ผลคะแนนและราคา 2 in 1 ผลอีสปอร์ต คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » ลีกคัพอื่นๆ » เกร็ดน่ารู้กับทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลชาย โอลิมปิก เกมส์ 2020

เกร็ดน่ารู้กับทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลชาย โอลิมปิก เกมส์ 2020

Posted 21/07/2021 by siamsport

หลังจากที่ต้องรอคอยกันมานานชนิดที่ว่าต้องเลื่อนการแข่งขันมา 1 ปีด้วยซ้ำ ในที่สุด โอลิมปิก เกมส์ ฤดูร้อน ครั้งที่ 32 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ ก็จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคมนี้แล้ว
    อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่จะถึงวันนั้นมันก็มีกีฬาบางชนิดที่จะทำการแข่งขันกันไปก่อนบ้าง และหนึ่งในนั้นคือการแข่งขันกีฬาฟุตบอล ซึ่งทัวร์นาเมนท์ฟุตบอลชายนั้นจะเริ่มเตะกันในวันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคมนี้ ช้ากว่ารายการฟุตบอลหญิง 1 วัน

    ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรับกระแสมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ วันนี้เราเลยมีเกร็ดเกี่ยวกับรายการฟุตบอลชายของ โอลิมปิก เกมส์ 2020 มานำเสนอสักเล็กน้อย ลองไปดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง


    - แก่สุดและเด็กสุด
    ถึงแม้รายการฟุตบอลชายของ โอลิมปิก เกมส์ ในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมาจะกำหนดให้ทุกทีมใช้งานเฉพาะนักเตะที่อายุต่ำกว่า 23 ปี แต่มันก็มีการอนุญาตให้แต่ละทีมดึงแข้งอายุเกินเกณฑ์นั้นมาร่วมทัพได้สูงสุด 3 คนเช่นกัน ซึ่งในการแข่ง โอลิมปืก เกมส์ หนนี้นั้น มีการขยายกรอบอายุเป็นห้ามเกิน 24 ปี เพื่อรองรับกับการที่การแข่งขันเลื่อนมา 1 ปี

    สำหรับนักเตะที่อายุเยอะที่สุดสำหรับ โอลิมปิก เกมส์ หนนี้นั้น เป็นชื่อที่หลายคนคุ้นหูกันดี เพราะเขาคือ ดาเนี่ยล อัลเวส ฟูลแบ็กทีมชาติบราซิลจาก เซาเ เปาโล นั่นเอง โดยปัจจุบันเจ้าตัวมีอายุ 38 ปีเข้าไปแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาเขาประสบความสำเร็จในระดับสโมสรมากมายก่ายกอง แต่ก็ยังไม่เคยได้เหรียญทองของ โอลิมปิก เกมส์ มาคล้องคอสักที ส่วนคนที่อายุเยอะเป็นอันดับ 2 ได้แก่ กีเยร์โม่ โอชัว นายทวารวัย 36 ปีของทีมชาติเม็กซิโก โดยมี อังเดร-ปิแอร์ ชีญัก หัวหอกทีมชาติฝรั่งเศสที่เคยเล่นให้ โอลิมปิก มาร์กเซย ตามมาเป็นอันดับ 3 ที่อายุ 35 ปี

    ส่วนคนที่อายุน้อยที่สุดนั้น เพิ่งมีวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น นั่นคือ อิสมาแอล ดูกูเร่ ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสจาก วาล็องเซียงส์ ส่วนคนที่มีอายุ 18 ปีนั้นมีหลายคน อย่างเช่น เปดรี้ มิดฟิลด์ดาวรุ่งของ บาร์เซโลน่า ที่ลงเล่นให้ทีมชาติสเปน เป็นต้น

    - ขุมกำลังยังบลัด
    แม้ว่าหลายทีมจะตัดสินใจเรียกนักเตะระดับอายุ 30 ปีขึ้นไปมาช่วยประคองเหล่าแข้งรุ่นเยาว์ แต่มันก็มีบางทีมที่เลือกที่จะไม่ทำอย่างนั้น ซึ่งในบรรดาทีมเหล่านั้น สเปน กับ โรมาเนีย ถือเป็นชาติที่โดดเด่นมากที่สุดในด้านดังกล่าว เพราะนักเตะที่อายุเยอะที่สุดของทั้ง 2 ชาตินั้นมีอายุเพียง 25 ปี

 

    สำหรับของ สเปน มี 2 คนที่อายุแตะหลักดังกล่าว นั่นคือ มาร์โก อเซนซิโอ ดาวเตะจาก เรอัล มาดริด และ มิเกล เมรีโน่ แข้งของ เรอัล โซเซียดาด ขณะที่ฝั่ง โรมาเนีย คนที่มีอายุ 25 ปีคือ ฟลอริน สเตฟาน นักเตะในตำแหน่งแบ็กซ้ายที่เพิ่งแยกทางกับ เซ็ปซี่ โอเอสเค สโมสรในบ้านเกิดไปสดๆ ร้อนๆ

    - บราซิล กับโอกาสเป็นทีมที่ 5 ในประวัติศาสตร์
    เมื่อ 5 ปีที่แล้วชาวบราซิลได้ฉลองกันอย่างเริงร่าหลังจากที่ "เซเลเซา" ซึ่งนำโดย เนย์มาร์ กองหน้าระดับซูเปอร์สตาร์ สามารถคว้าเหรียญทองในการแข่ง ฟุตบอลชาย ประจำ โอลิมปิก เกมส์ 2016 ที่นคร ริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล เป็นเจ้าภาพมาครองได้ ส่งผลให้ บราซิล ได้เหรียญทองในกีฬาฟุตบอลชายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของชาติ ภายหลัง 3 หนก่อนหน้านั้นที่เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศต้องอกหักทั้งหมด

    แน่นอน การเป็นแชมป์ว่ายากแล้ว แต่การป้องกันแชมป์ให้ได้นั้นยากกว่า โดยตลอดการแข่งกีฬาฟุตบอลชายทั้งหมด 27 ครั้งในมหกรรมกีฬา โอลิมปิก เกมส์ ที่ผ่านมานั้น มีเพียง 4 หนที่แชมป์เก่าได้เหรียญทองคล้องคอเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน นั่นคือ สหราชอาณาจักร ในปี 1908 กับ 1912, อุรุกวัย ในปี 1924 กับ 1928, ฮังการี ในปี 1964 กับ 1968 และ อาร์เจนตินา ในปี 2004 กับ 2008

    - อาร์เจนตินา กับการลุ้นทาบบัลลังก์
    อย่างที่กล่าวในข้อด้านบนว่า อาร์เจนตินา เคยได้เหรียญทองจากกีฬาฟุตบอลชายของ โอลิมปิก เกมส์ 2 ครั้งติดต่อกันในปี 2004 กับ 2008 ซึ่งที่จริงนั่นก็เป็นเพียง 2 หนเท่านั้นที่พวกเขาได้สัมผัสกับเหรียญรางวัลอันทรงเกียรติ โดยก่อนหน้านั้นเคยเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในปี 1928 กับ 1996 แต่ก็แพ้ อุรุกวัย กับ ไนจีเรีย ตามลำดับ

    ถึงกระนั้น ถ้าหากใน โอลิมปิก เกมส์ 2020 อาร์เจนตินา ได้เหรียญทองแล้วล่ะก็ พวกเขาก็จะขึ้นไปเป็นทีมที่ได้แชมป์ในฟุตบอลชายของ โอลิมปิก เกมส์ มากที่สุดที่จำนวน 3 สมัย เทียบเท่ากับ สหราชอาณาจักร และ ฮังการี ทันที

    - อาถรรพ์ทีมยุโรป
    สำหรับวงการฟุตบอลโดยรวมแล้วนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าเวทีลูกหนังยุโรปได้รับการยอมรับมากกว่าทวีปอื่นๆ เพราะที่นั่นมีลีกฟุตบอลระดับโลกหลายลีก, มีระบบที่เป็นมืออาชีพมากกว่าของทวีปอื่นๆ, มีการแข่งขันที่สูสีและดุเดือด รวมถึงมีแข้งระดับโลกหลายคนเล่นอยู่ในลีกของทวีปยุโรป

    อย่างไรก็ตาม เชื่อหรือไม่ว่าไม่มีทีมจากทวีปยุโรปที่ได้เหรียญทองในการแข่ง ฟุตบอลชาย ของ โอลิมปิก เกมส์ ไปคล้องคอมานานถึง 6 ทัวร์นาเมนท์ติดต่อกันเข้าไปแล้ว ครั้งสุดท้ายที่ตัวแทนจากทวีปยุโรปได้เหรียญทองในการแข่งกีฬาชนิดนี้ต้องย้อนไปถึงปี 1992 ที่ สเปน ได้แชมป์จากการชนะ โปแลนด์ 3-2 ในรอบชิงชนะเลิศนู่นเลย ซึ่งเจ้าภาพของการแข่ง โอลิมปิก เกมส์ ครั้งนั้นก็คือนครบาร์เซโลน่า

    ยิ่งไปกว่านั้น ในกีฬาฟุตบอลชายของ โอลิมปิก เกมส์ 6 ครั้งก่อนหน้านี้นั้น มันก็มีชาติจากทวีปยุโรปที่เข้าถึงรอบชิงเหรียญทองได้เพียง 2 หน นั่นคือ สเปน ที่แพ้ แคเมอรูน ในช่วงดวลจุดโทษเมื่อปี 2000 และ เยอรมนี ที่เมื่อ 5 ปีก่อนแพ้ บราซิล ในช่วงดวลเป้า

    - ทีมแรกจากเอเชีย ?
    หากจะบอกว่าชาติไหนจากทวีปเอเชียที่มีผลงานดีที่สุดในการแข่งฟุตบอลชายของ โอลิมปิก เกมส์ แล้วนั้น มันก็ต้องบอกว่า ญี่ปุ่น คือชาติดังกล่าว หลังจากเคยได้เหรียญทองแดงในการแข่งปี 1968 ที่กรุงเม็กซิโก ซิตี้ ประเทศเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพ กับการได้อันดับ 4 ในการแข่งปี 2012

    รองลงมาคือ เกาหลีใต้ ที่ได้อันดับ 3 ในการแข่งปี 2012 ตามมาด้วย อินเดีย กับ อิรัก ที่ได้อันดับ 4 ในปี 1956 กับ 2004 ตามลำดับ ส่วน ออสเตรเลีย ที่ได้สิทธิ์เข้าแข่งรายการฟุตบอลระดับทวีปเอเชียหลังจากชาติอื่นๆ ก็เคยได้อันดับ 4 เมื่อปี 1992 เช่นกัน เพียงแต่ตอนนั้นพวกเขายังถือเป็นทีมจากโซนโอเชียเนียอยู่

    ใช่แล้ว ที่ผ่านมาไม่เคยมีทีมจากทวีปเอเชียที่ไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้เลย ดังนั้นเรื่องแชมป์ก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึงด้วยซ้ำ และมันก็ต้องรอดูกันว่าในหนนี้จะมีชาติที่ทำอย่างนั้นได้เป็นชาติแรกหรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »