ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » พรีเมียร์ลีก อังกฤษ » ผีเละเทะ, ซาลาห์ เวิลด์คลาส! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล บุกถล่ม แมนยู คาบ้าน

ผีเละเทะ, ซาลาห์ เวิลด์คลาส! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล บุกถล่ม แมนยู คาบ้าน

Posted 25/10/2021 by siamsport

ลิเวอร์พูล สร้างผลงานได้อย่างสุดยอดในการทำศึก "แดงเดือด" บุกถล่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยับเยิน 5-0 ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา
    
สำหรับผู้เล่นที่ต้องบอกว่าโดดเด่นที่สุดในแมตช์นี้คงหนีไม่พ้น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เพราะทำแฮตทริกได้ด้วย และยังสร้างประวัติศาสตร์ทั้งในระดับสโมสรกับ "หงส์แดง" และระดับกาฬทวีปด้วย

ย้อนไปดูฝั่งเจ้าบ้านต้องบอกเลยว่าแพ้ยับเยินที่สุดให้กับคู่อริตลอดกาลใน "โรงละครแห่งความฝัน" และตอนนี้ดูเหมือนอนาคตของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คงจะสั่นคลอนเลยทีเดียว คิดดูก็แล้วกันขนาด เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน ที่เข้ามานั่งชมเกมในสนามยังสีหน้าบอกบุญไม่รับ แล้วงานนี้ "น้าลูกอม" จะเหลืออะไร !!

1. "บังโม" ราชันแห่งแอนฟิลด์

 ผลงานของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ร้อนแรงหยุดไม่อยู่แล้วจริงๆ หลังเกมล่าสุดเจ้าตัวระเบิดแฮตทริกนำ ลิเวอร์พูล บุกถล่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยับเยิน 5-0 เกม "แดงเดือด" เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ฟอร์มของ "บังโม" ทำให้เขากลายเป็นนักเตะคนแรกของสโมสรที่สามารถบุกมายิงประตูในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นอกจากนี้สามประตูของเจ้าตัวยังทำให้เขากลายเป็นตำนานบทใหม่ของแข้งจากกาฬทวีป

ยังไม่หมดแค่นั้น ซาลาห์ เป็นนักเตะคนแรกที่บุกมาซัด 3 ประตูที่บ้านของ "ปีศาจแดง" ในรอบ 18 ปี โดยคนแรก็คือ โรนัลโด้ ตำนานบราซิลที่นำ เรอัล มาดริด บุกสอยแมนฯ ยูฯ ในเดือนเมษายน 2003 ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก

ตอนนี้ ซาลาห์ ซัดไปแล้ว 107 ประตูในลีกทำให้ตอนนี้เขายิงประตูนักเตะจากทวีปแอฟริกาที่ยิงในพรีเมียร์ลีกมากที่สุด แซงหน้า ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา ตำนานทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ และเชลซี (104 ประตู) ไปเรียบร้อยแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น กองหน้าชาวอียิปต์ ตะบันประตูในลีกไปแล้ว 10 ลูกติดต่อกัน ทำให้เขาสอยประตูในลีกไปแล้ว 15 ประตูจาก 12 เกมในทุกรายการ และดูเหมือนฟอร์มของเขากำลังร้อนแรงเกินจะหยุดได้แล้ว

ฉะนั้นฟอร์มของ ซาลาห์ ในเวลานี้น่าจะทำให้บอร์ดบริหารรู้แล้วว่าพวกเขาควรจะมอบสัญญาฉบับใหม่ให้กับ "บังโม" แม้จะต้องยอมจ่ายค่าเหนื่อยทะลุเพดานสโมสร ก็ต้องยอมแล้วจริงๆ

2. แมนยูแพ้ "แดงเดือด" ในบ้านเละสุด

ก่อนเกมนี้ไม่มีใครเชื่อว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องพ่ายแพ้ด้วยสกอร์ที่เละเทะขนาดนี้ โดยเฉพาะการเล่นใน "โรงละครแห่งความฝัน" เพราะผลงานของ "ผีแดง" เวลาที่ปะทะกับคู่อริตลอดกาลมักจะเล่นได้ดีเสมอ

จริงๆ แล้ว แมนฯ ยูฯ ทำได้ดีในช่วงต้นเกมและมีโอกาสจะเปิดแผล "หงส์แดง" ก่อนจากจังหวะของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส แต่เจ้าตัวดันตะบันออกไปไกล จะว่าไปแล้วนี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนจริงๆ เพราะหากลูกนี้เข้าประตู เกมอาจจะพลิกมาอยู่ที่ฝั่งเจ้าบ้าน

เมื่อไม่ได้ประตูสุดท้ายกลายเป็น "เดอะ เร้ดส์" ที่สามารถกลับมาตั้งสมาธิและจัดการครองเกมได้ตลอด กอปรกับเกมรับ "ผีแดง" เล่นผิดพลาดส่งผลให้ต้องโดนสั่งสอนตั้งแต่ครึ่งแรกทำใหสกอร์โดนนำขาด 4-0 ซึ่งเป็นครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์สโมสรที่ตามหลังคู่แข่งในช่วง 45 นาทีแรกขนาดนี้

ยังไม่หมดแค่นั้นช่วงครึ่งหลังยังโดนเจาะอีกลูก แถม ปอล ป็อกบา ยังโดนไล่ออกทั้งๆ ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมาไม่ถึง 15 นาที บทสรุปสุดท้าย แมนฯยูฯ ยับเยิน 5-0 ให้กับคู่อริตลอดกาล

ความพ่ายแพ้ยับเยินต่อ ลิเวอร์พูล มากที่สุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 1895 โดย "หงส์แดง" ถลุงพวกเขา 7-1 ที่สนามแอนฟิลด์ แต่สกอร์ในแมตช์นี้เป็นการพ่ายแพ้เยอะที่สุดของสโมสรที่มีต่อ "เดอะ เร้ดส์" กับการเล่นในบ้านตัวเอง !!!

3. เกอิต้า ผลงานโดดเด่น

นาบี เกอิต้า โดนวิจารณ์อย่างหนักในเกมที่ ลิเวอร์พูล บุกชนะ "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด เพราะถึงนักเตะจะซัดประตูสุดสวยได้ก็ตาม แต่เขามีส่วนต่อความผิดพลาดจนทำให้ทีมเสีย 2 ประตู ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก

สำหรับแมตช์ "แดงเดือด" เชื่อว่า ฟาบินโญ่ คงได้ลงทำหน้าที่ร่วมกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ เจมส์ มิลเนอร์ แต่ดันเกิดดวงแตกได้รับบาดเจ็บส่งผลให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องเลือกใช้งาน เกอิต้า ซึ่งงานนี้บอกเลยว่าสาวก "เดอะ ค็อป" เสียวสันหลังแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เกอิต้า กลับเล่นได้อย่างโดดเด่นเกินความคาดหมายทั้งซัดประตูเบิกร่องให้ทีมขึ้นนำและยังมีส่วนช่วยให้ทีมได้เพิ่มอีกสองประตู งานนี้บอกเลยว่า 45 นาทีแรก ดาวเตะชาวกีนี เล่นได้เหนือชั้นที่สุดนับตั้งแต่สวมชุด "หงส์แดง"

ผลงานของ เกอิต้า กำลังดีวันดีคืนแต่น่าเสียดายที่การเข้าบอลแบบโฉ่งฉ่างของ ป็อกบา ส่งผลให้เขาได้รับบาดเจ็บหนัก และตอนนี้เชื่อว่า คล็อปป์ คงต้องลุ้นว่านักเตะจะเจ็บหนักมากแค่ไหน

ฤดูกาลที่แล้วพวกเขามีปัญหาผู้เล่นเกมรับได้รับบาดเจ็บยกแผง สำหรับซีซั่นนี้ "หงส์แดง" ต้องมาเจอวิบากกรรมเนื่องจากแดนกลางของทีมมีนักเตะเจ็บเยอะ สงสัย คล็อปป์ ต้องไปสะเดาะเคราะห์กันบ้างแล้ว

4. แนวรับแมนยูสุดเปื่อย

หนึ่งในปัญหาที่แมนฯ ยูไนเต็ด ยังแก้ไม่หายก็คือเกมรับที่ย่ำแย่เหลือเกิน จริงๆ แล้วเรื่องนี้พวกเขาเป็นมานานแล้ว แต่สามารถรอดตายได้เนื่องจากมีเกมรุกที่ดุดัน และช่วยพลิกสถานการณ์จนทำให้ทีมคว้าชัยชนะ

อย่างในเกมกับ บียาร์เรอัล และ อตาลันตา เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าแนวรับของทีมคือจุดบอดอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น แฮร์รี่ แม็กไกวร์ หรือ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ไม่สามารถพึ่งพาได้เลย แต่ด้วยความที่มีเกมรุกจัดจ้านส่งผลให้ทีมสามารถกลบความเปื่อยยุ่ยของกองหลังได้หมด

จริงๆ แล้วทุกอย่างมันรอแค่เวลาโป๊ะแตกเท่านั้น แต่ที่เฮงก็คือดันมาบรรลัยในเกม "แดงเดือด" งานนี้บอกเลยเกมรับของทีมโดยเฉพาะ แม็กไกวร์ กับ ลุค ชอว์ ต้องรับผิดชอบแบบเต็มๆ ยิ่งในรายของแบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษ มีส่วนอย่างมากในการเสียประตูของทีม

ผลงานของ ชอว์ ในแมตช์นี้บอกเลยว่าต่ำกว่ามาตรฐานสุดๆ และต้องมาประกบ ซาลาห์ ที่ฟอร์มฮอตเกินห้ามใจ งานนี้ก็เลยเละเทะไม่เป็นท่า ขณะที่ กัปตันทีม "ผีแดง" ยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้สมกับคำว่า "กองหลังแพงสุดในโลก" ซะที

สำหรับ อารอน วาน-บิสซาก้า กับ ลินเดอเลิฟ ก็ไม่ได้เล่นโดดเด่นอะไรมากนัก เพราะรายแรกก็ไม่สามารถรับมือกับ ดีโอโก้ โชต้า ที่เล่นได้วูบวามและพาทัวร์ตลอด ส่วนรายหลังทั้งเชื่องช้าและโฉ่งฉ่าง นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะต้องไปนั่งสำรองหาก ราฟาแอล วาราน ฟิตสมบูรณ์

5. อนาคตโซลชาอยู่บนเส้นด้าย

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวจากหลายสำนักที่ระบุว่าบอร์ดบริหาร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงไว้วางใจให้ โซลชา ทำหน้าที่ก่อร่างสร้างทีม "ผีแดง" ต่อไป เพราะเชื่อมั่นว่านี่คือ "คนที่ใช่" ที่จะนำสโมสรกลับสู่ความยิ่งใหญ่
   
ยิ่งในแมตช์แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่นำ แมนฯ ยูไนเต็ด โชว์สปิริตนักสู้พลิกนรกกลับมาชนะ อตาลันตา อย่างสุดยอด ทำให้สาวก "เร้ด อาร์มี่" มั่นคงมั่นใจว่า "น้าลูกอม" สามารถเรียกจิตวิญญาณปีศาจแดง กลับมาสู่ทีมเฉกเช่นสมัยที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน กุมบังเหียน

สำหรับตอนนี้เชื่อว่าทุกอย่างคงไม่ใช่แบบนั้นอีกแล้ว !! สกอร์ที่แพ้เละเทะต่อหน้าแฟนบอลตัวเองใน "โรงละครแห่งความฝัน" กับสโมสรที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่อริตลอดกาล มันทำให้สถานการณ์ทุกอย่างเปลี่ยนไปทันที

การแพ้ 5-0 แถมรูปเกมก็เป็นรองแบบบอลคนละชั้น ซึ่งจะอ้างว่าเหลือผู้เล่น 10 คนก็ไม่ได้ เพราะผลงานของ ลิเวอร์พูล ข่มเจ้าบ้านแบบมิดด้ามก่อนที่ ป็อกบา จะโดนไล่ออกด้วยซ้ำ นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่น่าจะถึงเวลาที่ โซลชา จะต้องโดนพิพากษาแล้ว !!

ความเป็นฮีโร่ของแมนฯ ยูไนเต็ด, นักเตะที่ได้ชื่อว่าจงรักภักดีกับทีม, พร้อมเป็นตัวสำรองเพื่อสโมสร และเจ้าของฉายา "ซูเปอร์ซับตลอดกาล" ยังคงอยู่ในใจ "เด็กผี" ทุกคน แต่ในสถานะกุนซือคงถึงเวลาที่ต้องยุติบทบาทซะที

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
  • ซาลาห์สุดติ่ง!เกอิต้าโคตรเด็ด!ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมบุกขยี้แมนยูเละคาโรงละคร
    "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล คว้าชัยชนะเกมแดงเดือดที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้แบบสุดอลังการ หลังกระซวกโหด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขาดลอย 5-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ ด้วยฟอร์มการเล่นสุดเหนือชั้น และข่มใส่ "ปีศาจแดง" ตั้งแต่นาทีแรกยันนาทีสุดท้าย ซึ่งแน่นอนว่า พระเอกของเกมนี้หนีไม่พ้น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่กดแฮตทริก + 1 แอสซิสต์ แต่ต้องบอกเลยว่า นาบี เกอิต้า เป็นอีกคนที่เล่นได้ดีมาก และสมควรได้รับคำชื่นชมพอๆ กับ "บังโม" และนี่คือผลสอบของลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่ละคนในแมตช์นี้ ซึ่งถือเป็นเกมที่ได้คะแนนสูงหลายคนเลยทีเดียว
  • แดงเดือดไล่ป็อกบา! ซาลาห์3ตุง-ลิเวอร์พูลบุกยำแมนยูเละทำโซลชาไร้เงาหัว
    ประหยัดไฟเบอร์ห้า แมนฯ ยูไนเต็ด กลับคืนสู่ฟอร์มน่าอนาถอีกครั้ง แถมงวดนี้อาการโคม่าหนักสุดเมื่อโดน ลิเวอร์พูล บุกมาหยามถึงถิ่น และเสียประตูง่ายเป็นเข่งตามเคยก่อนแพ้คู่ปรับตลอดกาลไปแบบขาดลอย 5-0 เป็นแฮททริคของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แถม ปอล ป็อกบา ตัวสำรองเจ้าบ้านได้ใบแดงตั้งแต่ต้นครึ่งหลังอีกด้วยจากการฟาดแข้งฟุตบอล พรีเมียร์ลีก นัดบิ๊กแม็ตช์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค. ส่งผลให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ อสูรแดง มีแววใกล้โดนปลดเต็มแก่แล้วเนื่องจากคุมทีมรั้งอันดับเจ็ด ขณะที่ เร้ด แมชีน กลับไปเป็นรองจ่าฝูง ตามหลัง แมนฯ ซิตี้ แต้มเดียว
  • แดงเดือดออกหน้าไหน?มาร์คมองเสมอ-โอเว่นเห็นต่างแถมชี้คนยิง
    สองกูรูเมืองผู้ดีฟันธง พรีเมียร์ลีก วีกนี้ โดยเฉพาะคู่เอกเกมแดงเดือด มาร์ค ลอว์เรนสัน มองเสมอ แต่ ไมเคิ่ล โอเว่น เห็นต่าง แถมชี้ตัวอันตรายที่น่าจะมีสกอร์
  • แรชฟอร์ดชอบยิงหงส์,ซาลาห์ลุ้นทำสถิติ!เกร็ดน่ารู้ศึกแดงเดือด "แมนยู VS ลิเวอร์พูล"
    ศึกแดงเดือดครั้งที่ 208 กำลังจะระเบิดความมันส์ในคืนวันนี้ โดยเป็นเกม พรีเมียร์ลีก ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะได้เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับมือ ลิเวอร์พูล ทีมคู่ปรับตลอดกาล ที่ฤดูกาลนี้ยังไม่แพ้ใคร แม้ "ปีศาจแดง" ดูเป็นรองในเรื่องฟอร์มการเล่นระยะหลัง แต่เกมแห่งศักดิ์ศรีแบบนี้ ไม่ยอมกันง่ายๆ อยู่แล้ว และนี่คือเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าสนใจก่อนเกม

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »