ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » พรีเมียร์ลีก อังกฤษ » คล็อปป์กุมขมับขาดแข้งหลักหลายคน! ผ่า 5 ข้อ ลิเวอร์พูล ก่อนยกพลบุกถิ่นวัตฟอร์ด

คล็อปป์กุมขมับขาดแข้งหลักหลายคน! ผ่า 5 ข้อ ลิเวอร์พูล ก่อนยกพลบุกถิ่นวัตฟอร์ด

Posted 16/10/2021 by siamsport

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน เตรียมนำ ลิเวอร์พูล เยือน วัตฟอร์ด ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคมนี้ โดยงานนี้ "หงส์แดง" มีปัญหาค่อนข้างเยอะเนื่องจากผู้เล่นสำคัญไม่สามารถลงสนามได้
    
"เดอะ เร้ดส์" ขาดทั้ง ฟาบินโญ่, อลีสซง เบ็คเกอร์, ติอาโก้ อัลกันทาร่า และ เคอร์ติส โจนส์ แน่นอนว่าทีมคงเสียสมดุลไปเยอะ แต่ยังดีที่ ดีโอโก้ โชต้า กองหน้าชาวโปรตุกีส น่าจะฟิตลงตัวจริงในเกมนี้

ขณะที่เจ้าบ้านได้กุนซือใหม่ระดับหัวกะทิอย่าง เคลาดิโอ รานิเอรี่ ที่เคยสร้างประวัติศาสตร์ในวงการลูกหนังเมืองผู้ดีกับ เลสเตอร์ ซิตี้ โดยงานนี้ทีมเยือนต้องระวังให้ดีเพราะบอลเปลี่ยนโค้ชมักโชว์ฟอร์มโหดเสมอ

1. ขาด 2 สตาร์บราซิเลียน
ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังจริงๆ ที่ คล็อปป์ หมดสิทธิ์ใช้งาน ฟาบินโญ่ และ อลีสซง เบ็คเกอร์ ซึ่งแน่นอนว่าการขาดหายไปของทั้งสองคนส่งผลกระทบกับทัพ "หงส์แดง" ในเกมปะทะ วัตฟอร์ด

เหตุผลที่ทั้งคู่ไม่สามารถช่วยทีมได้เพราะพวกเขาต้องกักตัว 10 วันตามมาตรการของรัฐบาลอังกฤษ หลังเดินทางไปเล่นให้ บราซิล ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ ทำให้ กุนซือชาวเยอรมัน ตัดสินใจส่งสองแข้งเลือดแซมบ้าไปที่ประเทศสเปน เพื่อเตรียมตัวสำหรับแมตช์พบ แอตเลติโก มาดริด ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วันอังคารที่จะถึงนี้

ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะในแดนกลาง "เดอะเร้ดส์" ต้องขาด ติอาโก้ อัลกันทาร่า ที่มีปัญหาบาดเจ็บน่อง และ เคอร์ติส โจนส์ โดนโรคเดี้ยงเล่นงานหลังเจ็บโคนขาหนีบจากการรับใช้ทีมชาติอังกฤษ รุ่นยู-21

ฉะนั้นในแผงมิดฟิลด์ คล็อปป์ มีตัวเลือกไม่มากนัก และคนที่จะต้องแบกภาระหนักในการคุมเกมก็คงหนีไม่พ้น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ส่วนอีกสองคนน่าจะเป็น อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน กับ นาบี เกอิต้า  ส่วน เจมส์ มิลเลอร์ คงทำหน้าที่เป็นกำลังเสริม

2. โชต้าลุ้นฟิตตัวจริง
เชื่อว่าสาวก "เดอะ ค็อป" คงใจหายใจคว่ำหลัง ดีโอโก้ โชต้า มีปัญหาบาดเจ็บช่วงระหว่างที่รับใช้ทีมชาติโปรตุเกส และต้องถูกส่งตัวกลับต้นสังกัดทันที โดยในตอนแรกเชื่อว่านักเตะอาจจะฟิตไม่ทันลงสนามเกมเยือนถิ่นวิคาเรจ โร้ด

อย่างไรก็ตามจากรายงานล่าสุด โชต้า สามารถกลับมาลงซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้ว และหากไม่มีปัญหาอะไร งานนี้ คล็อปป์ น่าจะเลือกจับเขาลงสนามทำหน้าที่เป็นสามประสานร่วมกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ ซาดิโอ มาเน่

กระนั้นด้วยสถานการณ์ในเวลานี้ที่แผงกลางของ "หงส์แดง" มีผู้เล่นบาดเจ็บหลายคน และยังติดกรณี ฟาบินโญ่ ไม่ได้ลงสนาม อาจมีความเป็นไปได้ที่ กุนซือเลือดด๊อยท์ช จะเลือกปรับแผงการเเล่นเป็น 4-2-3-1

หากเป็นเช่นนั้นในตำแหน่งแดนกลาง "เฮนโด้" คงได้ทำหน้าที่ร่วมกับ เกอิต้า ส่วนแนวรุกแฟนๆ คงจะได้เห็น 4 ประสานลงทำหน้าที่พร้อมกัน โดย ซาลาห์, มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ทำหน้าที่สนับสนุน โชต้า ที่จะได้ยืนเป็นหน้าเป้า

3. แบ็กโฟร์ชุดที่ดีที่สุดกลับมาแล้ว
ตอนนี้แผงแบ็กโฟร์ของ ลิเวอร์พูล ต้องบอกว่ากลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง เมื่อ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ฟิตเปรี๊ยะพร้อมที่จะทำหน้าที่ในตำแหน่งแบ็กขวา หลังจากที่พลาดช่วยทีม 2 แมตช์ล่าสุด

การได้ "เทรนต์" กลับมาประจำตำแหน่งน่าจะทำให้เกมบุกของทีมเยือนมีสีสันมากยิ่งขึ้น ส่วนเกมรับก็เป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่าเป็นจุดด้อยของเขา ฉะนั้น วัตฟอร์ด คงจะเล่นงานจุดนี้ด้วยยุทธวิธีตัวรับเหนียวแน่นและสวนกลับฉับพลัน

ขณะที่แบ็กซ้ายยังคงเป็นหน้าที่หลักของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ซึ่งเป็นผู้เล่นที่มีความคงเส้นคงวาทั้งเกมรับและเกมรุก แม้ว่าซีซั่นนี้อาจจะโดนกดดันจาก คอสตาส ซิมิกาส ในการแข่งขันแย่งตำแหน่ง แต่ คล็อปป์ ยังคงไว้วางใจให้ ดาวเตะเลือดวิสกี้ ลงตัวจริงแน่นอน

สำหรับคู่เซนเตอร์แบ็กตอนนี้คงหนีไม่พ้น โฌแอล มาติป กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เพราะทั้งสองคนเล่นได้อย่างเหนียวแน่น และยังมีจุดเด่นในการช่วยเติมเกมรุก ฉะนั้นในเวลานี้คงไม่มีใครแข็งแกร่งเท่ากับคู่นี้อีกแล้ว

4. ระวังบอลเปลี่ยนกุนซือมักฟอร์มเลิศ
บอลเปลี่ยนโค้ชมักมีทีเด็ด ! วลีที่แฟนบอลมักใช้กันเป็นประจำ เพราะทุกครั้งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีม สโมสรเหล่านั้นมักจะโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอด และสามารถเก็บชัยชนะได้อย่างน่าเหลือเชื่อแม้จะดวลกับทีมใหญ่ก็ตาม

แมตช์นี้ เคลาดิโอ รานิเอรี่ จะได้หวนกลับมาเสพบรรยากาศลูกหนังในเมืองผู้ดีอีกครั้ง หลังจากที่สร้างประวัติศาสตร์นำ เลสเตอร์ ซิตี้ ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้อย่างยิ่งใหญ่เมื่อฤดูกาล 2015/2016

กุนซือชาวอิตาเลียนในวัย 69 ปี เป็นหนึ่งในเทรนเนอร์จอมแท็กติกเช่นกัน โดยเฉพาะการวางหมากเจอทีมใหญ่ และบ้าคลั่งเกมบุกอย่างเช่น "หงส์แดง" มีโอกาสที่จะโดนทีเด็ดของเขาเล่นงาน

ยิ่งไปกว่านี้ ลิเวอร์พูล เคยมีประสบการณ์ที่ไม่อยากจดจำในซีซั่น 2019/2020 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่พวกเขาคว้าแชมป์ลีกได้ เพราะบุกเยือนถิ่น "แตนอาละวาด" และโดนเจ้าบ้านยัดเยียดความปราชัย 0-3 ทำให้ทีมแพ้เกมแรกของฤดูกาลนั้น เป็นการจบเส้นทางไร้พ่ายอย่างน่าเจ็บปวด

ฉะนั้น คล็อปป์ ต้องเตือนลูกทีมห้ามประมาทเด็ดขาด แม้เจ้าบ้านจะเริ่มต้นซีซั่นปัจจุบันไม่ค่อยดีนัก แต่การได้กุนซือใหม่ที่มีประสบการณ์โชกโชนทั้งในอิตาลี, สเปน และ อังกฤษ อาจจะทำให้ "หงส์แดง" ต้องน้ำตาตกได้

5. ชัยชนะพุ่งสู่จ่าฝูงชั่วคราว
ลิเวอร์พูล เยือน วัตฟอร์ด เป็นคู่แรกประจำวันเสาร์ และนี่คือโอกาสสำคัญของพวกเขาในการที่จะกดดันบรรดาทีมลุ้นแชมป์ทั้ง เชลซี จ่าฝูง, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ลงสนามที่หลัง

 หาก "หงส์แดง" สามารถเก็บ 3 คะแนนได้สำเร็จ พวกเขาจะพุ่งขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงทันที โดยจะโยนความกดดันให้กับ เชลซี ซึ่งต้องไปเยือน เบรนท์ฟอร์ด งานนี้บอกเลยว่า "ผึ้งน้อย" ไม่ธรรมดาแน่นอน ไม่เชื่อถาม อาร์เซน่อล กับ ลิเวอร์พูล ได้เลย

ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ รับมือ เบิร์นลี่ย์ และ แมนฯ ยูฯ เยือน เลสเตอร์ แม้โปรแกรมอาจจะมองว่าสองยักษ์ใหญ่จากเมืองแมนเชสเตอร์ คงสามารถเก็บชัยชนะได้ แต่ด้วยการที่ต้องพยายามคว้า 3 คะแนนเพื่อทำแต้มเกาะติดกลุ่มนำ อาจจะทำให้ทีมเกิดอาการเกร็งจนเล่นไม่ออกก็ได้

ฉะนั้น ยอดทีมแห่งถิ่นแอนฟิลด์ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคว้าชัยชนะในแมตช์เยือน วัตฟอร์ด เพราะมันอาจจะส่งผลทำให้คู่แข่งเกิดอาการกระสับกระส่ายจนเสียสมาธิ และสะดุดขาตัวเองก็ได้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »