ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » พรีเมียร์ลีก อังกฤษ » โชต้าขาประจำ,โรเบิร์ตสันน่าห่วง! 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล อุ่นเสมอ แอธ.บิลเบา

โชต้าขาประจำ,โรเบิร์ตสันน่าห่วง! 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล อุ่นเสมอ แอธ.บิลเบา

Posted 09/08/2021 by siamsport

ผลเสมอกับ แอธเลติก บิลเบา 1-1 ในเกมอุ่นเครื่องที่ แอนฟิลด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คงทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้เห็นทั้งเรื่องดี และเรื่องแย่ในแมตช์นี้ โดยเฉพาะอาการบาดเจ็บของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อ "หงส์แดง" ก่อนเปิดซีซั่นในอีกไม่กี่วันนี้
    
เรื่องที่น่าจะทำให้ คล็อปป์ รู้สึกแฮปปี้คงหนีไม่พ้นผลงานของ ดีโอโก้ โชต้า ที่นับวันยิ่งโดดเด่นมากขึ้น และสามารถเล่นได้อย่างเข้าขากับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ ทำให้สามประสานในเกมรุกมีความดุดันมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันการที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ สามารถลงเล่นตัวจริงในเกมนี้ได้ ยิ่งเป็นสัญญาที่ดีเยี่ยมว่าสภาพร่างกายของนักเตะน่าจะสมบูรณ์สำหรับซีซั่นใหม่แล้ว แต่เรื่องที่ทำให้ คล็อปป์ และแฟนบอล "เดอะ เร้ดส์" ต้องใจหายก็คืออาการบาดเจ็บข้อเท้าของ โรเบิร์ตสัน ซึ่งคงต้องรอลุ้นผลสแกนในวันจันทร์นี้ ว่าจะหนักหนาสาหัสหรือไม่ !!
 
1. เอลเลียตต์ ยิ่งเล่นยิ่งเนียนตา
ตอนนี้คงไม่มีอะไรต้องแปลกใจแล้วว่าทำไม คล็อปป์ ถึงชอบใช้งาน ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ลงเล่นมาตลอดในช่วงอุ่นเครื่องปรีซีซั่น เพราะเจ้าหนูรายนี้ยิ่งเล่นยิ่งแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการชั้นยอดจริงๆ

เอลเลียตต์ ทำผลงานได้น่าประทับใจมากๆ ตอนที่ย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา และหลายคนมองว่าเขากลับมาร่วมทีมในครั้งนี้ก็แค่ชั่วคราว ที่สำคัญคงจะโดนส่งไปเก็บเลเวลอีกครั้งแหงๆ

อย่างไรก็ตามจากผลงานของ ดาวเตะวัย 18 ปี ซึ่งเพิ่งจะขยายสัญญาระยะยาวกับสโมสรเมื่อเร็วๆ นี้ สุดยอดมากในช่วงปรีซีซั่น และนั่นคงทำให้ คล็อปป์ จะต้องคิดทบทวนให้ถ้วนถี่เกี่ยวกับสถานการณ์ของนักเตะรายนี้

บทบาทของ เอลเลียตต์ ในแดนกลางบอกเลยว่ายอดเยี่ยมเกินวัยจริงๆ เขาทำหน้าที่แบกภาระทั้งเกมรุกและเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถเชื่อมเกมได้เนียนตา ที่สำคัญยังเล่นได้หลากหลายด้วย นี่ถ้ามีดวงอีกซะหน่อยคงได้มีชื่อบนสกอร์บอร์ดหลังดันซัดไปชนสามเหลี่ยมช่วงท้ายเกม

2. โชต้า พร้อมเป็นตัวหลักในแนวรุก 3 ประสาน
หนึ่งในนักเตะที่ต้องบอกว่าโชว์ฟอร์มได้ดีเกินคาดนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อซีซั่นที่ผ่านมาก็คือ ดีโอโก้ โชต้า เพราะฟอร์มของนักเตะยังคงโดดเด่น และสามารถเล่นได้อย่างดุดันเมื่อประสานงานกับ มาเน่ และ "บัง โม"

จริงๆ แล้ว โชต้า น่าจะโชว์ฟอร์มได้โหดกว่านี้ด้วยซ้ำหากเขาไม่โดนอาการบาดเจ็บเล่นงานในช่วงปลายปีที่แล้ว แต่หลังจากที่รักษาตัวจนหายดี ผลงานของ ดาวเตะชาวโปรตุกีส ก็ค่อยๆ กลับมาโดดเด่นเหมือนเดิม

สำหรับแมตช์นี้ โชต้า ก็ยังคงเป็นความหวังในการตะบันตาข่ายอีกครั้ง ที่สำคัญนักเตะยังแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นในการเล่น ความเฉียบคมในการยิงประตู และการประสานงานที่ยอดเยี่ยมในเกมรุก

งานนี้สาวก "เดอะ ค็อป" คงเริ่มตั้งคำถามแล้วว่า คล็อปป์ จะเลือกใช้งานใครในแผงแนวรุก 3 ประสาน เพราะหากมองตามเนื้อผ้าแล้ว มาเน่ กับ ซาลาห์ น่าจะยืนพื้น ส่วนอีกคนตอนนี้คะแนนเสียงเทไปที่ โชต้า ขณะที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ อาจจำใจต้องเป็นยางอะไหล่

3. ฟาน ไดค์ พร้อมที่จะคืนสังเวียนเต็มรูปแบบ
หนึ่งในเรื่องน่ายินดีสำหรับเกมอุ่นเครื่องแมตช์นี้ก็คือการได้เห็น เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กลับมาลงทำหน้าที่ประจำตำแหน่งตัวจริงของเขาอีกครั้ง โดยสภาพร่างกายของเจ้าตัวเห็นได้อย่างชัดเจนว่าฟิตสมบูรณ์เต็มที่แล้ว

ดาวเตะชาวดัตช์ บัญชาเกมได้อย่างยอดเยี่ยม เต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง และเล่นได้อย่างเหนียวแน่นทำให้แนวรุกของ แอธเลติก บิลเบา แทบไม่มีโอกาสได้สร้างความอันตรายให้กับ อลีสซง เบ็คเกอร์ มากนัก ขณะที่เกมบุกเจ้าตัวก็มักจะขึ้นไปกดดันแนวรับคู่แข่งเวลาที่ทีมได้ลูกเซ็ตพีซและก็ทำได้ดีซะด้วย

กระนั้นในจังหวะโดนตีเสมอ ฟาน ไดค์ พลาดแค่นิดเดียวที่ปล่อยให้แข้ง บิลเบา สามารถปาดบอลไปหน้าประตูได้ นั่นคือสิ่งเดียวที่ถือว่าเป็นจุดบกพร่องของเขาในเกมนี้ แต่ภาพรวมแล้วถือว่านักเตะเริ่มกลับมาเป็นแนวรับภูผาหินคนเดิมอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม คล็อปป์ ยังไม่เสี่ยงที่จะใช้งาน ฟาน ไดค์ เต็มเกม นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาต้องเปลี่ยนตัว ปราการหลังทีมชาติเนเธอร์แลนด์ หลังเกมผ่านไป 70 กว่านาที แต่ผลงานของเขาในแมตช์นี้คงทำให้สาวก "เดอะ ค็อป" สบายใจได้เลยว่าพวกเขาจะได้เห็น เซนเตอร์แบ็กเลือดดัตช์ กลับมายื่นตระหง่านช่วยทีมตั้งแต่ต้นซีซั่น
 
4. โรเบิร์ตสัน อาการน่าเป็นห่วง
สกอร์บอร์ด 1-1 ไม่ใช่เรื่องน่าเสียหายสำหรับเกมอุ่นเครื่อง ที่เรื่องที่เลวร้ายที่สุดในแมตช์นี้ก็คือการที่ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ต้องโดนหามออกจากสนามในช่วงท้ายครึ่งแรก และดูทีท่าอาการบาดเจ็บไม่ธรรมดาซะด้วย

ฟูลแบ็กทีมชาติสกอตแลนด์ ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าอย่างรุนแรง และหลังจากทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วนักเตะต้องโดนพยุงออกจากสนาม ซึ่งแน่นอนว่าอาการของ "ร็อบโบ้" ค่อนข้างน่ากังวลมากๆ

ในเวลานี้สิ่งที่ทำได้ก็คือการลุ้นผลการสแกนในวันจันทร์นี้ว่านักเตะได้รับบาดเจ็บมากแค่ไหน และเขาสามารถลงเล่นในเกมเปิดลีกพบ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" นอริช ซิตี้ ได้หรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้น โรเบิร์ตสัน ต้องพักรักษาตัวนานแค่ไหน !!

เกมนี้ คอสตาส ซิมิกาส ไม่ได้อยู่ในทีมเพราะต้องเตรียมลงเล่นในเกมอุ่น โอซาซูน่า วันจันทร์นี้ ฉะนั้นมีความเป็นไปได้ที่ ดาวเตะชาวกรีก ซึ่งโชว์ฟอร์มได้ดีในช่วงปรีซีซั่น จะได้ทำหน้าที่แทน โรเบิร์ตสัน ในช่วงแรก หรือไม่แน่อาจจะแทนยาวๆ หาก "ร็อบโบ้"เจ็บหนัก

ฉะนั้นนี่คือโอกาสทองของ ซิมิกาส ที่จะได้โชว์ของ และหากทำสำเร็จงานนี้การแข่งขันแย่งตำแหน่งแบ็กซ้ายคงเข้มข้นเป็นทวีคูณแน่นอน
 
5. แอนฟิลด์ กลับมาคึกคักอีกครั้ง
การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้เกมลูกหนังอาจจะกร่อยไปซะหน่อยเมื่อไม่มีแฟนบอลเข้าไปชมในสนาม กระนั้นในสถานการณ์ปัจจุบันแม้การแพร่ระบาดยังคงมีอยู่ แต่ด้วยมาตรการและการฉีดวัคซีน ทำให้ตอนนี้ อังกฤษ ได้เปิดให้แฟนบอลกลับมาชมเกมในสนามได้แล้ว

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาบรรดานักเตะลิเวอร์พูล คงหัวใจพองโตที่ได้เห็นเหล่าสาวก "เดอะ ค็อป" เข้ามาชมเกมอย่างอุ่นหนาฝาคั่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020 ซึ่งแน่นอนว่านี่คือบรรยาศที่ทุกๆ คนเฝ้ารอมานานแสนนาน

อย่าลืมว่าความสำเร็จของ ลิเวอร์พูล ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา หนึ่งในส่วนสำคัญก็คือกองเชียร์พวกเขาแสดงให้เห็นถึงการกระตุ้นทีม ความเชื่อมั่น การส่งเสียงที่ดังลั่นจนทำให้คู่แข่งที่มาเยือนแอนฟิลด์ ขวัญหนีดีฟ่อมาแล้ว

นี่คือบรรยากาศที่ คล็อปป์ เคยออกมายอมรับว่ามีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จของทีม และการขาดแฟนบอลไปก็ส่งผลต่อพลังในการเล่นของนักเตะเช่นกัน ฉะนั้นในซีซั่นนี้ทุกๆ คนจะได้เห็นพลังของ "เดอะ ค็อป" ที่จะทำให้คู่แข่งได้ขนลุกตั้งแต่ต้นจนจบเกม

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »