ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » ลาลีกา สเปน » อลาบาซัดสุดงาม-กุนเปิดซิง! มาดริดเฮเอลกลาซิโก บุกทุบบาร์ซ่าแซงยืดฝูง

อลาบาซัดสุดงาม-กุนเปิดซิง! มาดริดเฮเอลกลาซิโก บุกทุบบาร์ซ่าแซงยืดฝูง

Posted 25/10/2021 by siamsport

ศึกเอล กลาซิโก นัดแรกของฤดูกาลจบลงด้วยชัยชนะของ เรอัล มาดริด ที่บุกมากำราบ บาร์เซโลน่า ได้ถึงคัมป์นู 2-1 โดยได้ประตูจาก ดาวิด อลาบา และ ลูคัส บาสเกซ ส่วนเจ้าถิ่นได้ประตูตีไข่แตกจาก เซร์คิโอ อเกวโร่ ส่งผลให้ "ราชันชุดขาว" ขยับขึ้นไปรั้งจ่าฝูงได้สำเร็จ

    ศึกลา ลีกา สเปน คู่บิ๊กแมตช์ "เอล กลาซิโก้" ประจำวันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 ที่สนามคัมป์ นู ระหว่าง บาร์เซโลน่า ทีมอันดับ 7 พบ เรอัล มาดริด ทีมอันดับ 3 ของตาราง

    บาร์เซโลน่า ของกุนซือ โรนัลด์ คูมัน เกมนี้ไม่มีปัญหาการจัดทัพเพิ่มเติมแนวรุกส่ง อันซู ฟาติ ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงประสานงานร่วมกับ เมมฟิส เดอปาย และ แซร์จินโญ่ เดสต์

    ส่วน เรอัล มาดริด ของ คาร์โล อันเชล็อตติ จัดทัพเต็มสูบเช่นกัน 3 ประสานใช้คู่หูบราซิเลียนทั้ง โรดรีโก้ และ วินิซิอุส จูเนียร์ ทำเกมริมเส้นสองฝั่งโดยมี คาริม เบนเซม่า เป็นหัวหอกตัวเป้า

    ครึ่งแรกเปิดฉากมาเป็น บาร์เซโลน่า เจ้าถิ่น ที่ครองบอลบุกใส่ได้มากกว่า ส่วน เรอัล มาดริด มาเน้นตั้งรับรอจังหวะสวนกลับ โดยเกมผ่าน 10 นาทีแรกทั้งสองทีมยังไม่มีโอกาสจบสกอร์แม้แต่ครั้งเดียว

    หลังจากนั้น "ราชันชุดขาว" เริ่มตั้งเกมของตัวเองได้มีโอกาสขึงบุกใส่พักใหญ่ และมาได้ลุ้นจุดโทษ ในนาทีที่ 20 จากจังหวะที่ วินิซิอุส จูเนียร์ กระชากเข้าเขตโทษก่อนจะโดน ออสการ์ มินเกซ่า กระแทกล้มลงไปแต่ผู้ตัดสินไม่ได้ว่าอะไร

    เกมเปิดหน้าแลกกันมากขึ้น นาที 25 บาร์ซ่า ได้โอกาสทองเมื่อ เมมฟิส เดอปาย ไหลถวายพานให้ แซร์จินโญ่ เดรสต์ มีเวลาได้ซัดด้วยขวาโล่งๆแต่กลับยิงข้ามคานไปแบบเหลือชื่อ

    เจ้าถิ่นครองบอลได้เหนือกว่าชัดเจน แต่มาโดนทีเด็ดจากจังหวะสวนกลับของ เรอัล มาดริด ที่บุกมานำก่อน 1-0 ในนาทีที่ 32 โรดรีโก้ ไหลบอลให้ ดาวิด อลาบา หลุดมาในเขตโทษแล้วตั้งป้อมกดด้วยซ้ายส่งบอลเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม

    ท้ายครึ่งแรก นาที 45 บาร์ซ่า เกือบตามตีเสมอจากจังหวะที่ จอร์ดี้ อัลบา หลุดมาถึงสุดเส้นหลังทางฝั่งซ้ายแล้วปาดเรียดเข้าเขตโทษให้ อันซู ฟาติ แต่งเข้าขวาแล้วกดเน้นๆแต่ไปติดบล็อกของ ดาวิด อลาบา แบบหวุดหวิด

    ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไมได้ จบครึ่งแรก เรอัล มาดริด บุกมานำ บาร์เซโลน่า 1-0

    ครึ่งหลัง บาร์ซ่า แก้เกมด้วยการส่ง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ลงมาเล่นแทน ออสการ์ มินเกซ่า นาที 49 ได้โอกาสทักทายก่อน เมมฟิส เดอปาย หลุดไปถึงสุดเส้นหลังแล้วเปิดเรียดมาที่เสาแรกให้ อันซู ฟาติ วางเท้าแปด้วยซ้ายบอลเฉียดเสาแรกออกไปแบบหวุดหวิด

    มาดริด สวนกลับขึ้นมาบ้าง นาที 55 แฟร็กล้องด์ เมนดี้ ลากมากดด้วยซ้ายหน้าเขตโทษบอลยังพุ่งไปตรงตัวของ มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเก้น รับไว้ได้

    ทีมเยือนลุ้นต่อเนื่อง ในนาทีที่ 62 คาริม เบนเซม่า ได้โอกาสวอลเลย์ด้วยขวาในเขตโทษแต่บอลพุ่งไปตรงตัวของ สเตเก้น รับเข้าซอง

    เกมของ บาร์ซ่า ช็อตไปดื้อๆครองบอลบุกใส่มากกว่าแต่มีปัญหาเรื่องจังหวะสุดท้าย นาที 73 แซร์จินโญ่ เดรสต์ ลากตัดเข้าในแล้วปั่นด้วยซ้ายบอลข้ามคานไปนิดเดียว

    โรนัลด์ คูมัน อยู่เฉยไม่ได้ปรับหมากส่ง เซร์คิโอ อเกวโร่ ลงมาเล่นแทน อันซู ฟาติ ในนาทีที่ 74 ก่อนที่ นาทีที่ 85 เจ้าถิ่นได้ลุ้นตีเสมออีกครั้งเมื่อ เมมฟิส เดอปาย เปิดบอลจากกราบซ้ายเข้าเขตโทษให้ เซร์คิโอ เกวโร่ ขึ้นโหม่งแต่บอลยังข้ามคาน

    เรอัล มาดริด ต้องเจอข่าวร้ายบ้าง ในนาทีที่ 87 เมื่อ วินิซิอุส จูเนียร์ มีอาการบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหวแล้วเป็น มาร์โก อเซนซิโอ ที่ถูกส่งลงมาแทน

    แต่กระนั้นช่วงท้ายเกมทดเวลาบาดเจ็บ นาที 90+4 มาดริด นำห่างเป็น 2-0 จากจังหวะสวนกลับ มาร์โก อเซนซิโอ

    อย่างไรก็ตามช่วงทดเจ็บนาที 90+7 บาร์ซ่า ไม่ยอมง่ายๆเมื่อ แซร์จินโญ่ เดรสต์ เปิดยัดเข้าเขตโทษให้ เซร์คิโอ อกเวโร่ ได้สอดมาซัดโล่งๆให้เจ้าถิ่นไล่มาเป็น 1-2

    แต่สุดท้ายไล่ไม่ทันทำให้จบเกม เรอัล มาดริด บุกชนะ บาร์เซโลน่า 2-1 ขยับขึ้นไปรั้งจ่าฝูงได้สำเร็จ

   

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเก้น - ออสการ์ มินเกซ่า (ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.46), เอริก การ์เซีย, เคราร์ด ปีเก้, จอร์ดี้ อัลบา - แฟร้งกี้ เดอ ยอง (แซร์จี้ โรแบร์โต้ น.77), เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, ปาโบล กาบี (ลุค เดอยอง น.77) - แซร์จินโญ่ เดรสต์, อันซู ฟาติ (เซร์คิโอ อเกวโร่ น.74), เมมฟิส เดปาย

เรอัล มาดริด (4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ - ลูคัส บาสเกซ, เอแดร์ มิลเตา, ดาวิด อลาบา, แฟร็กล้องด์ เมนดี้ - โทนี่ โครส, กาเซมิโร่, ลูก้า โมดริช - โรดรีโก้ (เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ น.72), คาริม เบนเซม่า, วินิซิอุส จูเนียร์ส (มาร์โก อเซนซิโอ น.87)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »