ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » ฟุตบอลไทย » เกจิลูกหนังไทยร่วมฟันธงก่อนเกมไทยดวลอินโดนีเซีย

เกจิลูกหนังไทยร่วมฟันธงก่อนเกมไทยดวลอินโดนีเซีย

Posted 29/12/2021 by siamsport

เหล่าเกจิโค้ชลูกหนังระดับท็อปเมืองไทย แสดงทรรศนะฟันธง ไทยล้มอินโดนีเซีย เป็นแชมป์ซูซูกิ คัพ 2020 แน่นอน โดย "อ.หรั่ง" ชี้แข้งอินโดฯ ชุดนี้ทักษาเยี่ยม แต่เชื่อนักเตะไทยผ่านได้ขอแค่อย่าประมาทเด็ดขาด ด้าน "โค้ชเฮง" รับฉะอิเหนาชนะไม่ยาก หากแข้งไทยที่เป็นแกนหลักท็อปฟอร์มทุกคนไม่มีใครหยุดได้แน่นอน ขณะที่ "โค้ชโชค" เชื่อมั่น "มาโน่" เติมประสิทธิภาพเกมรุกช้างศึกมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ส่วน "โค้ชโต่ย" ชี้เปาขุมกำลังไทยชุดนี้สมบูรณ์อย่างมาก มั่นใจนักเตะไทยคว้าแชมป์กลับมาได้สบาย
   
ล่าสุด บรรดาผู้ฝึกสอนชาวไทย ที่มากประสบการณ์ อาทิ อดีตโค้ชทีมชาติอย่าง "อ.หรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน, "โค้ชเฮง " วิทยา เลาหกุล, "โค้ชโชค" โชคทวี พรหมรัตน์ , "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย และผู้ฝึกสอนระดับทีมไทยลีกอย่าง "โค้ชอู๊ด " สระราวุฒิ ตรีพันธ์ จากการท่าเรือ เอฟซี  และ "โค้ชวัง " ธัชชัย ดำรงอ่องตระกูล จากทีมหนองบัวพิชขญ เอฟซี ต่างพากันให้ทรรศนะชี้ชัดไปในทิศทางเดียวกันว่าทัพ"ช้างศึก" ทีมชาติสามารถที่จะผ่านทัพ"อิเหนา" อินโดนีเซีย คว้าแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 ได้แน่ ซึ่งจะป็นเป็นสมัยที่ 6 ของวงการลูกหนังไทย

โดย "อ.หรั่ง " ชาญวิทย์ ผลชีวิน ได้กล่าวว่า " การเล่นกับทีมชาติอินโดนีเซียชุดนี้ ที่พวกเขาเล่นกันมานาน เราจะเหนื่อยแน่ เพราะว่าเท่าที่ติดตามจะใช้ความสามารถเฉพาะตัวเป็นหลัก ลากเลื้อย ซึ่งเป็นจุดเด่นอันตรายของเขา สไตล์แบบนี้ฟุตบอลไทยไม่ค่อยชอบ อีกทั้งมีเกมโต้กลับที่รวดเร็วด้วยเกมรับถือว่าเหนียวพอสมควร เราจะต้องซ้อนกันให้ดี ต้องตัดชิงเล่นจังหวะแรก ต้องบีบให้เขาวางบอลแล้ววัดกันในพื้นที่ว่างจะดีกว่าบอลให้ลากเลื้อยได้ แต่อย่างไรก็ตามคิดว่าทีมชาติไทยน่าผ่าน เพราะตอนนี้เชื่อว่าสภาพจิตใจเราดี แต่ไม่อยากให้ประมาท เชื่อว่าเราจะเป็นแชมป์"

ด้าน "โค้ชเฮง " วิทยา เลาหกุล ให้สัมภาษณ์ว่า " นัดชิงชนะเลิศที่จะเจอกับอินโดนีเซีย มองว่าไม่ยากมาก หากผู้เล่นทุกคนเล่นตามขีดความสามารถของตัวเองโดยเฉพาะแกนหลักอย่างเช่น กฤษดา ,ธีราทร ,ชนาธิป ,ธีรศิลป์ เล่นได้เกิน70 เปอร์เซ็นต์ที่พวกเขาสามารถทำได้ มองว่าสามารถเอาชนะอินโดนีเซียได้ เพียงแต่จะขอแนะว่าอย่าเสียบอลในแดนกลาง และพื้นที่สุดท้ายให้กับอินโดนีเซีย ที่เล่นบอลโต้กลับได้ดีเท่านั้นเอง"

"โค้ชโชค" โชคทวี พรหมรัตน์  อดีตกุนซือที่เคยพาทีมชาติไทยคว่าเหรียญทองซีเกมส์ครั้งที่ 28  ณ สนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์มาแล้ว ได้แสดงทรรศนะถึงเกมกับอินโดนีเซียว่า " ทีมอินโดนีเซียถือว่าแข็งแกร่ง มีความสม่ำเสมอในการเล่น แต่เท่าที่เห็นเกมรับยังไม่ค่อยดี เชื่อว่าโค้ชมาโน่ ของไทยน่าจะมองเห็นและหาทางเข้าทำได้ จากประสิทธิภาพเกมรุกของเราที่ถือว่ามีความหลากหลาย  โดยเกมแรกที่จะไม่มี ธีราทร อาจจะมีผลอยู่บ้างแต่คงไม่มาก ซึ่งยังเชื่อว่าทีมชาติไทยเอาอยู่แน่ทั้งสองเกมที่พบกันน่าจะเอาชนะได้ "

ฝั่ง"โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย อดีตกุนซือทีมชาติไทยชุดเอเชียนคัพ 2019  ให้สัมภาษณ์ถึงการเจอกับอินโดนีเซียว่า " ทีมชาติไทยยุดนี้ถือว่าสมบูรณ์อย่างมาก มีผู้เล่นให้เลือกใช้งานเยอะ และยังสามารถที่จะทดแทนกันได้ในแต่ละตำแหน่งด้วย แม้ว่าอินโดนีเซียจะเล่นโต้กลับดี แต่เชื่อว่านักเตะไทยที่มีประสบการณ์สูงจะอยู่และคว้าแชมป์รายการนี้กลับบ้านได้ แต่เรื่องสกอร์ทั้งสองนักผมมองว่ายิงกันไม่ขาด "

ด้าน"โค้ชอู๊ด " สระราวุฒิ ตรีพันธ์ ผู้ฝึกสอนสโมสรการท่าเรือ เอฟซี แสดงทรรศนะว่า " ถ้าหากไม่ประมาทโอกาสเป็นแชมป์แทบจะร้อยเปอร์เซ็น แม้ว่าอินโดนีเซียชุดนี้จะเล่นกันมานาน มีทีเด็ดโต้กลับที่เฉียบคม ความคล่องตัวมีสูงก็ตาม แต่สไตล์บอลไทยที่เล่นอย่างมีวินัย ออกบอลให้เร็วอีกหน่อย เชื่อว่าจากผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูง ผสมดาวรุ่งที่แทนกันได้ไม่น่ามีปัญหาทีมชาติไทยแชมป์แน่นอนสกอร์นัดแรกอาจจะ 2-0 ส่วนนัดที่สองต้องดูตามสภาพความพร้อมอีกที "

ขณะที่ "โค้ชวัง " ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล จากทีมหนองบัวพิชญ เอฟซี ได้กล่าวถึงเกมกับอินโดนีเซียว่า " ดูการเล่นของอินโดนีเซียตั้งแต่รอบแรกค่อนข้างเพรสดี พวกเขาอายุยังน้อย เกมรุกโต้กลับเร็วทำได้ดี แต่เชื่อว่าทีมชาติไทยจะเอาอยู่ด้วยประสบการณ์ที่เก๋าเกมมากกว่า มีทางเลือกอาวุธที่จะใช้งานได้หลากหลายกว่าในเกมรุก หรือผู้เล่นที่จะทดแทนกันได้ดีกว่าสำหรับฟุตบอลที่เล่นกันสองนัด จะทำให้ทีมชิาตไทยได้เปรียบและมีสิทธิ์ชนะทั้งสองนัดคว้าแชมป์ได้"

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลรายการ "เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ" ทีมชาติไทย ได้แชมป์มากสุด 5 ครั้ง จากการเข้าชิงชนะเลิศทั้งหมดครั้ง 9 และครั้งนี้เป็นการลุ้นแชมป์สมัย 6 ขณะที่ทีมชาติอินโดนีเซีย ภายใต้การคุมทัพของกุนซือชาวเกาหลีใต้ "ชิน แต ยัง" ลุ้นแชมป์สมัยแรก หลังจากก่อนหน้าเคยผ่านเข้าชิงชนะเลิศ 5 ครั้ง แพ้รวดและเป็นการแพ้ให้กับทีมชาติไทยถึง 3 ครั้งด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
  • แมวมองไทยมีมึน! แปลกแต่จริง อินโดฯ เล่น 6 นัดแผนไม่ซ้ำหน้า
    ก่อนที่ทีมชาติไทยจะลงสนามพบกับทีมชาติอินโดนีเซียในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รายการ เอเอฟเอฟ แชมป์เปี้ยนส์ชิพ 2020 รอบชิงชนะเลิศที่จะลงทำการแข่งขัน 2 นัด ในวันที่ 29 ธ.ค.64 และ 1 ม.ค.65 ลองไปดูการจัดทัพของกุนซือชาวเกาหลีใต้ของทีมชาติอินโดนีเซีย ตลอด 6 เกมที่ผ่านมา ว่าใช้ใครลงสนามกันบ้างและผู้เล่นแกนหลักที่ยึดเป็นตัวจริงบ่อยๆ 6 นัดที่ผ่านมาใครคือแกนหลัก เป็นเสาหลักของทีม
  • สถิติไม่มีผล! มาโน่ ยันไม่ประมาทอินโดฯ ลั่นคว้าแชมป์แม้งานยาก
    มาโน่ โพลกิ้ง ลั่นไทยไม่ประมาทแม้สถิติข่มอินโดนีเซีย ยืนยันเร็วเกินไปการเป็นเบอร์ 1 อาเซียน ชี้เป้าคว้าแชมป์กลับบ้านให้ได้ แม้สองเกมจากนี้เป็นเกมยากก็ตาม
  • แข้ง"การูด้า"กำลังใจเยี่ยมได้เงินอัดฉีด500ล้านรูเปียห์หลังทะลุชิง
    กลุ่มนักธุรกิจอินโดนีเซีย รุดมอบเงินอัดฉีดให้ ส.ลูกหนังอินโดนีเซีย 500 ล้านรูเปียห์ หลังทะลุเข้ารอบชิงฯ ซูซูกิ คัพ 2020 ยืนยันบวกเงินเพิ่มอีกหนึ่งพันล้าน หากเผด็จศึกโค่นทีมชาติไทย ซิวบัลลังก์แชมป์อาเซียนครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของชาติได้สำเร็จ ขณะที่เลขา ส.บอลอิเหนา เตรียมนำโบนัส ก้อนแรกบินตรงไปสิงคโปร์ทันที เพื่อมอบให้นักเตะและโค้ช สร้างขวัญกำลังใจก่อนลงเตะรอบชิงฯ นัดแรก 29 ธ.ค.นี้
  • บีจีสะดุ้ง! แพทย์ทีมชาติไทยยัน ฉัตรชัย พักยาว 6-8 เดือน
    จากกรณีที่ "บอย" ฉัตรชัย บุตรพรม ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย ได้รับการบาดเจ็บรุนแรงในระหว่างการแข่งขัน เอเอฟเอฟ แชมเปี้ยนชิพ 2020 รอบรองชนะเลิศ นัดที่สองกับเวียดนาม จนไม่สามารถลงทำการแข่งขันต่อไปได้ ทางทีมแพทย์ได้ตรวจร่างกายโดยละเอียด และส่งตัวเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมโดยการทำ MRI ที่โรงพยาบาล พบว่าเอ็นไขว้หน้าเข่าซ้ายขาด

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »