ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » พรีเมียร์ลีก อังกฤษ » แดงเดือดมาแล้วจ้า! 6 ประเด็นร้อนก่อนเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 9

แดงเดือดมาแล้วจ้า! 6 ประเด็นร้อนก่อนเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 9

Posted 22/10/2021 by siamsport

แมตช์เดย์ที่ 9 ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีศึกใหญ่ที่หลายคนตั้งตารอ นั่นก็คือ "แดงเดือด" ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบกับ ลิเวอร์พูล แน่นอนว่าเรามีเกร็ด และประเด็นที่น่าสนใจมาฝากให้แฟน ๆ ติดตาม ส่วนคู่อื่น ๆ ก็ยังมีเช่นเคย ไปดูกันได้เลย

    "อาร์เซน่อล-แอสตัน วิลล่า"

    ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ศูนย์หน้ากัปตันทีม อาร์เซน่อล ทำประตูในลีกยามที่เล่นในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม มาแล้วสามนัดติดต่อกัน โดย 42 ประตูคือจำนวนที่แข้งทีมชาติกาบองยิงได้ที่สนามแห่งนี้ เป็นรองแค่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ย์ อดีตผู้นำ "เดอะ กันเนอร์ส" ที่ทำไว้ 46 ประตู

    9 เกมหลังที่ อาร์เซน่อล เจอกับ แอสตัน วิลล่า บนเวที พรีเมียร์ลีก ไม่มีเกมไหนเลยที่มีสกอร์เกิดขึ้นรวมกันต่ำกว่า 3 ประตู โดยมีแค่คู่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เท่านั้นที่ทำได้ยาวนานกว่าที่ 11 นัดติด

    "สิงห์ผยอง" เอาชนะ "ไอ้ปืนใหญ่" ในลีกมาแล้ว 3 เกมติดต่อกัน เทียบเท่ากับก่อนหน้านี้ 36 นัดที่เจอกัน(ชนะ 3 เสมอ 9 แพ้ 24) โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขาชนะ "เดอะ กันเนอร์ส" 4 เกมติดในลีกนั้นต้องย้อนไปเมื่อเดือนกันยายน ปี 1962 เลยทีเดียว

    โอลลี่ วัตกิ้นส์ ดาวยิงของทีมเยือนทำประตูใส่ อาร์เซน่อล ไปถึง 4 ลูกเมื่อซีซั่นก่อน โดยมาจากโอกาสยิงเข้ากรอบแค่ 5 ครั้งเท่านั้น

    "เชลซี-นอริช"


    โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือ เชลซี เจอเรื่องน่าปวดหัวเมื่อต้องมาเสียสองกองหน้าอย่าง โรเมลู ลูกากู และ ติโม แวร์เนอร์ ไปพร้อม ๆ กันในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางสัปดาห์    

    เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายดีกรีทีมชาติอังกฤษ ทำประตูในลีกให้กับต้นสังกัดมาแล้ว 3 นัดติดต่อกัน ทั้งที่ 26 นัดแรกภายใต้สีเสื้อ "สิงห์บลูส์" เขาทำได้แค่ 2 ลูกเท่านั้น

    สถิติการเจอกับ นอริช ของ เชลซี ถือว่าดีเอามาก ๆ เมื่อพวกเขาเอาชนะได้ถึง 10 นัดจากการพบกัน 12 เกมลีก(เสมอ 2) ซึ่งครั้งสุดท้ายที่พ่ายต่อ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" ต้องย้อนไปเมื่อเดือนธันวาคม ปี 1994

    นอริช มองหาการเก็บคลีนชีตติดต่อกัน 3 นัดบนศึก พรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2012 โดยครั้งนั้น เกมที่ 3 ที่พวกเขาไม่เสียประตูคือการเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมที่เป็นจ่าฝูง 1-0

    หลังจากเคยเอาชนะ เชลซี ในสองเกมแรกที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในปี 1992/93 และ 1993/94 นับจากนั้นเป็นต้นมา นอริช บุกเก็บแต้มที่นี่ได้แค่แต้มเดียวเท่านั้นจาก 7 เกมที่ยกพลบุกเยือน เดอะ บริดจ์ (เสมอ 1 แพ้ 6)

    "ไบรท์ตัน-แมนฯซิตี้"


    เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมคเกอร์ตัวกลั่นของ แมนฯ ซิตี้ เพิ่งทำประตูสองนัดติดต่อกันในลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2020 ซึ่งครั้งเดียวที่แข้งเบลเจี้ยน ทำประตูในลีกได้ 3 เกมติดเกิดขึ้นช่วงระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม ปี 2015

    เกมล่าสุดที่เจอกันเป็นเกมที่ ไบรท์ตัน หยุดสถิติเลวร้ายที่พ่ายต่อ ซิตี้ 7 นัดติดในลีกด้วยผลต่าง 2-21 โดยเป็นการพลิกชนะหลังจากที่ตามหลัง 0-2 กลับมาซิวชัย 3-2 เมื่อเดือนพฤษภาคม ซึ่งเกมนั้นแค่เกมเดียวเป็นเกมที่พวกเขาทำสกอร์ใส่ "เรือใบสีฟ้า" มากกว่าที่เจอกันก่อนหน้านั้น 8 นัดทุกรายการ

    ถึงกระนั้น แมนฯ ซิตี้ ยังไม่เคยแพ้ต่อ "เดอะ ซีกัลส์" 2 เกมติดต่อกันเลยสักครั้ง โดยทั้งหมดที่เจอกัน 22 เกมก่อนหน้านี้ พวกเขาปราชัยเพียง 4 เกม(ชนะ 14 เสมอ 4 แพ้ 4)

    "เบรนท์ฟอร์ด-เลสเตอร์"


    เจมี่ วาร์ดี้ ศูนย์หน้า เลสเตอร์ ทำประตูในลีกติดต่อกันมาแล้ว 4 เกมติด และหากเขาทำสกอร์ได้อีกในเกมนี้จะทำให้ วาร์ดี้ เป็นผู้เล่นคนที่ 8 ที่สามารถทำสถิติยิงต่อเนื่อง 5 เกมติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 ของอาชีพ ต่อจาก เซร์คิโอ อเกวโร่ (7), อลัน เชียเรอร์ (5), รุด ฟาน นิสเตลรอย (4) และมีอีก 4 คนที่ทำเท่ากัน 3 ครั้งคือ เธียร์รี่ อองรี, ร็อบบี้ คีน, ไมเคิ่ล โอเว่น และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ย์

    7 นัดหลังที่เจอกับ เลสเตอร์ นั้น เบรนท์ฟอร์ด ยังไม่สามารถเอาชนะได้เลยจากทุกรายการ (เสมอ 1 แพ้ 6) โดยครั้งล่าสุดที่ชนะคือต้องย้อนไปเมื่อเดือนมีนาคม ปี 1953 บนชัยชนะ 3-2 ในดิวิชั่น 2

    ทั้งสองเกมที่ "เดอะ บีส์" แพ้ในฤดูกาลนี้ เกิดจากการเล่นเกมในบ้านตัวเอง (ต่อ ไบรท์ตัน และ เชลซี) ขณะเดียวกัน 5 จาก 7 ประตูที่พวกเขาเสียใน พรีเมียร์ลีก ก็เกิดขึ้นในถิ่น เบรนท์ฟอร์ด คอมมิวนิตี้ สเตเดี้ยม

    นับตั้งแต่บุกเอาชนะ ฟูแล่ม กับ วูล์ฟส์ สองเกมติดได้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ "เดอะ ฟ็อกซ์" ก็ไม่สามารถเก็บคลีนชีตเกมนอกบ้านได้อีกเลยใน 11 เกมลีกหลังสุด ซึ่งเป็นสถิติที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2019 อย่างไรก็ดี ในจำนวนนัดเหล่านั้น เลสเตอร์ สามารถทำประตูได้ทุกเกมเช่นกัน

    "เวสต์แฮม-สเปอร์ส"


    ในการยกพลบุกถิ่น ลอนดอน สเตเดี้ยม นั้น ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ กำราบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ได้ถึง 3 จาก 4 เกม

    มิคาอิล อันโตนิโอ กองหน้าหุ่นหนาของ "เดอะ แฮมเมอร์ส" ทำประตูใส่ "ไก่เดือยทอง" ได้มากกว่าทีมอื่น ๆ ด้วยจำนวน 5 ประตู

    เมื่อฤดูกาลก่อน "ขุนค้อน" ไม่แพ้ "คลับไก่" เลยที่เจอกันในลีก (ชนะ 1 เสมอ 1) ถึงกระนั้น นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2006 พวกเขายังไม่สามารถไร้พ่ายต่อ สเปอร์ส 3 เกมติดต่อกันได้

    ส่วนการเล่นเกม ลอนดอน ดาร์บี้ ของ สเปอร์ส จนถึงตอนนี้พวกเขาแพ้มา 4 นัดติดกันเข้าให้แล้ว ซึ่งเทียบเท่ากับก่อนหน้านี้ 17 เกมรวมกัน (ชนะ 7 เสมอ 6) แต่ก็ยังดีกว่าช่วงเดือนมีนาคม ปี 2003 ถึงเดือนมกราคม ปี 2004 ที่ครั้งนั้น สเปอร์ส แพ้ต่อทีมเพื่อนร่วมเมืองถึง 6 นัดติด

    "แมนฯ ยูไนเต็ด-ลิเวอร์พูล"


    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด หายใจโล่งขึ้นเยอะหลังพาทีมพลิกเอาชนะ อตาลันต้า 3-2 มาได้ในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างไรก็ตาม สุดสัปดาห์ที่จะถึงยังมีเกมหนักรออยู่เมื่อต้องทำศึกแดงเดือดปะทะคู่รักคู่แค้นอย่าง ลิเวอร์พูล

    เมื่อซีซั่นก่อน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำประตูที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ใส่ "ปีศาจแดง" 3 ลูกจาก 2 เกมที่เจอกัน( 2 ประตูใน เอฟเอ คัพ และ 1 ประตูในลีก) และหากดาวยิงไอยคุปต์ ทำประตูได้อีกในเกมนี้จะทำให้เขาเป็นผู้เล่น "หงส์แดง" คนแรกที่ยิงที่โรงละครแห่งความฝัน 3 นัดติดต่อกัน

    ในแง่สถิติ แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะ ลิเวอร์พูล ได้แค่นัดเดียวจากทั้งหมด 10 เกมหลังใน พรีเมียร์ลีก (เสมอ 6 แพ้ 3) ซึ่งปีก่อนก็แพ้ไป 2-4

    ถึงตอนนี้ จากทั้ง 4 ลีกสูงสุดของเมืองผู้ดี ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่ไม่แพ้ใครนานที่สุดด้วยจำนวน 18 นัด นอกจากนี้ พวกเขาทำประตูใส่คู่แข่งในลีกอย่างน้อย 3 ลูกในการออกไปเยือนมาแล้ว 5 นัด (17 ประตู) ซึ่งมีแค่ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อฤดูก่อนก่อนที่ทำสถิตินี้นานที่สุดด้วยจำนวน 6 เกม

    บนเวที พรีเมียร์ลีก มีแค่ เวย์น รูนี่ย์ เท่านั้นที่ทำประตูใส่ ลิเวอร์พูล ในสีเสื้ออสูรแดงได้มากกว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด โดยอดีตแข้งรุ่นพี่ทำไป 6 ลูก ขณะที่รุ่นน้องทำไป 4 ประตู

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
  • หงส์ห้ามประมาท! บาร์นส์ชี้ชัดความต่างระหว่างลิเวอร์พูล-แมนยู
    จอห์น บาร์นส์ อดีตยอดดาวเตะของ ลิเวอร์พูล ระบุ ตอนนี้ ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ยูไนเต็ด มีความแตกต่างกันอย่างมากในด้านความคงเส้นคงวา พร้อมบอกว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ "ปีศาจแดง" ไม่ได้วางแท็กติกในการเจอทีมใหญ่ต่างไปจากตอนดวลกับทีมในระดับอื่นเลย แต่เป็นลูกทีมของเขาต่างหากที่บางครั้งจะยกระดับการเล่นขึ้นมาจนช่วย โซลชา เอาไว้ได้
  • ลิเวอร์พูลลมใส่!มีแววขาดซาลาห์-มาเน่รับใช้ชาติยาวแปดเกม
    "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล หนีไม่พ้นโดนโปรแกรมทีมชาติเล่นงานอีกจนได้เมื่อมีรายงานข่าวเผยว่าอาจปราศจากสามสตาร์แอฟริกันทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ , ซาดิโอ มาเน่ และ นาบี เกอิต้า ไปนานถึงแปดนัดจากที่ทั้งหมดต้องบินกลับไปฟาดแข้งฟุตบอล แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ช่วงต้นปี
  • งบฉุกเฉิน 70 ล้านปอนด์ควรซื้อใคร?เปิด 3 แข้งที่ โซลชา ซื้อเสริมทัพ ม.ค.
    จากกรณีที่มีการเปิดเผยว่าบอร์ดบริหารแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมที่จะมอบงบฉุกเฉินให้กับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ประมาณ 70 ล้านปอนด์ (ราว 3,080 ล้านบาท) เพื่อใช้เสริมทัพในช่วงตลาดนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคมที่จะถึงนี้ งานนี้ถือว่าน่าสนใจมากๆ ว่า "น้าลูกอม" จะใช้งบดังกล่าวเพื่อซื้อใครมาร่วมทัพ
  • ลิเวอร์พูลโดนแน่!เวนเกอร์ชี้ทางแมนยูเฮต่อเกมแดงเดือด
    อาร์แซน เวนเกอร์ อดีตผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล ชี้ช่องการวางหมากเด็ดให้ แมนฯ ยูไนเต็ด นำไปใช้เผด็จศึก ลิเวอร์พูล ในเกมแดงเดือดพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้แล้ว และมั่นใจว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือทีม ผีแดง ก็น่าจะรู้ดีเช่นกัน

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »