ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » พรีเมียร์ลีก อังกฤษ » เดือด!คีน-คาร์ราเกอร์โต้เถียงรุนแรงหลังโรนัลโด้หลุดตัวจริง

เดือด!คีน-คาร์ราเกอร์โต้เถียงรุนแรงหลังโรนัลโด้หลุดตัวจริง

Posted 29/11/2021 by siamsport

รอย คีน กับ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ตอบโต้กันแบบดุเดือดหลังจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นตัวสำรองในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอกับ เชลซี โดยมันทำเอา แกรี่ เนวิลล์ ถึงกับหัวเราะในตอนดูอยู่ที่บ้าน
    รอย คีน กับ เจมี่ คาร์ราเกอร์ โต้เถียงกันอย่างรุนแรงเกี่ยวกับกรณีที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องออกสตาร์ตเป็นตัวสำรองในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ "ปีศาจแดง" บุกไปเสมอกับ เชลซี 1-1 ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

    ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือขัดตาทัพของ แมนฯ ยูไนเต็ด สร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่ายตั้งแต่ก่อนเริ่มการแข่งขันด้วยการไม่ใส่ชื่อ โรนัลโด้ เป็นตัวจริง ทั้งที่เขาถือเป็นนักเตะที่ดังมากที่สุดและเป็นตัวความหวังตัวหลักในการทำประตูของทีม โดยช่วงที่ผ่านมามีกูรูบางคนที่ตำหนิ โรนัลโด้ ว่าไม่ช่วยเล่นเกมรับมากเท่าที่ควรจนทำให้ทีมมีผลการแข่งขันแย่ตามไปด้วย

    ทั้งนี้ คีน, คาร์ราเกอร์ และ จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์ มาทำหน้าที่นักวิเคราะห์ให้กับ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชื่อดังของเมืองผู้ดีในเกมนี้ ซึ่งพอจบเกมแล้วนั้น คีน ก็แสดงออกว่าไม่พอใจอย่างมากที่ โรนัลโด้ โดนดร็อป จนพูดว่า "โรนัลโด้ ไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาลงเล่นในฐานะตัวสำรอง โรนัลโด้ ไม่ได้กลับมาอยู่กับทีมเพื่อเป็นตัวสำรอง เขารู้อยู่แล้วว่ากรรมการกำลังจะเป่าจบการแข่งขัน ทำไม คาร์ริค ถึงพยายามจะเข้าไปแปะมือกับเขาด้วย ฉันไม่เข้าใจเลย ก็ปล่อยให้เขาเดินเข้าอุโมงค์ไปสิ"

    "การที่นักเตะจะรู้สึกหงุดหงิดน่ะมันไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเลย แต่ โรนัลโด้ ไม่ได้กลับมาอยู่กับทีมเพื่อเป็นตัวสำรอง เขาเป็นนักเตะระดับโลก แน่นอนว่า โรนัลโด้ ไม่ใช่นักเตะประเภทที่จะไปวิ่งไล่จี้ชาวบ้าน แต่บางครั้งนายต้องทำงานโดยที่ยุดเอานักเตะซูเปอร์สตาร์เป็นแกนกลาง ฉันเองเคยเล่นร่วมกับนักเตะที่บางครั้งไม่ได้ทำบางอย่างตามที่นายหวังเอาไว้มาแล้ว พวกที่เข้าข่ายระดับ (เอริก) คันโตน่า ของโลก แต่สุดท้ายนายจะยอมยกโทษให้คนแบบนั้น (จากการที่ไม่ช่วยวิ่งกดดันคู่แข่ง) เพราะพวกเขาจะทำประตูได้และทำให้นายชนะ เขาควรจะต้องได้ลงเล่น (เป็นตัวจริง) ในเกมนี้"

    ทั้งนี้ คาร์ราเกอร์ แย้งทันทีว่า "ฉันคิดว่าฉันพอจะเข้าใจได้ว่าทำไม คาร์ริค ถึงไม่ส่งเขาลงเล่นเป็นตัวจริงกับการที่ต้องลงเล่นเกมใหญ่แบบนี้ในฐานะทีมเยือนน่ะนะ เขาอายุ 36 ปีเข้าไปแล้ว โรนัลโด้ ไม่ได้เป็นนักเตะแบบเดียวกับเมื่อในอดีต แน่นอนว่าเขายังช่วย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ในแง่ของการทำประตู แต่ฉันคิดว่าการที่เขาไม่ได้เป็นตัวจริงอยู่เสมอ หรือการโดนเปลี่ยนตัวออกในบางครั้งมันไม่ควรจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร"

    พอได้ยินแบบนั้น คีน ก็พูดว่า "มันไม่ใช่ว่าเขาต้องลงเล่นเป็นตัวจริงทุกเกม เจมี่ แต่นี่มันเป็นเกมใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด เลยนะ ฉันจะยกโทษให้ได้ถ้ามันเกิดขึ้นในเกมรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในตอนที่ ยูไนเต็ด ผ่านเข้ารอบไปแล้ว แต่ถ้านายบังเอิญเดินไปเจอ โรนัลโด้ ในลานจอดรถแล้วน่ะ มันก็หมายความว่านายได้เจอกับคนที่ได้แชมป์มาแล้วทุกอย่าง, คนที่กลับมายัง ยูไนเต็ด เพื่อพยายามที่จะช่วยสโมสร แน่นอนว่าเขาอยากลงเล่น (เป็นตัวจริง) ในเกมแบบนี้อยู่แล้ว มันแน่นอนอยู่แล้วว่าเขาอยากลงไปเล่นสุดๆ"

    ทั้งนี้ คาร์ราเกอร์ สวนไปทันทีว่า "นักเตะทุกคนก็เป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอ รอย นักเตะทุกคนย่อมอยากลงเล่นทุกนัดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ?" ซึ่ง คีน ก็ตอบโต้ไปว่า "แต่มันไม่ใช่ว่าคนในกลุ่มนั้นทุกคนเป็นนักเตะระดับโลกนี่นา เจมี่ มันไม่ใช่ว่าทุกคนในกลุ่มนั้นเป็นนักเตะที่ได้ลงเล่นไประดับ 800 นัดสักหน่อย"

    "ถ้านายได้ดูเกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในวันนี้ นายก็จะเห็นว่าพวกเขาเล่นได้แย่, พวกเขายังเล่นได้ไม่ดี และมันจะทำให้นายคิดว่าถ้า โรนัลโด้ อยู่ในสนาม, ถ้าบอลมันควรจะตกไปถึงเท้าของคนไหนก็ตามในโลกฟุตบอลแล้วล่ะก็ มันก็ต้องเป็น โรนัลโด้ แม้ว่าเขาจะอายุ 36 ปีเข้าไปแล้วก็เถอะ มันไม่ใช่ว่าเขากลับมาแล้วเท้าบอดสักหน่อย นี่ยังมีประเด็นที่คนชอบพูดกันว่า -เขาวิ่งให้เร็วเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว, เขาดูหมดสภาพแล้ว, เขาดูเหมือนไม่สนใจไยดีแล้ว- อีก ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาจริงจังและดูสนใจที่จะช่วยทีมมากๆ แต่แล้วมันกลับมีแนวคิดแบบนี้จนทำให้เขาดนโทษว่าไม่ยอมไล่กดดันในแดนของคู่แข่ง"

    หลังจาก คีน พูดแบบนั้น คาร์ราเกอร์ ก็ถามว่า "แต่เขาก็ไม่ได้ไล่กดดันจริงๆ นี่ ใช่ไหม ?" ซึ่งมันก็ทำให้ คีน แย้งทันทีว่า "เขาไม่ได้วิ่งไล่กดดันคู่แข่งมาตั้ง 5 หรือ 6 ปีแล้ว ฉันเคยบอกไปตั้งแต่ตอนที่เขาย้ายกลับมาแล้วว่าเขาจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาให้กับ ยูไนเต็ด ได้แน่ๆ แต่นายไม่ควรจะดึง โรนัลโด้ กลับมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เพื่อให้เขามาเป็นตัวสำรอง แน่นอนว่ามันไม่ใช่ว่าเขาควรจะต้องเป็นตัวจริงทุกนัด แต่นี่เป็นการเยือน เชลซี มันจะมีจังหวะให้ทีมใช้เกมสวนกลับเร็ว และนายอาจจะพาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษได้สัก 1 หรือ 2 ครั้งก็ได้"

    หลังจากนั้น คาร์ราเกอร์ พยายามที่จะเปลี่ยนประเด็นด้วยการพูดว่า "ทำไม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงซื้อ โรนัลโด้ ในช่วงซัมเมอร์ด้วยล่ะ ? พวกเขาดึงเขามาอยู่กับทีมเพราะกลัวว่าเขาจะย้ายไปอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ เดิมทีพวกเขาไม่มีแผนที่จะเซ็นสัญญากับเขาเลย"

    ตอนนี้เองที่ คีน แทรกขึ้นมาว่า "แต่เขาควรจะต้องได้ลงเล่นอยู่เสมอ เจมี่ นายจะบอกว่าพวกเขาเซ็นสัญญากับเขาเพื่อไม่ให้เขาไปอยู่กับ ซิตี้ แล้วจากนั้นก็มาดองเขาที่ม้านั่งสำรองอย่างนั้นเหรอ ?"

    พอได้ยินแบบนั้น คาร์ราเกอร์ ก็ถามว่า "นี่คนเป็นผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้รับอนุญาตให้จับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นตัวสำรองรึไงกัน ? พวกเขามาเยือนที่นี่และคนที่ลงไปเล่นก็ทำประตูได้นะ" แต่ คีน ก็ตอบโต้ไปว่า "สถิติที่ออกมามันแสดงให้เห็นแล้ว สถิติของเขานับตั้งแต่ที่กลับมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด มันอยู่ในข่ายที่ดีเลยนะ"

    ทั้งนี้ คาร์ราเกอร์ ตอบไปว่า "ก็ถ้าดูแค่การทำประตูแล้วน่ะก็ต้องบอกว่าใช่ แน่นอนว่าเขาทำได้ดี!" แต่ คีน ก็ยังไม่ยอมแพ้จนพูดว่า "ก็แล้วอะไรที่มันเป็นเรื่องสำคัญในเกมฟุตบอลกันล่ะ ? การทำประตูไง! ถ้านายพูดถึง ซาลาห์ นายก็จะพูดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องจำนวนประตูไง เจมี่! แล้วอย่าง เอียน รัช เขาทำอะไรได้กันล่ะ ? เขาทำประตูได้หลายลูกไง"

    พอ คาร์ราเกอร์ ถามกลับไปว่า "แล้วเขา (รัช) กดดันคู่แข่งด้วยรึเปล่าล่ะ ?" แล้วนั้น คีน ก็บอกว่า "เขาทำอย่างนั้น แต่เขาก็ยิงได้ไม่เท่ากับ โรนัลโด้ นะ!" ซึ่งมันก็ทำให้ คาร์ราเกอร์ พูดต่อทันทีว่า "ฉันไม่ได้จะตำหนิ โรนัลโด้ ในฐานะนักเตะ เขาเป็นคนที่ทำได้ยอดเยี่ยมในแง่ของการทำประตู แต่ตอนกลางสัปดาห์นี้ฉันเคยพูดเรื่องแบบเดียวกันนี้ในกรณีของ ลิโอเนล เมสซี่ ไปแล้ว"

    "ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เซ็นสัญญากับ เมสซี่ ส่วน ยูไนเต็ด ดึง โรนัลโด้ มาอยู่กับทีม พวกเขาเป็น 2 นักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลอย่างไร้ข้อกังขา แต่ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เข้าใกล้กับการเป็นแชมป์ลีกมากกว่าฤดูกาลก่อนรึเปล่า ? คำตอบคือ ไม่ แล้ว เปแอสเช เข้าใกล้กับการเป็นแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้มากขึ้นรึเปล่าเมื่อมี เมสซี่ อยู่ในทีม ? คำตอบก็คือ ไม่ เช่นกัน เราเอาแต่พูดถึงคนทำประตูหรือตำแหน่งอะไรก็ตาม แต่สิ่งที่สำคัญจริงๆ ก็คือนี่เป็นเกมที่ต้องเล่นกันแบบเป็นทีม"

pic.twitter.com/cprdhAM2Oa

— Gary Neville (@GNev2) November 28, 2021
    ทั้งนี้ ตลอดช่วงการโต้เถียงกันของทั้งคู่นั้น ฮัลเซลเบงค์ ที่นั่งอยู่ตรงกลางมีการหัวเราะนิดๆ ด้วย ส่วน แกรี่ เนวิลล์ อีกหนึ่งอดีตแข้งชื่อดังที่ทำงานให้ สกายสปอร์ตส์ โพสต์คลิปตอนที่ตัวเองนั่งดูการโต้คารมณ์กันของ คาร์ราเกอร์ กับ คีน ลงบน ทวิตเตอร์ พร้อมกับหัวเราะไปด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »