ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » ยูฟ่า /ยูโรป้าลีก/ยูโรคัพ » เคนเบิ้ล-ชอว์จ่าย2! อังกฤษฟอร์มหรูถล่มยูเครนเข้าตัดเชือกเดนมาร์กที่เวมบลี่ย์

เคนเบิ้ล-ชอว์จ่าย2! อังกฤษฟอร์มหรูถล่มยูเครนเข้าตัดเชือกเดนมาร์กที่เวมบลี่ย์

Posted 04/07/2021 by siamsport

"สิงโตคำราม" ของกุนซือ แกเร็ธ เซาธ์เกต ทำผลงานได้ตามเป้าหลังได้ แฮร์รี่ เคน เหมาคนเดียวสองประตูพาทีมถล่ม ยูเครน 4-0 ทะลุลิ่วรอบตัดเชือกไปพบ เดนมาร์ก สำเร็จ ในศึกฟุตบอลยูโร 2020 รอบ 8 ทีมสุดท้าย คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

สนาม : สตาดิโอ โอลิมปิโก, โรม (อิตาลี)

ศึกฟุตบอลยูโร 2020 รอบ 8 ทีมสุดท้าย คู่ดึกประจำคืนวันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม 2564 ที่สนาม สตาดิโอ โอลิมปิโก กรุง โรม ประเทศ อิตาลี เป็นการพบกันระหว่าง "สิงโตคำราม" ยอดทีมขวัญใจมหาชน ดวลกับ ยูเครน ม้ามืดที่ผ่านเข้ารอบมาแบบสุดเซอร์ไพรส์

อังเดร เชฟเชนโก้ เทรนเนอร์ทีมชาติยูเครน พาทีมเข้ารอบนี้แบบสุดดราม่า หลังเบียดชนะสวีเดนที่เหลือ 10 คน 2-1 โดยได้ประตูชัยในช่วงทดเจ็บของการต่อเวลา เป็นการคว้าชัยนัดที่ 3 ในรอบ 5 เกม

ทางด้าน แกเร็ธ เซาธ์เกต เทรนเนอร์ทีมชาติอังกฤษ พาทีมเข้ารอบนี้ หลังบดชนะคู่ปรับตลอดกาลอย่างเยอรมัน 2-0 ในรอบ 16 ทีม เป็นการคว้าชัย 2 นัดติด

เปิดฉากครึ่งแรก 2 นาที "สิงโตคำราม" ได้เสียวทันทีจากจังหวะทางขวาของ เมสัน เม้าน์ท พาบอลแหวกเข้าเขตโทษก่อนโดนแนวรับ ยูเครน เกี่ยวขาร่วงลงไปแต่ผู้ตัดสินยังใจแข็งไม่เป่าให้เป็นจุดโทษ

แต่แล้วนาทีที่ 4 อังกฤษ ทะยานออกนำ 1-0 อย่างรวดเร็วเป็น ราฮีม สเตอร์ลิง เก็บบอลทางซ้ายโยกตัดเข้าในได้ช่องแทงเข้าเขตโทษให้ แฮร์รี่ เคน หลุดกับดักล้ำหน้าทิ้งตัวทิ่มด้วยขวาแฉลบไหล่ จอร์จี้ บุชชาน เปลี่ยนทางซุกก้นตาข่าย

นาทีที่ 17 ยูเครน ตอบโต้บ้างจากความผิดพลาดของ ไคล์ วอล์คเกอร์ จ่ายคืนหลังเบาโดน โรมัน ยาเรมชุค สอดมาฉกกระชากเข้าเขตโทษได้ช่องซัดด้วยซ้ายยัดโคนเสาแรกติดเซฟ จอร์แดน พิคฟอร์ด ผวาปัดทิ้งนิดเดียว

20 นาทีผ่าน "สิงโตคำราม" ทำได้ดีกว่าชัดเจนจากการประสานงานสุดสวย เจดอน ซานโช่ พาบอลแหวกลุยขึ้นมาฝากออกซ้ายถึง ราฮีม สเตอร์ลิง ดึงจังหวะป้ายต่อให้ ลุค ชอว์ สอดมาตบเข้าเขตโทษเสียดายหักเยอะย้อนหลังเพื่อนผ่านหน้าประตูออกไป

8 นาทีต่อมาจากฟรีคิกทางริมเส้นฝั่งซ้าย ลุค ชอว์ หยอดบอลโค้งเข้าเขตโทษมาตกใส่หัว แฮร์รี่ เคน ขึ้นดีกว่าแนวรับ ยูเครน โขกเต็มแรงแต่ไปโดนใต้ลูกผ่านมือ จอร์จี้ บุชชาน เหินข้ามคานออกหลัง

นาทีที่ 33 จากจังหวะทางซ้าย ราฮีม สเตอร์ลิง กระชากเข้าเขตโทษก่อบตบเข้าในไปแฉลบแนวรับ ยูเครน สกัดไม่ดีเด้งมาเข้าทาง เดแคลน ไรซ์ สอดมาเก็บตกตะบันด้วยขวาหน้ากรอบ 18 หลาพุ่งแหวกบล็อคติดเซฟ จอร์จี้ บุชชาน ตบทิ้งออกมาเหลือเชื่อ

นาทีที่ 40 ราฮีม สเตอร์ลิง จ่ายบอลแทงช่องขึ้นมาให้ ลุค ชอว์ สอดมาทางซ้ายตบย้อนเข้าในให้ เจดอน ซานโช่ คล้องหมุนหนีแนวรับ ยูเครน ก่อนตวัดด้วยขวาก็ยังไปตรงตัว จอร์จี้ บุชชาน เหมือนเดิม

ต่อมานาทีเดียว อังกฤษ หวิดงานเข้าจากการสื่อสารผิดพลาดของ ไคล์ วอล์คเกอร์ และ จอร์แดน พิคฟอร์ด  ประมาทปล่อยให้ โรมัน ยาเรมชุค สอดมาฉกตบเร็วเข้าในโชคดีมี จอห์น สโตนส์ ตามมาช่วยได้ทัน

หมดครึ่งเวลาแรก ยูเครน 0 อังกฤษ 1

    ครึ่งหลังเริ่มต้นแค่ 58 วินาที "สิงโตคำราม" บวกสกอร์เพิ่มเป็น 2-0 จากฟรีคิกทางซ้าย ลุค ชอว์ ปั่นบอลโค้งลึกมาเสาไกลให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เบียดเอาชนะ มีโคล่า มัตวิเยนโก้ สอดมาเกร็งหัวโขกซุกหน้าต่างเสาไกลงามหยด

ไม่หนำใจนาทีที่ 50 อังกฤษ ลอยลำหนีห่างเป็น 3-0 ราฮีม สเตอร์ลิง เก็บบอลทางซ้ายก่อนไขว้ต่อให้ ลุค ชอว์ สอดมาหยอดโค้งเข้ากลางประตูถึง แฮร์รี่ เคน โหม่งในกรอบ 6 หลาลอดขา จอร์จี้ บุชชาน ตุงตาข่ายและเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้

นาทีที่ 62 จากบอลยาวของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ตัวสำรองทิ้งยาวเข้าเขตโทษแนวรับ ยูเครน โขกสกัดมาเข้าทาง แฮร์รี่ เคน ตวัดตามน้ำด้วยซ้ายติดปลายมือ จอร์จี้ บุชชาน เฉี่ยวสามเหลี่ยมออกหลังนิดเดียว

แต่แล้วจากจังหวะต่อเนื่องนาทีที่ 63 อังกฤษ ยำเพิ่มเป็น 4-0 ตามคาดจากลูกเตะมุมทางขวา เมสัน เม้าน์ท ครอสมากลางประตูเข้าหัว จอร์แดน เฮนเดอร์สัน สอดมาโขกแบบไร้ตัวประกบบอลตกพื้นเด้งเข้าประตูไม่เหลือ

ช่วงเวลาที่เหลือ แกเร็ธ เซาธ์เกต พักตัวหลักให้โอกาสตัวสำรองหลายรายลงสนามแต่ก็ยังทำได้ดีกว่าโดย ยูเครน ตลอดทั้งเกมลูกทีมของ อังเดร เชฟเชนโก้ ยิงตรงกรอบแค่เพียง 2 ครั้ง

หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่มจบเกม ยูเครน 0 อังกฤษ 4

รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง
 
ยูเครน (3-4-1-2) : จอร์จี้ บุชชาน - อิลิย่า ซาบาร์นยี่, เซอร์เก คริฟต์ซอฟ (วิคเตอร์ ทซีกานคอฟ น.35), มีโคล่า มัตวิเยนโก้ - โอเล็กซานเดอร์ คาราวาเยฟ, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, เซอรเก ซีดอร์ชุค (เยฟเฮน มาคาเรนโก น.64), วิตาลี่ มิโคเลนโก้ - ทาราส สเตปาเนนโก้- อังเดร ยาร์โมเลนโก้, โรมัน ยาเรมชุค

เทรนเนอร์ : อังเดร เชฟเชนโก้

อังกฤษ (4-2-3-1) : จอร์แดน พิคฟอร์ด - ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ (คีแรน ทริปเปียร์ น.65) - เดแคลน ไรซ์ (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.57), คัลวิน ฟิลลิปส์ (จู๊ด เบลลิงแฮม น.65) - เจดอน ซานโช่, เมสัน เม้าน์ท, ราฮีม สเตอร์ลิง (มาร์คัส แรชฟอร์ด น.65) - แฮร์รี่ เคน (โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน น.73)

เทรนเนอร์ : แกเร็ธ เซาธ์เกต 

ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ ไบรช์ (เยอรมัน)


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »