ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » ยูฟ่า /ยูโรป้าลีก/ยูโรคัพ » แมนยูหนัก,ลิเวอร์พูลลุ้นเหนื่อย!วิเคราะห์โอกาสลิ่ว 4 ยักษ์ผู้ดีในชปล.รอบ16ทีม

แมนยูหนัก,ลิเวอร์พูลลุ้นเหนื่อย!วิเคราะห์โอกาสลิ่ว 4 ยักษ์ผู้ดีในชปล.รอบ16ทีม

Posted 14/12/2021 by siamsport

แม้มีข้อผิดพลาดด้านเทคนิค ทำให้ต้องมีการจับสลากสองรอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ (น่าจะ) ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่สุดท้ายก็ได้ออกมาเป็นที่เรียบร้อย สำหรับการประกบคู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งหลายๆ ท่านก็คงจะทราบกันไปแล้วว่า ใครเจอกับใครบ้าง และก็คงมองเห็นภาพลางๆ เช่นกันว่า ใครบ้างที่น่าจะเป็นฝ่ายผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ว่าแล้วเรามาวิเคราะห์กันดูว่า 4 สโมสรยักษ์ใหญ่จากเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีโอกาสมากน้อยแค่ไหน โดยขอออกตัวก่อนว่า เป็นการวิเคราะห์แค่แบบเบื้องต้นแบบตื้นๆ เท่านั้น เพราะกว่าจะฟาดกันแข้งกันก็ตั้งช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ซึ่งเราไม่มีทางรู้หรอกว่า มันจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างกว่าจะถึงตอนนั้น
 
- สปอร์ติ้ง ลิสบอน VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้
สำหรับ "เรือใบสีฟ้า" คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรมาก สำหรับความยอดเยี่ยมของพวกเขา ซึ่งถูกยกเป็นทีมเต็งแชมป์เสมอ ส่วน สปอร์ติ้ง ทีมแชมป์ลีกแดนฝอยทอง นั้น ถือว่ามีเกมรุกที่ไม่ธรรมดา เพราะรอบแบ่งกลุ่มทำได้ถึง 14 ประตู นำทัพโดยดาวเด่นอย่าง เปโดร กอนซัลเวส

อย่างไรก็ตาม ในทางกลับกัน เกมรับถือว่าน่าเป็นห่วง เพราะเสียถึง 12 ลูก หรือเฉลี่ยโดนส่องนัดละ 2 ตุงเลยทีเดียว ซึ่งด้วยสภาพนี้ ไม่น่าจะต้านทานพลังเกมรุกทีมของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไหว ถ้า แมนฯ ซิตี้ ไม่ติดประมาท คงยากที่จะปิดฉากแค่รอบนี้ ยิ่งถ้า สปอร์ติ้ง เปิดเกมรุกสู้ ยิ่งเข้าทางเลย

ฟันธง : แมนฯ ซิตี้ เข้ารอบ 70-80%

- เชลซี VS ลีลล์
แฟน "สิงห์บลูส์" หลายๆ คนคงจะแฮปปี้กับผลการประกบคู่ เพราะด้วยการที่เข้ารอบมาในฐานะรองแชมป์กลุ่ม พวกเขามีโอกาสเจอกระดูกชิ้นโตอย่าง บาเยิร์น มิวนิค, เรอัล มาดริด หรือแม้แต่ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ดังนั้นการชนกับ ลีลล์ ถือเป็นงานที่ไม่ยาก เมื่อเทียบกับบรรดายักษ์ใหญ่ที่ว่าเอาไว้
 
อย่างไรก็ตาม ทีมแชมป์ ลีก เอิง ฝรั่งเศส อย่าง ลีลล์ ก็มีดีเหมือนกัน โดยเฉพาะแนวรุกที่มี โจนาธาน เดวิด และ บูรัค ยิลมาซ เป็นตัวชูโรง แถมได้เตะเลกสองในบ้านตัวเองด้วย ดังนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้ หากพวกเขาได้ผลการแข่งขันที่ดี หรือไม่เลวร้ายในเกมเลกแรกที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ กระนั้นถ้า เชลซี เล่นได้เข้าฟอร์ม (ไม่ใช่ฟอร์ม 2-3 เกมล่าสุด) และบรรดาตัวหลักกลับมาฟิตสมบูรณ์ พวกเขาในฐานะแชมป์เก่า ก็มีโอกาสสูงที่จะผ่านเข้ารอบก่อนรองฯ

ฟันธง : เชลซี เข้ารอบ 65-70%

- แอตเลติโก มาดริด VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ราล์ฟ รังนิก กุนซือชั่วคราว "ปีศาจแดง" จำเป็นต้องใช้เวลาปรับจูนทีมอีกพอสมควร และไม่มีใครฟันธงได้ว่า ทีมจะลงตัวมากแค่ไหน เมื่อถึงวันที่ดวลกับ แอต. มาดริด ซึ่งถือเป็นทีมที่เขี้ยวลากดินสุดๆ ในเวทียุโรป และแน่นอนว่า ไม่มีใครอยากเจอพวกเขา ถึงแม้ทีมของกุนซือ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ผ่านเข้ารอบมาแบบหวุดหวิดจนเจียนก็ตาม

แน่นอนว่า ขุมกำลังนักเตะโดยรวม แมนฯ ยูไนเต็ด ดูดีกว่า แถมได้เตะเลกสองที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีสถิติอันยอดเยี่ยมยามเจอกับ "ตราหมี" (ทำได้ 25 ประตู จาก 35 นัด สมัยเล่นให้ เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส) แต่ถือเป็นคู่ที่มองยากมาก ซึ่งผลการแข่งขันเลกแรกที่ ว่านต๋า เมโตรโปลีตาโน่ จะมีความสำคัญมาก ว่าจะเอื้อไปทางฝั่งไหน

ฟันธง : 50-50

- อินเตอร์ มิลาน VS ลิเวอร์พูล
"หงส์แดง" ผ่านจากรอบแบ่งกลุ่มด้วยสถิติชนะ 100% ซึ่งหากมองกันที่ความเก๋าประสบการณ์ และความยอดเยี่ยมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ แน่นอนว่า ลิเวอร์พูล ดูดีกว่า อินเตอร์ ของ ซิโมเน่ อินซากี้ กระนั้นมันก็ต้องลุ้นอีกทีว่า เมื่อถึงตอนนั้นสภาพทีมจะสมบูรณ์แค่ไหน เพราะ ลิเวอร์พูล มักจะมีแกว่ง หากตัวหลักๆ เจ็บ โดยเฉพาะนักเตะหัวใจสำคัญอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ อลีสซง เบ็คเกอร์ พวกนี้ห้ามเจ็บเด็ดขาด 

ฝั่ง อินเตอร์ แชมป์ เซเรีย อา ซีซั่นที่แล้ว ตอนนี้ฟอร์มดีมากๆ และขึ้นนำเป็นจ่าฝูงในลีกเรียบร้อย แต่นั่นคือในลีก บอลยุโรปถือเป็นอีกเรื่อง ซึ่ง "งูใหญ่" ระยะหลังมักทำได้ไม่ดีในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ยกเว้นซีซั่นนี้ที่ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ได้

มองกันแบบคร่าวๆ หากวันนั้นเจอกันในสภาพที่ดีทั้งคู่ แม้เกรดบอลสูสีกัน แต่ยังไง ลิเวอร์พูล ก็ดูดีกว่า เผลอๆ ปราบได้ทั้งเหย้า-เยือนเหมือนที่ทำกับ เอซี มิลาน ในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็ต้องระวังทีเด็ดจากแข้งแนวรุก "งูใหญ่" อย่าง เอดิน เชโก้, เลาตาโร่ มาร์ติเนซ รวมถึง ฮาคาน ชาลาโนกลู ที่เล่นลูกนิ่งเก่งมาก ด้วยเช่นกัน

ฟันธง : ลิเวอร์พูล เข้ารอบ 60%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »