ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » พรีเมียร์ลีก อังกฤษ » มีสถิติน่าทึ่ง!6 ประเด็นร้อนก่อนเกม พรีเมียร์ลีก นัดที่ 8

มีสถิติน่าทึ่ง!6 ประเด็นร้อนก่อนเกม พรีเมียร์ลีก นัดที่ 8

Posted 16/10/2021 by siamsport

ฟุตบอลลีกกลับมาเตะตามปกติอีกครั้ง หลังต้องหลีกทางให้กับเกมทีมชาติ โดย พรีเมียร์ลีก มีหลายคู่ที่น่าสนใจ ซึ่งในสกู๊ปนี้ทางทีมงาน Siamsport ได้นำเกร็ดน่ารู้ของแต่ละคู่มาฝากให้แฟน ๆ ได้ติดตามกัน
   
"วัตฟอร์ด-ลิเวอร์พูล"

เคลานิโอ รานิเอรี่ กุนซือป้ายแดงของ วัตฟอร์ด มีสถิติการเจอกับ ลิเวอร์พูล ยามที่คุมทีมลงเตะในบ้านตัวเองดีเอามาก ๆ เมื่อเอาชนะได้ถึง 4 จาก 5 เกมบนเวที พรีเมียร์ลีก (แพ้ 1) ซึ่งนับจากผู้จัดการทีมทั้งหมดที่เผชิญหน้ากับ "หงส์แดง" อย่างน้อย 5 เกมในบ้าน ผู้จัดการทีมชาวอิตาเลี่ยนมีอัตราการชนะมากที่สุดในลีกสูงสุด อังกฤษ (80 %)

นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่กลับมาเจอกันนับตั้งแต่ที่ "แตนอาละวาด" สยบ ลิเวอร์พูล 3-0 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2020 โดยหยุดสถิติไม่แพ้ใครในลีกของ "เร้ด แมชชีน" 44 นัด รวมถึงยุติเก็บชัยติดต่อกันในลีก 18 เกม

ซาดิโอ มาเน่ ทำสกอร์ไปแล้ว 99 ตุงในศึก พรีเมียร์ลีก และขออีก 1 ประตูก็จะเป็นแข้งแอฟริกันคนที่ 3 ที่สอยตาข่ายแตะหลัก 100 ประตูต่อจาก ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นอกจากนี้ ดาวเตะเซเนกัล เตรียมจะเป็นผู้เล่นคนที่ 3 ที่ยิงครบ 100 ประตู ใน พรีเมียร์ลีก โดยที่ไม่มีลูกจุดโทษเลย ซึ่งก่อนหน้าเขามีแค่ 2 คนคือ เลส เฟอร์ดินานด์ (149 ลูก) และ เอมิล เฮสกีย์ (110 ลูก)

ใน 7 นัดล่าสุดทุกรายการที่ลงสนาม โม ซาลาห์ ทำประตูใส่คู่แข่งได้ทุกนัด ทว่าตลอดอาชีพการเล่น เขาไม่เคยยิงได้ 8 เกมติดต่อกันในการลงเล่นบน 5 ลีกใหญ่ยุโรป

"เลสเตอร์-แมนฯ ยูไนเต็ด"

เลสเตอร์ ซิตี้ รอคอยการเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในลีกติดต่อกัน 2 นัดเป็นครั้งแรก หลังจากก่อนหน้านี้พวกเขาบุกอัด "ปีศาจแดง" 2-1 ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 2-1 เมื่อเดือนพฤษภาคม

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เจอเรื่องปวดหัวสุด ๆ เมื่อ 2 เซนเตอร์แบ็กตัวหลักทั้ง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ ราฟาแอล วาราน มีอาการบาดเจ็บจนไม่สามารถลงยืนคู่กันได้ ถึงกระนั้น พลพรรค "เร้ด เดวิลส์" ยังตามล่าสถิติไร้พ่ายเกมนอกบ้านในลีกติดต่อกัน 30 นัด หลังจากก่อนหน้านี้ไม่แพ้ใครมาแล้ว 29 เกม(ชนะ 19 เสมอ 10) อีกทั้งพวกเขาไม่เสียประตูเกมลีกนอกบ้านเกิน 1 ประตูมาแล้ว 15 เกมติดต่อกัน ซึ่งเป็นสถิติต่อเนื่องที่ยาวนานที่สุด

เจมี่ วาร์ดี้ หัวหอกตัวเก๋าของ "เดอะ ฟ็อกซ์" ในวัย 34 ปีทำประตูติดต่อกันในลีกมาแล้ว 3 นัด ซึ่งมีแค่ แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์ (36 ปี 127 วัน) คนเดียวเท่านั้นที่เป็นผู้เล่นที่แก่ที่สุดที่ทำประตูในศึก พรีเมียร์ลีก ติดต่อกัน 4 เกม โดยเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2001 สมัยสวมสีเสื้อ ลิเวอร์พูล

เจสซี่ย์ ลินการ์ด จะได้ลงเล่นเกมนี้หรือไม่ ไม่มีใครทราบ แต่ที่แน่ ๆ สถิติการเจอกับ "จิ้งจอกสีน้ำเงิน" ของ JLingz ยอดเยี่ยมสุด ๆ เมื่อเจ้าตัวมีส่วนร่วมกับประตู 6 ลูกจาก 6 เกมลีกที่เจอกัน( 3 ประตู 3 แอสซิสต์) ซึ่งไม่มีทีมใดที่เขาจะมีส่วนร่วมกับประตูได้มากกว่านี้แล้ว (เท่ากับ อาร์เซน่อล)

"แมนฯ ซิตี้-เบิร์นลี่ย์"

แม้เกมลีกในบ้านนัดล่าสุด แมนฯ ซิตี้ จะทำได้แค่เสมอกับ เซาธ์แฮมป์ตัน 0-0 แต่พวกเขายังมีสถิติหนึ่งที่มีสิทธิ์ทำได้คือการจบเกมด้วยชัยชนะด้วยการยิงประตูได้ 5 ประตูหรือมากกว่านั้นเป็นนัดที่ 5 ติดต่อกัน ซึ่งหากทำได้ "เรือใบสีฟ้า" จะเป็นทีมแรกของลีก อังกฤษ ที่ทำสถิตินี้ได้ทันที

ในการเจอกับ เบิร์นลี่ย์ นั้น ริยาด มาห์เรซ ทำประตูได้ถึง 8 ลูกบนศึก พรีเมียร์ลีก มากที่สุดเหนือกว่าทีมอื่น ๆ ที่เขาทำได้ โดย 7 จาก 8 ประตู เขาทำได้ในสีเสื้อ"เรือใบสีฟ้า" รวมถึงซีซั่นก่อนดาวเตะแอลจีเรีย ซัดแฮตทริกใส่ได้มาแล้ว

ฌอน ไดซ์ มีโอกาสเป็นกุนซือคนที่สองที่สามารถบุกเอาชนะทีมที่เป็นแชมป์เก่าได้ถึง 3 ครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้เคยบุกสยบ เชลซี ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ตอนซีซั่น 2017/18 และเมื่อฤดูกาลก่อนที่ แอนฟิลด์ โดยผู้จัดการทีมคนแรกที่ทำได้คือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เอาชนะ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, อาร์เซน่อล และ แมนฯ ซิตี้

อย่างไรก็ดี เบิร์นลี่ย์ แพ้ แมนฯ ซิตี้ ติดต่อกันทุกรายการมาแล้วถึง 8 นัด ด้วยผลต่างประตู 30-1

"เบรนท์ฟอร์ด-เชลซี"

เชลซี เก็บชัยชนะยามที่ออกไปเล่นกับทีมเพื่อนร่วมเมืองมาแล้ว 6 นัดติดต่อกันบนเวที พรีเมียร์ลีก และจะเป็นทีมแรกของลีกฟุตบอล อังกฤษ ทันทีที่เอาชนะได้ 7 นัดติดต่อกัน หากคว้าชัยเหนือ เบรนท์ฟอร์ด ในเกมนี้

ถึงกระนั้น "เดอะ บีส์" เป็นสโมสรแรกในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ที่ไม่แพ้ใครในการเล่นเกม ลอนดอน ดาร์บี้ 3 นัดแรก หลังก่อนหน้านี้เอาชนะ อาร์เซน่อล และ เวสต์แฮม รวมถึงบุกเจ๊า คริสตัล พาเลซ ที่ เซลเฮิร์สท์ พาร์ค

"สิงห์บลูส์" มีผู้เล่นที่ทำประตูได้หลากหลายคน ซึ่งมากสุดใน พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ (12 คน) โดยมีแค่ อาร์เซน่อล ตอนซีซั่น 2009/10 เท่านั้นที่มีผู้เล่นมากหน้าหลายตาทำสกอร์ได้มากกว่าใน 7 นัดแรกของฤดูกาล (13 คน)

เบรนท์ฟอร์ด เอาชนะทีมที่รั้งจ่าฝูงของตารางได้ถึง 7 จาก 9 นัดบนลีกสูงสุด (แพ้ 2) ทว่าเป็นตัวเลขที่ถูกนับครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม ปี 1947 โดยที่พวกเขามีอัตราการเอาชนะผู้นำถึง 78% นับเป็นตัวเลขที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี

"นิวคาสเซิ่ล-สเปอร์ส"

นี่คือการลงสนามเกมแรก นับตั้งแต่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด สถาปนาตัวเองเป็นสโมสรฟุตบอลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก

5 จาก 6 ประตูที่ แฮร์รี่ เคน ทำได้ใส่ "สาลิกาดง" นั้น เกิดขึ้นที่สนาม เซนต์ เจมส์ พาร์ค โดยมีแค่ เลสเตอร์ ซิตี้ (8) กับ เอฟเวอร์ตัน (7) เท่านั้นที่หัวหอกทีมชาติอังกฤษ บุกยิงได้มากกว่า

อัลแล็ง แซงต์-มักซิแม็ง แนวรุกตัวพลิ้วของ "เดอะ แม็กพายส์" เป็นผู้เล่นที่เลี้ยงบอลมากที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้เป็นระยะทาง 1.95 กิโลเมตร ขณะเดียวกัน แข้งเลือดน้ำหอม ยังสร้างสรรค์โอกาสจากจังหวะการลำเลียงบอลมากที่สุด (11 ครั้ง)

สเปอร์ส แพ้แค่เกมเดียวจาก 18 เกมลีกที่เจอกับกลุ่มทีมโซนสีแดง (ชนะ 13 เสมอ 4) โดยความพ่ายแพ้ครั้งเดียวนั้นเกิดขึ้นในการเจอ นิวคาสเซิ่ล เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2019

เมื่อซีซั่นก่อน นิวคาสเซิ่ล รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ต่อ สเปอร์ส ในช่วงท้ายได้ทั้งสองเกม โดยประตูตีเสมอมาตอนนาที 90 และ 85 ทั้งสองนัด

"อาร์เซน่อล -คริสตัล พาเลซ"

สถิติที่น่าสนใจยามที่ อาร์เซน่อล ลงเตะในบ้านตัวเอง ค่ำคืน มันเดย์ ไนท์ คือการที่พวกเขาเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด 7 นัดหลังสุด โดยยิงได้ 15 ประตู และเสียแค่ 2 ลูกเท่านั้น

ปาทริค วิเอร่า กุนซือ คริสตัล พาเลซ จะเป็นคนที่ 4 ที่เคยเล่นให้กับ อาร์เซน่อล แล้วกลับมาคุมทีมเผชิญหน้าทีมเก่าในศึก พรีเมียร์ลีก ต่อจาก เดวิด โอเลียรี่ (ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 9), โทนี่ อดัมส์ (แพ้ 1) และ เรมี่ การ์ด (แพ้ 1)

"ดิ อีเกิ้ลส์" ไม่แพ้เกมลีกที่บ้านของ อาร์เซน่อล มาแล้ว 3 นัดติดต่อกัน (ชนะ 1 เสมอ 2) ทั้งที่16 นัดก่อนหน้านี้นั้น นับตั้งแต่ "ปืนใหญ่" ใช้สนาม ไฮบิวรี่ ตลอดจนถึง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม พวกเขากลับออกด้วยการรอดพ้นความพ่ายแพ้แค่ 3 นัดเท่านั้น (ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 13)

ก่อนที่จะเข้าสู่แมตช์เดย์ที่ 7 นี้ ไม่มีทีมใดที่เสียประตูช่วงครึ่งแรกไปมากกว่า อาร์เซน่อล อีกแล้ว (6 ประตู) ขณะเดียวกัน ไม่มีทีมไหนอีกเช่นกันที่ทำประตูได้น้อยกว่า พาเลซ ในช่วงครึ่งแรกอีกแล้ว (1 ประตู)

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »