ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » พรีเมียร์ลีก อังกฤษ » หงส์ข่มมิด,แรมส์เดลเต็มที่แล้ว! 7 ประเด็นร้อนหลังลิเวอร์พูลดับซ่าส์อาร์เซน่อล

หงส์ข่มมิด,แรมส์เดลเต็มที่แล้ว! 7 ประเด็นร้อนหลังลิเวอร์พูลดับซ่าส์อาร์เซน่อล

Posted 21/11/2021 by siamsport

 ถือเป็นสกอร์ที่ออกมาขาดลอยเกินคาด สำหรับเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดบิ๊กแมตช์ ที่ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ ถล่ม อาร์เซน่อล ที่ฟอร์มกำลังดี ถึง 4-0 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งตอนแรกดูเหมือนจะเป็นเกมที่สนุก เพราะ "ไอ้ปืนใหญ่" มีรูปเกมที่พอจะสู้ได้ แถมได้ความจี๊ดจ๊าดจาก เอมิล สมิธ โรว์ และ บูกาโย่ ซาก้า แต่หลังผ่านพ้นช่วงกลางครึ่งแรกไป กลายเป็น ลิเวอร์พูล ที่เปิดเกมรุกข่มใส่ฝ่ายเดียว ก่อนคว้าชัยชนะอย่างสวยหรู
 และนี่คือ 7 ประเด็นเด่นๆ จากแมตช์นี้

 - "สด" แพ้ "เก๋า"


    อายุเฉลี่ยของทีมตัวจริงทั้งสองฝั่งแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งแน่นอนว่า ความสดใหม่อยู่ที่ทาง อาร์เซน่อล ส่วนความเก๋าและความแน่นอนอยู่ฝั่ง ลิเวอร์พูล และผลที่ออกมาคือ ฝั่งเก๋าเกมชนะขาด บวกกับการวางแท็กติกที่ถูกต้องของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ด้วย ซึ่งความปราชัยนัดนี้ถือเป็นบทเรียนที่ดีมากๆ สำหรับก๊วนนักเตะดาวรุ่ง อาร์เซน่อล รวมถึงกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า ที่จะต้องยกระดับฝีมือตัวเองขึ้นมาอีก หากอยากวัดกึ๋นกับโค้ชตัวท็อปๆ ของวงการ

 - 2 กุนซือเกือบบวกกัน!!!

    ด้วยการที่ทั้งสองทีมสู้กันได้สูสีในช่วงแรกๆ ทำให้การปะทะกันในสนามดูดุเดือด จนนำพาความเดือดไปโผล่ที่ข้างสนามด้วย ถึงขั้นที่ คล็อปป์ และ อาร์เตต้า เกือบจะบวกกันเลยทีเดียว (สุดท้ายได้ใบเหลืองคู่) โดยเฉพาะทางฝั่ง อาร์เตต้า ที่แสดงท่าทีจะพุ่งเข้าใส่ จนทีมงานข้างสนามต้องคอยช่วยกันห้ามทัพ แต่ดูเหมือนความฮึดฮัดของ กุนซือชาวสแปนิชวัย 39 ปี กลับกลายเป็นตัวจุดประกายให้กับ ลิเวอร์พูล เพราะหลังจากนั้นรูปเกมของ "หงส์แดง" ก็เริ่มข่ม อาร์เซน่อล ก่อนได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จาก ซาดิโอ มาเน่

 - แดนกลาง "หงส์แดง" กินขาด

    แน่นอนว่า การเพรสซิ่ง ถือเป็นคุณสมบัติเด่นของ ลิเวอร์พูล และเกมนี้พวกเขาใช้จุดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บีบให้แดนกลางของ อาร์เซน่อล เสียบอลต่อเนื่อง ทำให้พวกเขาสามารถเดินหน้าบุกเข้าใส่ทีมเยือนได้แทบทั้งเกม ขณะที่ ฟาบินโญ่ และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มีสถิติผ่านบอลเข้าเป้าถึง 98% และ 95% ตามลำดับ ทำให้เกมแดนกลางของ ลิเวอร์พูล นัดนี้ เหนือกว่าทางฝั่ง อาร์เซน่อล ชัดเจน พร้อมกับทำให้ตัวรุกจี๊ดๆ ของฝั่ง "ไอ้ปืนใหญ่" อย่าง เอมิล สมิธ โรว์, บูกาโย่ ซาก้า รวมถึง อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ และ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง พลอยถูกตัดขาดจากเกมไปด้วย 

 - ซาลาห์ ปลดล็อก


    หลังจากที่ไร้สกอร์มา 3 นัดติด (รวมทุกรายการ) ในที่สุด โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิง ลิเวอร์พูล ก็สามารถปลดล็อกได้สำเร็จในนัดนี้ โดยเป็นคนกระทุ้งประตูช่วย "หงส์แดง" หนีห่าง 3-0 ช่วงกลางครึ่งหลัง ซึ่งต้องชื่นชมตั้งแต่จังหวะแรกที่ ดิโอโก้ โชต้า โหม่งบอลต่อมาให้ ซาดิโอ มาเน่ ที่ใช้สปีดวิ่งหนี เบน ไวท์ ก่อนเปิดบอลเข้ากลางให้ ซาลาห์ ยิงจ่อๆ เข้าไป ถือเป็นการเข้าทำที่ยอดเยี่ยมมากๆ สำหรับประตูนี้ 

- เทรนต์ โคตรเด่น


    ถึงแม้ฟอร์มยังไม่ค่อยคงเส้นคงวา ดีบ้าง แย่บ้าง แต่เกมนี้ถือเป็นอีกเกมที่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาจอมบุก "หงส์แดง" เล่นได้โดดเด่นมากๆ โดยเฉพาะการขึ้นเกมรุก ที่เจ้าตัวทำได้เรื่อยๆ ตลอดทั้งเกม แถมเล่นเข้าขากับเพื่อนๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะแทบไม่ต้องคอยเป็นห่วงเกมรับ ซึ่งนอกจากมี 2 แอสซิสต์แบบงามๆ แล้ว ยังเกือบทำประตูได้ด้วยในช่วงครึ่งแรก (ติดเซฟ แอรอน แรมส์เดล)

 - สัมผัสแรกของ มินามิโนะ


    ประตูปิดท้าย 4-0 ของ ลิเวอร์พูล ในนาทีที่ 77 ที่ได้จากการยิงจ่อๆ ของ ทาคุมิ มินามิโนะ อาจไม่ได้มีความหมายอะไรมาก เพราะเกมมันขาดไปเรียบร้อย แต่ที่น่าสนใจคือ มินามิโนะ เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในนาทีที่ 76 ซึ่งแน่นอนว่า ประตูนี้มาจากการสัมผัสบอลครั้งแรกของเจ้าตัว และเป็นการเข้าทำแบบทีมเวิร์คที่สวยงาม จาก มาเน่ สู่ ซาลาห์ ก่อนส่งต่อให้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ปาดบอลเข้ากลาง และจบสกอร์โดยดาวเตะเลือดซามูไร

- ต้องชื่นชม แรมส์เดล


    ด้วยการที่ 4 แข้งแนวรับของ อาร์เซน่อล อย่าง ทาเคฮิโระ โทมิยาสึ, เบน ไวท์, กาเบรียล มากัลเญส และ นูโน่ ตาวาเรส ไม่สามารถต้านทานพลังเกมรุกของ ลิเวอร์พูล ได้ ทำให้ความหวังทั้งหมดทั้งปวงตกไปอยู่ที่ แอรอน แรมส์เดล นายทวารผู้เป็นปราการด่านสุดท้าย ซึ่งถึงแม้เจ้าตัวโดนทะลวงไปถึง 4 ประตู แต่ถ้าใครได้ชมเกมนี้ บอกได้เลยว่า อาร์เซน่อล น่าจะโดน 6-7 ตุงด้วยซ้ำ ถ้าไม่ได้ แรมส์เดล ช่วยเซฟเอาไว้ และด้วยฟอร์มแบบนี้ ณ เวลานี้ เจ้าตัวสามารถก้าวขึ้นมาครองมือหนึ่งทีมชาติอังกฤษได้เลย

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »