จในอนาคต

    สิ่งที่สำคัญต่อจากนี้คือบอร์ดบริหารต้องสนับสนุน อาร์เตต้า อย่างเต็มที่ในตลาดนักเตะเพื่อสร้างทีมในแบบฉบับของเขา การลดระยะห่างจาก ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ซิตี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย มารอดูกันว่าฤดูกาลแรกแบบเต็มตัวของ อาร์เตต้า จะทำผลงานเป็นอย่างไร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »