ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » พรีเมียร์ลีก อังกฤษ » จากดาวรุ่งค่าตัวล้านปอนด์ชีวิตพลิกผันกลายเป็นหนุ่มโรงงาน ! ซาเม็ด เยซิล อดีตแข้งแห่งอนาคตลิเวอร์พูล

จากดาวรุ่งค่าตัวล้านปอนด์ชีวิตพลิกผันกลายเป็นหนุ่มโรงงาน ! ซาเม็ด เยซิล อดีตแข้งแห่งอนาคตลิเวอร์พูล

Posted 07/09/2021 by siamsport

แฟนบอลลิเวอร์พูลคงจำชื่อของ ซาเม็ด เยซิล อดีตดาวรุ่งชาวเยอรมันไม่ได้ แต่รู้หรือไม่ว่านักเตะคนนี้เคยเซ็นสัญญาย้ายมาอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ด้วยค่าตัว 1 ล้านปอนด์ (ราว 44 ล้านบาท) ทั้งๆ ที่ยังเป็นแค่ดาวรุ่งพุ่งแรงเท่านั้น

ดาวเตะพรสวรรค์ชาวด๊อยท์ช สร้างชื่อเสียงกระฉ่อนโลกจากผลงานการยิงประตูถล่มทลายจนถูกนำไปเปรียบเทียบกับแกร์ด มุลเลอร์ ตำนานกองหน้าทีมชาติเยอรมนี และ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิ ซึ่งล่วงลับไปแล้ว
 
ในช่วงที่อยู่ระดับเยาวชน เยซิล ซึ่งเติบโตขึ้นมาจากศูนย์ฝึกเยาวชนไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทำสถิติซัดไป 58 ประตูจากการเล่น 74 เกม และได้รับโอกาสทองย้ายไปเล่นกับ ลิเวอร์พูล ในปี 2012 ทั้งๆ ที่ลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ "ห้างขายยา" แค่เกมเดียวเท่านั้น

"เดอะ เร้ดส์" ในยุค เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจควักเงินจำนวน 1 ล้านปอนด์ เพื่อคว้ากองหน้าแห่งอนาคตทัพ "อินทรีเหล็ก" มาร่วมทัพ โดยคาดหวังว่าเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัยของทีมในอนาคต

อย่างไรก็ตามชีวิตที่เหมือนลอยละลิ่วอยู่บนสวรรค์ก็ต้องร่วงตกลงสู่พื้นดินอย่างรวดเร็ว หลัง เยซิล ได้รับบาดเจ็บหนักเอ็นไขว้หน้าฉีก 2 ครั้งภายในระยะเวลา 2 ปี และทำให้ตลอดเวลา 5 ปีในสีเสื้อ "หงส์แดง" ต้องหลบกับความผิดหวัง

หลังจากที่ต้องเก็บเสื้อผ้าออกจากถิ่นแอนฟิลด์ ด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวฤดี เยซิล ต้องระหกระเหินไปอยู่กับหลายสโมสร ไล่ตั้งแต่ย้ายไปอยู่กับ พานิโอนิออส ในประเทศกรีซ ในฤดูกาล 2016/2018

ตามด้วยย้ายไปอยู่กับ เอเอฟซี เออร์ดินเก้น สโมสรในระดับดิวิชั่น 3 ของดินแดนไส้กรองในซีซั่น 2018/2019 จากนั้นก็เดินทางไปเล่นให้ อันคาร่า เดเมียร์สปอร์ ในลีกตุรกี และปัจจุบันค้าแข้งกับ ดีเจเค ทีอูโทเนีย เซนท์ โทนิส ทีมระดับดิวิชั่น 5 ในดินแดนไส้กรอก ควบคู่ไปกับการเป็นพนักงานโรงงานผลิตไส้กรองแอร์

 สำหรับชีวิตหลังกลับไปอยู่บ้านเกิดในเมืองเครเฟลด์ ใกล้ๆ กับดุสเซลดอร์ฟ ทำให้ เยซิล ต้องทำงานให้กับบริษัทซึ่งเป็นเจ้าของสโมสรปัจจุบันที่เขาค้าแข้ง เพื่อหาเลี้ยงชีวิตพร้อมกับเตะฟุตบอลที่ตัวเองรักไปด้วย

เยซิล เปิดใจกับ "ดิ แอธเลติก" สื่อชั้นนำในอังกฤษเกี่ยวกับการทำงานเป็นหนุ่มโรงงานว่า "ผมจำเป็นต้องหาหนทางสำหรับชีวิตหลังเลิกเล่นฟุตบอล ในกรณีที่ผมไม่สามารถไปเล่นฟุตบอลอาชีพได้"
 
แม้ชีวิตการเป็นนักเตะอาชีพจะค่อยๆ ตีบตัน แต่ เยซิล ในวัย 27 ปี ยังคาดหวังว่าจะสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับต้นสังกัดเพื่อโอกาสได้กลับไปเล่นในลีกอาชีพอีกครั้ง "ผมมั่นใจว่าถ้าผมได้ลงเล่น 30 เกมในฤดูกาลนี้ และยิงได้ 15-20 ประตู ผมก็มีโอกาสที่จะได้กลับไปเล่นในลีกอีกครั้ง"

ผลงานของ เยซิล ได้รับการยกย่องว่าจะก้าวขึ้นมาเป็น แกร์ด มุลเลอร์ ในอนาคต แต่งานนี้เจ้าตัวยอมรับว่าตอนนั้นเขาไม่รู้จัก มุลเลอร์ เนื่องจาก "ไอ้ลูกระเบิด" ค้าแข้งก่อนที่เขาจะลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ได้รู้สึกกดดันเมื่อถูกนำไปเปรียบเทียบกับ ตำนานดาวยิงทีมชาติเยอรมนี
 
เยซิล ซัดไป 27 ประตูจาก 29 เกมให้กับทีมชาติเยอรมนี รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี และ 19 ปี พร้อมกับคว้าดาวซัลโวศึกยูโร 2011 รุ่นยู-17 ปี ซึ่งทัพ "อินทรีเหล็กจูเนียร์" ทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศซะด้วย

"เอ็มเร่ ชาน เป็นเพื่อนสนิทของผม ซึ่งอยู่ในกลุ่มวัยเดียวกับผม รวมทั้ง คาน อายฮาน ซึ่งตอนนี้เล่นให้กับซาสซูโอโล่ และทีมชาติตุรกี ส่วน โอดิสเซอัส วลาโชดิมอส ตอนนี้เล่นกับ เบนฟิก้า และทีมชาติกรีซ"

ในปี 2012 เยซิล ได้รับโอกาสทองฝังเพชรเมื่อได้ย้ายมาเล่นกับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวมหาศาล 1 ล้านปอนด์ ทั้งๆ ที่ลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ของ เลเวอร์คูเซ่น แค่เกมเดียวเท่านั้น แต่ผลงานระดับเยาวชนไม่ธรรมดาเมื่อซัดไป 58 เกมจาก 74 แมตช์

การเล่นภายใต้การกุมบังเหียนของ ร็อดเจอร์ส แน่นอนว่า เยซิล มีโอกาสได้เลื่อนขึ้นมาร่วมซ้อมกับทีมชุดใหญ่ พร้อมกับโอกาสได้ลงสนาม 2 เกมในศึกลีก คัพ (คาราบาว คัพ) สำหรับซีซั่นแรกของเขากับ "หงส์แดง"

"มันเหมือนฝันจริงๆ ผมรู้จักนักเตะเหล่านั้นจากเกมเพลย์สเตชั่นเท่านั้น และจากการดูการแข่งขันผ่านหน้าจอทีวี" เยซิล เผยหลังเขาได้มีโอกาสร่วมซ้อมกับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ หลุยส์ ซัวเรซ

อย่างไรก็ตามชีวิตของ เยซิล ต้องพลิกผันเมื่อได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าฉีกในปี 2013 และ 2014 ส่งผลให้เขาไม่ได้ลงสนามนานถึง 450 วัน และจากนั้นก็ไม่ได้รับโอกาสลงสนามให้ ลิเวอร์พูล อีกเลย

อาการบาดเจ็บหนักถึง 2 ครั้งคืออุปสรรคขัดขวางโอกาสที่เขาหวนกลับมาแจ้งเกิดในอาชีพพ่อค้าแข้งในตุรกี หลังได้รับความสนใจจาก เบซิคตัส และ กาลาตาซาราย ในช่วงระหว่างกลางปี 2013

สุดท้าย เยซิล โดนส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ ลูเซิร์น ทีมในลีกสวิตเซอร์แลนด์ ในปี 2015 และยิงประตูในเกมเปิดตัวกับต้นสังกัดก่อนจะมีปัญหากับเทรนเนอร์ และประธานสโมสรส่งผลให้เขาหมดอนาคตไปโดยปริยาย 

หลังจบซีซั่นนั้นเจ้าตัวย้ายกลับมาสู่สโมสรแห่งลุ่มแม่น้ำเมอร์ซี่ย์ และจากนั้นก็โดนต้นสังกัดแม่ปล่อยตัวเนื่องจากหมดสัญญา แม้จะเคว้งคว้าง 6 เดือนโดยที่ไม่มีสโมสรเล่น เขามีโอกาสได้ย้ายไปเล่นกับ พานิโอนิออส ในลีกแดนเทพนิยาย ซึ่งเขาซัดไป 8 ประตูจาก 31 เกมในซีซั่นแรก

กระนั้นปัญหานอกสนามเข้ามาป่วน เยซิล อีกครั้ง เมื่อต้นสังกัดดันประสบปัญหาด้านการเงินส่งผลให้เขาไม่ได้รับรายได้จนสุดท้ายก็ถูกปล่อยตัวออกไป ต่อมาเขาได้กลับมาเล่นในทีมบ้านเกิดอย่าง  เอเอฟซี เออร์ดินเก้น ซึ่งเป็นทีมระดับดิวิชั่น 3 ในซีซั่น 2018/2019 ก่อนจะใช้เวลา 9 เดือนกับ อันคาร่า เดเมียร์สปอร์ ในลีกตุรกี

เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เยซิล ลงเล่น 22 เกมให้กับทีมระดับดิวิชั่น 4 อย่าง เฟาแอฟเบ โฮมบวร์ก พร้อมซัดไป 2 ประตู ก่อนจะมาอยู่กับ ดีเจเค ทีอูโทเนีย เซนท์ โทนิส ต้นสังกัดปัจจุบัน ในช่วงซัมเมอร์นี้

ทั้งนี้ เยซิล ลงเล่นให้กับต้นสังกัดใหม่ไปแล้ว  2 เกมในฤดูกาลนี้ และทำไป 2 แอสซิสต์ในเกมเปิดตัว และจากผลงานที่ยอดเยี่ยมมันดูเหมือนว่าเขากำลังจะกลับมาแจ้งเกิดในอาชีพพ่อค้าแข้งอีกครั้ง !

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »