ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » ลีกคัพอื่นๆ » ถึงเวลาอังกฤษผงาด! "มูรินโญ่" วิเคราะห์ 8 ชาติใหญ่ไปไกลแค่ไหนในศึกยูโร2020

ถึงเวลาอังกฤษผงาด! "มูรินโญ่" วิเคราะห์ 8 ชาติใหญ่ไปไกลแค่ไหนในศึกยูโร2020

Posted 06/06/2021 by siamsport

 โชเซ่ มูรินโญ่ ยอดกุนซือชาวโปรตุกีส ที่เตรียมตัวเข้ารับตำแหน่งเฮดโค้ช อาแอส โรม่า สู้ศึกฤดูกาล 2021/22 ปัจจุบันรับหน้าที่เป็นคอลัมนิสต์ให้กับ The Sun สื่อดังอังกฤษ ในช่วงทัวร์มาเมนต์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป "ยูโร 2020" ซึ่งกำลังจะรูดม่านเปิดฉากขึ้นในวันศุกร์ที่ 11 มิถุนายนนี้ และล่าสุดเจ้าตัวได้เขียนบทวิเคราะห์ทีมชาติต่างๆ ที่เข้ารับการแข่งขันผ่านเซคชั่นกีฬาที่ชื่อว่า SunSport แต่ตรงนี้จะขอเน้นไปที่ชาติใหญ่ๆ อย่าง อังกฤษ, อิตาลี, เบลเยียม, ฝรั่งเศส, โปรตุเกส, สเปน, ฮอลแลนด์ และ เยอรมนี เท่านั้น ว่าแล้วไปดูกันสิว่า "เฮียมู" มองทีมเต็งเหล่านี้ไว้อย่างไรบ้าง
 - อังกฤษ (กลุ่ม ดี ร่วมกับ โครเอเชีย, สกอตแลนด์ และ สาธารณรัฐเช็ก)

     ถือเป็นเจนเนอเรชั่นที่เต็มไปด้วยนักเตะเก่งๆ เป็นทีมที่มีขุมกำลังนักเตะยอดเยี่ยมเลยทีเดียว ดังนั้นมันคงเป็นเรื่องค่อนข้างยากสำหรับ แกเร็ธ เซาธ์เกต ที่จะทำให้ทุกคนในประเทศเห็นด้วย กับการเลือกตัวผู้เล่นมาติดทีม เพราะนักเตะเก่งๆ มีเยอะจริงๆ

     ตัวอย่างง่ายๆ ก็ตำแหน่งแบ็กขวานี่แหละ ใครเจ๋งสุดในอังกฤษตอนนี้? ใครเจ๋งสุดอันดับสอง? ใครเจ๋งสุดอันดับสาม? พวกเขามีกลุ่มนักเตะที่ยอดเยี่ยมมากๆ และมีหลากหลายรูปแบบให้เลือก ซึ่งมันแตกต่างกับบางทีม ที่มีทีมตัวจริงยอดเยี่ยมมากๆ แต่จะมีปัญหาระหว่างทัวร์นาเมนต์ หากมีนักเตะบาดเจ็บ หรือติดโทษแบน


 

     แกเร็ธ มีประสบการณ์ไม่น้อยในเวทีระดับนี้ แถมมีผู้ช่วยเก่งอย่าง สตีฟ ฮอลแลนด์ ด้วย ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ในเกมฟุตบอลสมัยใหม่ เราไม่สามารถเดินทางด้วยตัวคนเดียวได้ เราจำเป็นต้องรายล้อมด้วยคนเก่งๆ

     อังกฤษ น่าจะเป็นหนึ่งในสองชาติร่วมกับ บราซิล ที่การเป็นโค้ชทีมชาติ ถือเป็นงานที่ยากมากๆ เพราะผู้คนคาดหวังไว้สูง พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้กับสิ่งนี้ พวกเขาจำเป็นต้องมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งมากๆ เพื่อรับมือกับแรงกดดัน ถ้าพวกเขาทำได้ พวกเขาก็จะมีโอกาสที่ดีมากๆ

     รอบแบ่งกลุ่มก็จะได้เตะที่บ้าน รอบรองฯ และรอบชิงฯ ก็จะได้เตะที่บ้าน ครั้งนี้มันต้องมาแล้วล่ะ เพราะเคยทำได้มาแล้วในปี 1966 (แชมป์ฟุตบอลโลก) ใน ยูโร 96 พวกเขาทำไม่สำเร็จ เพราะแพ้ดวลจุดโทษ (ต่อ เยอรมนี ในรอบรองฯ) ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่คาดเดาอะไรไม่ได้ ดังนั้นครั้งนี้พวกเขาจำเป็นต้องทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ
 


 - อิตาลี (กลุ่ม เอ ร่วมกับ ตุรกี, เวลส์ และ สวิตเซอร์แลนด์)

     ผมจะจับตาดูบรรดานักเตะ โรม่า ของผมอย่าง เลโอนาร์โด้ สปินาซโซล่า, ไบรอัน คริสตานเต้ และ ลอเรนโซ่ เปลเลกรีนี่ แน่นอน ผมจะโฟกัสไปที่พวกเขา อิตาลี เป็นทีมที่มีส่วนผสมของบรรดานักเตะที่มีประสบการณ์ และรู้วิธีในการคว้าชัยชนะ พวกเขาเป็นทีมที่แข็งแกร่ง

     โรแบร์โต้ มันชินี่ ก็เป็นโค้ชที่เก๋าประสบการณ์ เขาใช้เวลา 20 ปี ผ่านการคุมทีมในลีกแถวหน้าในหลายๆ ประเทศ ดังนั้นเขาพร้อมยิ่งกว่าพร้อมเสียอีก อย่างในรอบคัดเลือก เขาก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เขายอดเยี่ยมแค่ไหน ทีมชุดนี้พัฒนาขึ้นมากในยุคของเขา

     อิตาลี มีนักเตะความสามารถสูงหลายคน แต่ก็แน่นในเรื่องของแท็กติกเช่นกัน พวกเขาเล่นได้หลากหลายรูปแบบ โรแบร์โต้ ทำให้ทีมมีคุณภาพเกมรุกสูงขึ้นด้วย แต่ก็ไม่ได้สูญเสียธรรมชาติของตัวเองไป พวกเขารู้จักวิธีในการแข่งขัน ผมคิดว่า นี่คือจุดแข็งสุดของพวกเขา ถือเป็นทีมที่หาจุดอ่อนยาก ผมคิดว่า พวกเขาจะไปถึงรอบสี่ทีมสุดท้ายได้เป็นอย่างน้อย


 - เบลเยียม (กลุ่ม บี ร่วมกับ เดนมาร์ก, ฟินแลนด์ และ รัสเซีย)

     เบลเยียม เป็นทีมที่ทรงพลัง เป็นทีมที่มีนักเตะเก่งๆ เพียบ เควิน เดอ บรอยน์ เจ๋งมากๆ อยู่แล้ว ส่วน ยูริ ตีเลอมันส์ ก็พัฒนาขึ้นเยอะ นับตั้งแต่ย้ายมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก พวกเขามีตัวสร้างสรรค์เกมมากมาย และมีตัวถล่มประตูอย่าง โรเมลู ลูกากู ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมตลอดช่วงสองปีกับ อินเตอร์ มิลาน

     พวกเขาเล่นด้วยกันมานานหลายปี และมีประสบการณ์สูง โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ ก็เป็นกุนซือที่เก่ง เขาช่วยพัฒนาทีมได้อย่างชัดเจนในช่วงสองสามปีหลัง มีสไตล์และแนวทางการเล่นที่แน่นอน และสามารถปรับแผนให้เข้ากับคุณภาพของตัวผู้เล่นได้

     ผมคิดว่า เขาสามารถทำบางสิ่งบางอย่างที่ยอดเยี่ยมได้ ผมว่าน่าจะไปได้ไกลกว่าที่เคยทำได้รอบรองฯ ในศึก เวิลด์ คัพ (2018) ถ้าไม่ได้ตอนนี้ ก็ไม่รู้จะทำได้ตอนไหนแล้ว เพราะนักเตะหลายคนในทีมชุดนี้ ต่างมาถึงช่วงอายุที่เหมาะสมมากๆ ที่จะประสบความสำเร็จ พวกเขาสามารถทำได้


 - ฝรั่งเศส (กลุ่ม เอฟ ร่วมกับ เยอรมนี, โปรตุเกส และ ฮังการี)

     ฝรั่งเศส สามารถแบ่งเป็นทีม เอ, ทีม บี และ ทีม ซี ได้สบายๆ เพราะตอนนี้พวกเขามีนักเตะตัวท็อปๆ ทั้งนั้น เมื่อคุณมีนักเตะอย่าง คีลิยัน เอ็มบัปเป้ อยู่ในทีม มันก็ "ยาก" ที่จะไม่ชนะ เขาคือหนึ่งในนักเตะที่สามารถเป็นตัวชี้ขาดเกม และทำให้คู่แข่งเกรงกลัว เอ็มบัปเป้ มีครบทุกอย่างที่จะพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า เขานี่แหละ เก่งที่สุดรายต่อไป ถัดจากยุคของ ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 

     ดีดิเย่ร์ เดส์ชองส์ รู้ดีว่า เขาต้องการอะไร พวกเขาเป็นแชมป์โลก และเป็นรองแชมป์เก่าในศึก ยูโร ดังนั้นผมจึงคิดว่า สำหรับพวกเขาแล้ว มันคงไร้ความหมาย หากไปไม่ถึงรอบชิงฯ

     ผมมองไม่เห็นจุดอ่อนเลย ถ้าจะให้บอกทีมที่น่าจะคว้าแชมป์ได้ ผมคงต้องบอกว่า พวกเขานี่แหละ เพราะกลุ่มนักเตะชุดนี้เจ๋งมากๆ พวกเขาจำเป็นต้องคว้าแชมป์ให้ได้ เพราะถ้าหากทำไม่ได้ ก็จะถือเป็น ยูโร ที่ล้มเหลวสำหรับพวกเขา
   

 - โปรตุเกส (กลุ่ม เอฟ ร่วมกับ เยอรมนี, ฝรั่งเศส และ ฮังการี)

     รูเบน ดิอาส คือเซนเตอร์แบ็กที่เจ๋งสุดในโลก ณ เวลานี้ ด้วยการที่เขาได้ย้ายมาเล่นในเวที พรีเมียร์ลีก กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้เขาได้เห็นถึงความแตกต่าง เขาเป็นเซนเตอร์แบ็กที่เก่งมากๆ และคนที่เล่นเคียงข้างเขาอย่าง เปเป้ ในวัย 38 ก็ถือเป็นนักเตะที่มีประสบการณ์โชกโชน

 นั่นคือจุดแข็งสำหรับ โปรตุเกส แถมมีนักเตะความสามารถสูงในแนวรุกหลายคนด้วย แน่นอนว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่ใช่เด็กๆ อีกแล้ว และนี่ก็อาจจะเป็น ยูโร หนสุดท้ายสำหรับเขา หลังจากที่ได้แชมป์หนก่อน (ปี 2016) ผมเชื่อว่า เขาพร้อมที่จะทุ่มเททุกอย่าง เพื่อประสบความสำเร็จใน ยูโร ครั้งสุดท้าย

 

     แฟร์นานโด ซานโตส เป็นคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งกุนซือ เขาเป็นคนที่มีความมั่นคง, เยือกเย็น และปรับตัวได้เก่ง ด้วยนักเตะอย่าง คริสเตียโน่, เปเป้, รุย ปาตริซิโอ และ ชูเอา มูตินโญ่ ทำให้เขามีกลุ่มนักเตะที่เก๋าประสบการณ์ แต่ด้วยการที่พวกเขาอยู่กลุ่มสุดหิน หากคุณบอกผมว่า โปรตุเกส จะตกรอบ ผมก็ไม่เซอร์ไพรส์หรอก

     เราจะต้องดวลกับ ฝรั่งเศส ที่ ฝรั่งเศส, เจอ เยอรมนี ที่ เยอรมนี และเกมกับ ฮังการี เราก็ต้องไปเยือนที่ ฮังการี แต่ถ้าเราผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้ เราก็สามารถไปได้จนสุดเส้นทางเช่นกัน

 
 - สเปน (กลุ่ม อี ร่วมกับ สวีเดน, โปแลนด์ และ สโลวาเกีย)

     สเปน มีนักเตะพลังหนุ่มหลายคนที่กำลังจะก้าวขึ้นมา และโค้ช หลุยส์ เอ็นรีเก้ ก็เชื่อมั่นในฟุตบอลแบบของเขา ส่วนเรื่องเทคนิคนั้น พวกเขาสุดยอดมากๆ อยู่แล้ว แม้แต่ผู้เล่นตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กที่ยังมีเทคนิคสูงเลย ดังนั้นการสร้างเกมจากแดนหลัง, เน้นครองบอล, ซ่อนบอลจากคู่แข่ง และทำให้ฝ่ายตรงข้ามวิ่งไล่บอล... นี่แหละ สเปน

 
     แต่ตอนนี้พวกเขาไม่มีกองหน้าตัวท็อปๆ แบบ ดาบิด บีย่า พวกเขามีปัญหาในการจัดการกับคู่แข่ง หลังจากที่เป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือนกว่าคู่แข่ง พวกเขาทำประตูได้ไม่มากพอ เมื่อเทียบกับสไตล์ฟุตบอลที่พวกเขาเล่น พวกเขาสามารถถูกทีมที่เล่นฉลาดๆ ลงโทษได้เลย

     พวกเขาจำเป็นต้องฆ่าคู่แข่งให้ได้ด้วยวิธีการเล่นของพวกเขา พวกเขาทำให้สนามดูใหญ่และกว้างขึ้นเมื่อครองบอล แต่พวกเขาจะเปราะบางทันที เมื่อเสียการครองบอล หลุยส์ เคยเป็นนักเตะของผม ตอนที่ผมทำงานที่ บาร์เซโลน่า (ฐานะผู้ช่วยของ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน) เมื่อหลายปีก่อน เขามีความเป็นผู้นำสูง ดังนั้นเขาสามารถทำให้ทีมร่วมแรงร่วมใจกัน พวกเขาสามารถเอาชนะใครก็ได้ แต่ผมไม่คิดว่า จะได้เห็นพวกเขาในรอบชิงฯ


 - ฮอลแลนด์ (กลุ่ม ซี ร่วมกับ ยูเครน, ออสเตรีย และ มาซิโดเนียเหนือ)

     มันเป็นสถานการณ์ที่แปลกๆ สำหรับพวกเขา ตอนที่ โรนัลด์ คูมัน ย้ายไปคุม บาร์เซโลน่า ซึ่งเรื่องนี้ผมมองว่า มันไม่ได้ส่งผลดีต่อพวกเขา แฟร้งค์ เดอ บัวร์ ไม่ได้มีประสบการณ์มากมายอะไร ไม่ว่าจะเป็นระดับสโมสรหรือทีมชาติ แต่แน่นอน เขาเคยเป็นนักเตะที่เก่งมากๆ และเป็นที่ยอมรับใน ฮอลแลนด์ นักเตะรุ่นหลังต่างมองเขาเป็นแบบอย่าง

   
     พวกเขาไม่ได้มีขุมกำลังนักเตะที่้เลวร้ายอะไร แต่ (มาร์โก) ฟาน บาสเท่น อยู่ไหนล่ะ? (แฟร้งค์) ไรจ์การ์ด อยู่ไหนล่ะ? แม้แต่รอบรองฯ ผมก็ไม่คิดว่า พวกเขาจะไปถึง พวกเขามีนักเตะดาวรุ่งเก่งๆ หลายคน ซึ่งคงจะต้องใช้เวลาอีกสองถึงสี่ปี กว่าจะไปถึงจุดสูงสุด

     ฮอลแลนด์ น่าจะผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้ แต่การจะไปถึงรอบรองฯ หรือรอบชิงฯ นั้น ผมไม่เชื่อ 
 

 - เยอรมนี (กลุ่ม เอฟ ร่วมกับ ฝรั่งเศส, โปรตุเกส และ ฮังการี)

     ทีมของ โยอาคิม เลิฟ มีผลงานย่ำแย่ในรอบคัดเชือก และก็ทำได้ห่วยในศึก เนชั่นส์ ลีก พวกเขาเจอผลการแข่งขันครั้งประวัติศาสตร์ ตอนที่แพ้ มาซิโดเนียเหนือ คาบ้าน มันก็เข้าใจยากเหมือนกันว่า ทำไมพวกเขาถึงย่ำแย่ได้ขนาดนี้ตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา

     แต่ตอนนี้คือช่วงเวลาของจริง ซึ่ง เยอรมนี มักจะมาเสมอ เลิฟ กำลังจะลงจากตำแหน่งกุนซือหลังจบศึก ยูโร และแน่นอน เขาอยากปิดฉากแบบสวยๆ นอกจากนี้น่าจะเป็น ยูโร หนสุดท้ายของผู้เล่นอย่าง โธมัส มุลเลอร์, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ และ มานูเอล นอยเออร์ ด้วย

     พวกเขาเป็นทีมที่น่ากลัวเสมอ พวกเขาเหมือนเป็นเหล่าทหาร พวกเขามีระเบียบวินัยสูง แถมมีนักเตะพลังหนุ่มเก่งๆ หลายคน อย่างเช่น โยซัว คิมมิช ที่ไม่ได้เจ๋งแค่ในปัจจุบัน แต่ถือเป็นอนาคตของประเทศด้วย

     พวกเยอรมัน ยังไงมันก็คือเยอรมัน ผมคิดว่า คำนี้มันก็สะท้อนได้ทุกอย่างแล้ว ผมคิดว่า พวกเขามีโอกาสตกรอบแบ่งกลุ่มนะ เรื่องแบบนี้มันสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ผมว่า ถ้าพวกเขาผ่านจากรอบแบ่งกลุ่มได้ พวกเขาก็สามารถไปได้จนสุดเส้นทางเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »