ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » บุนเดสลีกา เยอรมัน » เลวาน-นาบรี้เบิ้ล!บาเยิร์นโชว์โหดบุกถลุงห้างยายึดคืนจ่าฝูง

เลวาน-นาบรี้เบิ้ล!บาเยิร์นโชว์โหดบุกถลุงห้างยายึดคืนจ่าฝูง

Posted 18/10/2021 by siamsport

เลวานดอฟสกี้ ควง นาบรี้ เหมาสองประตู ก่อนแบ่งอีกโควต้าให้ มุลเลอร์ พา "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค บุกถลุง "ห้างขายยา" เลเวอร์คูเซ่น เละคาบ้าน 5-1 เก็บสามแต้มที่ต้องการ แซง ดอร์ทมุนด์ ขึ้นนำจ่าฝูงอีกครั้ง ในศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564


บุนเดสลีกา เยอรมัน
วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564
เลเวอร์คูเซ่น 1-5 บาเยิร์น มิวนิค
 

สนาม : ไบ อารีน่า

       ฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน ประจำวันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564  เป็นบิ๊กแมตช์ลูกหนังเมืองเบียร์  "ห้างขายยา" เลเวอร์คูเซ่น ทีมอันดับสามของตาราง ลงเล่น 7 นัดมี 16 คะแนน พบกับ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ทีมอันดับสอง ที่ลงเล่น 7 นัดมี16 คะแนนเท่ากัน แต่ลูกได้เสียดีกว่าเจ้าถิ่น

    เคราร์โด้ เซโอเน่ กุนซือห้างยา มาในระบบ 4-2-3-1 เซโอเน่ จะปรับจุดเดียว แบ็กซ้ายส่ง มิทเชลล์ บัคเกอร์ ลงแทน ปิเอโร่ อินกาปี สภาพร่ายกายไม่น่าพร้อม

         ฝั่ง "เสือใต้" ของ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ มาชุดหลักไม่ปรับทัพมากนัก นำทัพมาโดย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ยืนเป็นหัวหอกเป้าเช่นเดิม

     เริ่มเกมมา 3 นาที เป็นแฟนเสือใต้ ได้เฮกันก่อนอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ฟรีคิก โยชัว คิมมิช วางบอลยาวเข้าไปในกรอบเขตโทษ บอลถึง แซร์จ นาบรี้ แปบอลจังหวะเดียวไปหน้าประตูให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ไขว้ยิงอย่างเหนือชั้นส่งบอลตุงตาข่ายเป็นประตูที่ 8 ในลีกของหัวหอกโปแลนด์ จี้หลัง ฮาแลนด์ ประตูเดียว บาเยิร์น มิวนิค บุกนำห้างยา 1-0

    นาทีที่ 19 ทีมเยือนทำได้ดีกว่า แล้วก็มีโอกาสลุ้นได้ประตูเพิ่ม เมื่อ  ลีรอย ซาเน่ ได้โอกาสกดยิงด้วยเท้าซ้ายนอกกรอบเต็มข้อ บอลพุ่งผ่าน ลูคัส ราเดชกี้ ไปแล้ว แต่บอลไปชนเสาสองเต็มๆ เลเวอร์คูเซ่น รอดเสียที่สองหวุดหวิด

    10 นาทีต่อมา เลเวอร์คูเซ่น มีลุ้นบ้าง เมื่อได้ลูกเตะมุม  เคเรม เดเมียร์บาย เปิดโค้งไปที่หน้าประตู โยนาธาน ทาห์ ได้เติมขึ้นมาโขก แต่บอลโด่งไปเยอะ

    แต่แล้วนาทีที่ 30 แฟนๆ เสือใต้ ได้เฮอีกจนได้ เมื่อพาบอลสวนขึ้นมาในกรอบเขตโทษ  ลีรอย ซาเน่ แปะบอลให้ อัลฟองโซ่ เดวิส ลุยเข้าในกรอบเขตโทษ ก่อนบอลไปเข้าทาง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ จิ้มบอลผ่านมือ  ลูคัส ราเดชกี้ ไม่เหลือ ซัดประตูที่ 9 ในลีกทาบผู้นำอย่าง ฮาแลนด์ เรียบร้อย แถมเปลี่ยนสกอร์ให้ บาเยิร์น มิวนิค บุกนำห้างยา 2-0

    นาทีที 34 เจ้าถิ่นเหมือนกำลังมึน มาเสียประตูเพิ่มอีก เมื่อ เสือใต้ ได้ลูกเตะมุม บอลมาถึง นิคลาส ซือเล่ ในกรอบเขตโทษ ก่อนหาช่องยิงจนเจอ กดยิงเต็มข้อ บอลไปแฉลบ โธมัส มุลเลอร์ เปลี่ยนทางเข้าประตู บาเยิร์น มิวนิค บุกนำห่าง 3-0

    จากนั้น ห้างยา ช็อกเพิ่มไปอีก แค่นาทีที่ 35 เท่านั้น หลังเขี่ยบอลปุ๊ป เลเวอร์คูเซ่น ไปเสียบอลง่าย ถูกทีมเสือใต้ แย่ง ก่อน  โธมัส มุลเลอร์ ได้เปิดบอลจากริมสนามฝั่งซ้าย ให้ แซร์จ นาบรี้ ทัชอินอย่างสวย ส่งบอลเข้าประตูไปอย่างยอกเยี่ยมพร้อมสกอร์เหมือนช็อตไฟฟ้าใส่แฟนเจ้าถิ่น 4-0

    จากนั้นนาทีที่ 38 เจ้าถิ่นยิ่งเล่นยิ่งเละ ยืนหลวมมาก โดน แซร์จ นาบรี้ เล่นชิ่งกับ เลออน โกเร็ตซ์ก้า หลุดเข้าไปยิงจ่อๆผ่านมือ ลูคัส ราเดชกี้ เข้าไปง่ายๆ กลายเป็น บาเยิร์น มิวนิค บุกมายำใหญ่ นำห่างถึง 5-0

    ช่วงเวลาที่เหลือทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ หมดครึ่งแรกจึงเป็น บาเยิร์น มิวนิค บุกมานำ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยสกอร์สุดเหลือเชื่อ 5-0

    เริ่มครึ่งหลังนาทีที่ 55 แฟนๆเจ้าถิ่นได้เฮบ้าง เมื่อ โฟลเรียน เวียร์ทซ์ จ่ายบอลทะลุช่องอย่างสวยให้ พาทริค ชิค หลุดเข้าไปกดยิงมุมแคบบอลผ่าน มานูเอล นอยเออร์ ชนเสาสองเข้าประตู ให้ เลเวอร์คูเซ่น ตีไข่แตกไล่มา 1-5

    นาทีที่ 63 บาเยิร์น มิวนิค มาบ้าง เมื่อได้ฟรีคิกทางฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ ลีรอย ซาเน่ หยอดไปที่เสาสองให้ นิคลาส ซือเล่ โหม่งตั้งย้อนทางมาอีกเสา แต่  โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โดดไม่ถึง เลยอดโหม่งทำแฮตทริกให้ตัวเอง

    ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ หมดเวลาจึงเป็น บาเยิร์น มิวนิค บุกถล่ม เลเวอร์คูเซ่น เละคาถิ่น 5-1 เก็บสามแต้มที่ต้องการ แซง ดอร์ทมุนด์ ขึ้นนำจ่าฝูงอีกครั้ง    

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

เลเวอร์คูเซ่น (4-2-3-1) : ลูคัส ราเดชกี้ - เฌเรมี่ ฟริมปง (คาริม เบลลาราบี้ น.65), โยนาธาน ทาห์, โอดิลอน คอสซูนู, มิทเชลล์ บัคเกอร์ - นาเดียม อามิรี่, เคเรม เดเมียร์บาย - เปาลินโญ่ (เอ็ดมอนด์ แทบโซบา น.46), โฟลเรียน เวียร์ทซ์ (พานาโจติส เรตซอส น.79), มุสซ่า ดิยาบี้ (อามีน อาดลี่ น.65) - พาทริค ชิค (ลูคัส อลาริโอ น.79)

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ - นิคลาส ซือเล่ (โอมาร์ ริชาร์ดส์ น.73), ดาโย่ต์ อูปาเมกาโน่, ลูกัส แอร์กน็องเดซ, อัลฟองโซ่ เดวิส - โยชัว คิมมิช, เลออน โกเร็ตซ์ก้า (มาร์เซล ซาบิตเซอร์ น.46) - แซร์จ นาบรี้, โธมัส มุลเลอร์ (คิงสลี่ย์ โกม็อง น.65), ลีรอย ซาเน่ - โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (จาเมล มูเซียล่า น.65)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »