ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » พรีเมียร์ลีก อังกฤษ » จำฝังใจ! ซิลแวสต์ร กับไดร์เป่าผมที่เลวร้ายที่สุด

จำฝังใจ! ซิลแวสต์ร กับไดร์เป่าผมที่เลวร้ายที่สุด

Posted 22/12/2021 by siamsport

หนึ่งในสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็คือการด่าที่รุนแรงไม่ว่าจะเป็นลูกทีมของตัวเอง, คนของฝั่งคู่แข่ง หรือทีมกรรมการ จนทำให้เกิดเป็นชื่อ "แฮร์ดรายเออร์" ที่แปลว่า "ไดร์เป่าผม"
   
ถึงแม้จะเป็นนักเตะระดับแกนหลักของทีมอย่าง ไรอัน กิ๊กส์, เดวิด เบ็คแฮม หรือ รุด ฟาน นิสเตลรอย ก็ไม่สามารถรอดพ้นจากไดร์เป่าผมอันลือลั่นของ เฟอร์กูสัน ไปได้ ที่จริง กิ๊กส์ เคยบอกเองว่าเท่าที่ตนร่วมงานกับ เฟอร์กูสัน มานั้น มีเพียง 4 คนเท่านั้นที่ไม่เคยเจอไดร์เป่าผมจากอดีตยอดกุนซือชาวสกอตต์เลย นั่นคือ เอริก คันโตน่า, รอย คีน, ไบรอัน ร็อบสัน และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

มิกกาแอล ซิลแวสต์ร คือหนึ่งในคนที่เป็นเหยื่อของไดร์เป่าผมอันลือลั่นของ เฟอร์กูสัน ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวก็ย้อนความหลังว่าไดร์เป่าผมที่เลวร้ายที่สุดที่ตนเคยได้รับนั้น คือตอนที่ตนเฝ้าแนวรับให้กับทีมได้อย่างย่ำแย่จนส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้เพียงเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เสมอกับ เซาธ์แฮมป์ตัน 3-3 เมื่อวันที่ 25 กันยายน ปี 1999

แน่นอน เมื่อพูดถึงเกมดังกล่าวนั้น สิ่งที่หลายคนมักจะนึกถึงเป็นอันดับแรกก็คือการเล่นอันผิดพลาดของ มัสซิโม่ ตาอิบี้ ผู้รักษาประตูชาวอิตาเลียนที่ปล่อยให้ลูกยิงไกลของ แม็ทธิว เลอ ทิสซิเยร์ เข้าประตูไปดื้อๆ โดยถึงแม้หลังจากนั้น ตาอิบี้ จะได้ลงเฝ้าเสาอีก 1 นัด ในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ เชลซี 0-5 แต่ความผิดพลาดในเกมกับ "นักบุญ" มันติดตาหลายคนมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ที่จริงแล้ว ซิลแวสต์ร ก็มีส่วนผิดในเกมที่เสมอกับ เซาธ์แฮมป์ตัน เหมือนกัน เพราะมีจังหวะหนึ่งที่เขาไปเสียท่าให้กับ มาเรียนส์ พาฮาร์ส กองหน้า เซาธ์แฮมป์ตัน จนนำไปสู่การได้ประตูที่ 3 ของ เซาธ์แฮมป์ตัน ในนัดดังกล่าว ดังนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่า เฟอร์กูสัน จะเดือดดาลมากแค่ไหน และนั่นก็เป็นการทำให้ ซิลแวสต์ร ได้สัมผัสกับไดร์เป่าผมของ เฟอร์กูสัน เป็นครั้งแรกด้วย

อดีตแข้งชาวฝรั่งเศสเผยว่า "อันที่แย่ที่สุดที่ผมเคยเจอก็คือตอนที่ผมโดนมันครั้งแรกเลยนี่แหละ เพราะตอนนั้นผมไม่รู้มาก่อนว่ามันมีอะไรแบบนี้ด้วย! ตอนนั้นผมไม่รู้เลยว่าเจ้านายเป็นคนอารมณ์ร้อนมากขนาดนั้น วันนั้นเราเจอกับ เซาธ์แฮมป์ตัน มันเป็นการลงเล่นในบ้านนัดที่สองของผม ผมหุบเข้ากลางแล้วตัดบอลได้ แต่แล้วก็เสียบอลไปจนอีกฝ่ายทำประตูได้ สุดท้ายวันนั้นผลจบลงที่การเสมอกัน และผมก็โดนไดร์เป่าผมทันทีที่กลับเข้าห้องแต่งตัวเลย"

"ตอนนั้นภาษาอังกฤษของผมยังไม่ดีเท่าไหร่นัก แต่ผมจำได้ว่าเจ้านายพูดกับผมประมาณว่า ถ้าผมทำพลาดแบบนั้นอีกล่ะก็ เขาจะส่งผมกลับไปที่ ฝรั่งเศส และผมจะต้องอยู่ที่นั่นไปเลย! ผมไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไป เพราะผมทำพลาดจริงๆ ผมยอมรับมันแต่โดยดีและนั่งนิ่งๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะตอนนั้นมันส่งผลกับอีโก้ของผมอย่างมาก"

"ในอาชีพทั่วไปน่ะคุณจะไม่ยอมทนรับพฤติกรรมแบบนี้จากเจ้านายของคุณและจะไปฟ้องฝ่ายบุคคล แต่ในวงการฟุตบอลนั้นนี่คือสิ่งที่คุณจะได้จากคนเป็นโค้ชเป็นธรรมดา ที่คุณทำได้มีเพียงการยอมรับ หรือไม่ก็แสดงให้เห็นว่าคุณเข้าใจสิ่งที่โค้ชสื่อออกมา และไม่ทำพลาดแบบเดิมเพื่อที่จะได้พัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ผมทำ เพราะผมอยากรักษาตำแหน่งตัวจริงของตัวเองให้ได้"

"ในฐานะกองหลังแล้วนั้น สิ่งสำคัญคือคุณต้องเรียนรู้ความผิดพลาดของตัวเอง คนเป็นกองหน้าน่ะจะมีโอกาสอื่นในการทำประตูอยู่เสมอ ในทางกลับกัน ถ้าเกิดคุณเป็นกองหลังแล้วทำพลาด คุณก็จะโดนลงโทษทันที ซึ่งผมก็ทำให้มั่นใจว่าตัวเองจะแก้ไขมันได้อย่างรวดเร็วหลังจากนั้น"

ทั้งนี้ ซิลแวสต์ร เป็นหนึ่งในนักเตะเพียงไม่กี่คนที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับทั้ง เฟอร์กูสัน และ อาร์แซน เวนเกอร์ เพราะเขาเคยย้ายไปอยู่กับ อาร์เซน่อล อยู่ช่วงหนึ่ง แต่เจ้าตัวก็เปิดเผยว่าชอบสไตล์ของ เฟอร์กูสัน ที่ตำหนิลูกทีมแบบรุนแรงอย่างตรงไปตรงมามากกว่า

"พวกเขาต่างกันคนละขั้ว อาร์แซน ไม่ใช่คนที่ชอบแสดงท่าทางในทันที เขาจะใช้เวลาในการวิเคราะห์เกมแล้วค่อยมาสอบถามรายละเอียดหลังจากจบเกมไปแล้ว 1 วัน แต่สำหรับนักเตะที่นั่งในห้องแต่งตัวแล้วนั้น ผมคิดว่ามันเป็นการดีกว่าที่จะได้รู้ในทันทีว่าอะไรที่มันเป็นเรื่องดีและอะไรเป็นจังหวะที่ผิดพลาด ถ้าไม่ทำอย่างนั้นแล้วน่ะนักเตะในทีมก็จะโทษกันเองนั่นแหละ เพราะไม่มีใครอยากเป็นคนรับผิด ดังนั้นเมื่อผู้จัดการทีมตำหนิใครในทันทีเลยนั้น มันก็จะถือเป็นการจบประเด็นยไปเลย และไม่จำเป็นต้องพูดอะไรกันมากกว่านั้น"

ซิลแวสต์ร ยืนยันด้วยว่าแนวทางการซ้อมของ เฟอร์กูสัน กับ เวนเกอร์ นั้น ต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ก็ไม่ขอตอบว่าของใครดีกว่า "ในแง่ของการเป็นโค้ชโดยรวมนั้น อาร์แซน มีแนวทางแบบกุนซือระดับทวีปมากกว่า จากการที่เขาลงมาคุมทีมซ้อมในสนามเองทุกวัน ส่วน เซอร์ อเล็กซ์ ใช้รูปแบบที่ต่างออกไป เพราะถึงแม้เขาจะเป็นผู้จัดการทีมแต่เขาก็มีทีมสตาฟฟ์ที่คอยดูแลการซ้อมต่างๆ นั่นถือเป็น 2 จุดที่แตกต่างกันอย่างมากระหว่างทั้งคู่"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
  • ระเบิดความมันวัน"บ็อกซิ่ง เดย์"ส่งท้ายปี2021ยิงสดพรีเมียร์ลีกครบทุกคู่ที่ทรูวิชั่นส์ที่เดียว!!!
    "ทรูวิชั่นส์" ยังคงความเป็น คิง ออฟ สปอร์ต ตอกย้ำการเป็นผู้นำคอนเทนต์กีฬาระดับโลกมาตลอด อย่างการถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกฟุตบอลอันดับ 1 ของโลก ให้ได้รับชมครบทุกคู่ และในช่วงวัน บ็อกซิ่ง เดย์ หรือเทศกาลแกะกล่องของขวัญ 26-28 ธันวาคมนี้ ก็สามารถลุ้นทีมโปรดแบบติดขอบสนามกับแมตช์สุดสำคัญส่งท้ายปี ทางทรูวิชั่นส์ ช่อง ทรู พรีเมียร์ ฟุตบอล เอชดี 1 (600), ทรู พรีเมียร์ ฟุตบอล เอชดี 2 (602), ทรู พรีเมียร์ ฟุตบอล เอชดี 3 (603), ทรู พรีเมียร์ ฟุตบอล เอชดี 4 (604) และทรู สปอร์ต เอชดี 2 (667)
  • แฟนแมนยูยิ้ม! โรมาโน่ยันบาร์ซ่ายังไม่ทาบดึงคาวานี่
    ฟาบริซิโอ โรมาโน่ เหยี่ยวข่าวลูกหนังคนดัง คอนเฟิร์ม บาร์เซโลน่า ยังไม่มีการทาบทาม เอดินสัน คาวานี่ หัวหอกจอมเก๋า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมแจงเป้าหมายแรก บาร์ซ่า ยังคงเป็น เฟร์ราน ตอร์เรส เหมือนเดิม
  • เกิดอะไรขึ้น?สามแข้งแมนยูออกจากสนามซ้อมแค่สิบนาที
    ขุนพลทีม แมนฯ ยูไนเต็ด เดินทางกลับมาลงซ้อมที่ แคร์ริงตัน เป็นครั้งแรกแล้วก่อนเกม พรีเมียร์ลีก นัดบุกไปเยือน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในวันจันทร์ แต่ยังขาดนักเตะหลายราย แถมมีสามรายที่ออกจากสนามซ้อมอย่างน่าสงสัยในเวลาเพียงสิบนาที
  • เขาคือใคร?รู้จัก ฮูเลียน อัลวาเรซ เป้าหมายหอกใหม่แมนยู
    ทำความรู้จัก ฮูเลียน อัลวาเรซ กองหน้าดาวรุ่งอาร์เจนไตน์ ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด สนดึงมาเสริมทัพ แต่คงต้องแข่งกับทั้ง เรอัล มาดริด, บาร์ซ่า, ยูเวนตุส, บาเยิร์น และ ลิเวอร์พูล ที่เล็งๆ อยู่เหมือนกัน

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »