ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » ยูฟ่า /ยูโรป้าลีก/ยูโรคัพ » ลิเวอร์พูล(อาจ)ไม่ง่ายอย่างที่คิด!วิเคราะห์โอกาสใครลิ่ว-ใครร่วงรอบ8ทีมสุดท้ายชปล.

ลิเวอร์พูล(อาจ)ไม่ง่ายอย่างที่คิด!วิเคราะห์โอกาสใครลิ่ว-ใครร่วงรอบ8ทีมสุดท้ายชปล.

Posted 19/03/2022 by siamsport

เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงทราบกันเป็นที่เรียบร้อย สำหรับผลการจับสลากประกบคู่รอบก่อนรองชนะเลิศศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2021/22 ที่มีขึ้นช่วงหัวค่ำเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งคู่บิ๊กแมตช์ในใจแฟนบอลหลายคนคงหนีไม่พ้นการดวลกันระหว่าง เชลซี แชมป์เก่า กับ เรอัล มาดริด ดีกรีแชมป์ 13 สมัย และนี่คือบทวิเคราะห์ (แบบไม่จริงจัง) ด้วยมุมมองส่วนตัวเบื้องต้น ที่จะชี้ให้เห็นว่า ในการดวลกันของ 4 คู่นี้ ใครมีโอกาสมากกว่ากัน ที่จะคว้าตั๋วเข้าไปลุยต่อในรอบตัดเชือก 

- เชลซี VS เรอัล มาดริด

     เพิ่งเจอกันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ครั้งนั้นเป็นการดวลกันในรอบรองฯ ซึ่ง เชลซี เป็นฝ่ายได้เฮ ด้วยสกอร์รวมสองนัด 3-1 ก่อนหลุดเข้าไปคว้าแชมป์ ทว่าการปะทะกันหนนี้ ดูแล้ว เรอัล มาดริด มีโอกาสมากกว่าเบาๆ เพราะปัญหานอกสนามที่เกิดขึ้นกับ เชลซี น่าจะส่งผลกระทบบ้างไม่มากก็น้อย แถมฟอร์มของ "ราชันชุดขาว" ฤดูกาลนี้ ถือว่ายอดเยี่ยมทั้งรุกและรับจริงๆ ส่วนเรื่องความเก๋าเกมนั้น ไม่ต้องพูดถึงอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือ คาริม เบนเซม่า ตอนนี้ดันเจออาการบาดเจ็บเล่นงานพอดี (แต่ดูแล้วไม่น่าหนัก) ดังนั้นถ้าหากเมื่อถึงวันลงเล่น เจ้าตัวอยู่ในสภาพที่พร้อม เรอัล มาดริด สามารถคาดหวังสกอร์จากเจ้าตัวได้แน่นอน แถมมี วินิซิอุส จูเนียร์ เป็นอีกหนึ่งตัวทีเด็ดด้วย

     มองภาพรวมทั้งด้านขุมกำลังนักเตะและตัวกุนซือ (โธมัส ทูเคิ่ล VS คาร์โล อันเชลอตติ) แทบไม่มีใครเหนือกว่ากัน เพียงแค่สถานการณ์ตอนนี้ เรอัล มาดริด ดูดีกว่า แถมได้เตะเกมเลกสองที่บ้านตัวเอง ดังนั้นเกมแรกที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ถือว่าสำคัญมาก เพราะถ้าหาก เชลซี สามารถคว้าชัยด้วยสกอร์สวยๆ พวกเขาก็มีโอกาสเช่นกัน  
 
     โอกาสเข้ารอบ : เชลซี 45% - เรอัล มาดริด 55%

 - แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS แอตเลติโก มาดริด

     รอบที่แล้ว แอต. มาดริด สามารถผ่าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาได้ และรอบนี้พวกเขาก็ต้องเจอกับอีกหนึ่งทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ ซึ่งหากมองกันแบบง่ายๆ แน่นอนว่า แมนฯ ซิตี้ เป็นต่ออยู่พอสมควร แต่ก็อย่างที่กุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พูดไว้หลังทราบผลการจับสลากนั่นแหละ ที่เจ้าตัวบอกว่า การเจอกับ "ตราหมี" นั้น แค่เล่นดีอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องเล่นให้ฉลาดด้วย
 
     อย่างที่ทุกคนได้เห็นกันมาตลอดว่า ทีมของกุนซือ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ อาจไม่ใช่ทีมที่เก่งสุด, เล่นสวยงามสุด หรือชอบเอาชนะคู่แข่งด้วยสกอร์ถล่มทลาย แต่พวกเขาเป็นทีมที่ไม่มีใครอยากเจอด้วย เพราะนอกจากเล่นด้วยยากแล้ว อาจจะต้องเจอการเล่นแบบตุกติกที่ยั่วให้อารมณ์เสีย อย่างไรก็ตาม หาก "เรือใบสีฟ้า" ไม่เจอปัญหานี้ และสามารถเล่นได้ตามเกมของตัวเอง ยังไงพวกเขาก็ดูดีกว่า "ตราหมี" อยู่ไม่น้อย และยิ่งถ้าหากเกมแรก พวกเขาเปิดบ้านถล่มได้ก่อน มันก็ยากที่จะตกรอบ เพราะฤดูกาลนี้ เป๊ป มุ่งมั่นสุดๆ ที่จะพาทีมคว้าแชมป์ยุโรปให้ได้ หลังจากที่ผิดหวังในรอบชิงฯ ฤดูกาลก่อน ถึงแม้สถานการณ์ในลีกตอนนี้ถูก ลิเวอร์พูล ไล่จี้แล้วก็ตาม

     โอกาสเข้ารอบ : แมนฯ ซิตี้ 65% - แอต. มาดริด 35%


 - บียาร์เรอัล VS บาเยิร์น มิวนิค

     ผลงานในลีกระยะหลังของ บาเยิร์น เอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่ในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก กลับเป็นอีกเรื่อง ขณะที่ บียาร์เรอัล ของกุนซือ อูไน เอเมรี่ ถึงแม้เป็นทีมที่แข็งแกร่งไม่ธรรมดา แถมรอบที่แล้วกล้าๆ บุกเขี่ย ยูเวนตุส ตกรอบถึงบ้าน แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้อนเน้นจริงๆ บาเยิร์น พลาดยากมาก

 "เสือใต้" ยุคกุนซือ ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ อาจมีจุดอ่อนอยู่ที่เกมรับ ที่มักจะเสียท่าบ่อยๆ เมื่อเจอกับทีมที่เล่นสวนกลับเก่งๆ แต่ถ้าหากพวกเขาเล่นด้วยความระวัดระวัง และบรรดาผู้เล่นแนวรุกอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, โธมัส มุลเลอร์, ลีรอย ซาเน่, แซร์จ นาบรี้ และ คิงส์เลย์ โกมัน ต่างเล่นได้เข้าฟอร์ม มันก็ยากที่จะมีใครมาต้านทานพวกเขา ดูแล้ว "เสือใต้" มีโอกาสปราบ "เรือดำน้ำสีเหลือง" ได้ทั้งเกมเหย้า-เยือนเลยทีเดียว
 
     โอกาสเข้ารอบ : บียาร์เรอัล 30% - บาเยิร์น มิวนิค 70%


 - เบนฟิก้า VS ลิเวอร์พูล

     สาวก "เดอะ ค็อป" หลายคนอาจมองว่า "หวานเจี๊ยบ" แต่บอกเลยว่า มันอาจไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อพิจารณาถึงโปรแกรมหนักๆ ที่ ลิเวอร์พูล ต้องเน้นทั้งใน พรีเมียร์ลีก และ เอฟเอ คัพ (หากผ่านเข้ารอบรองฯ ได้) กระนั้นหากมองภาพรวม แน่นอนว่า "หงส์แดง" ของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ดูเหนือกว่า เบนฟิก้า อยู่พอสมควร แถมเป็นทีมที่มีประสบการณ์โชกโชนในเกมใหญ่ๆ ของรายการนี้

     ส่วน เบนฟิก้า นั้น พวกเขาได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เป็นทีมที่ไม่อาจมองข้ามได้ หลังจากที่สามารถฝ่าด่าน อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย และที่สำคัญพวกเขามีตัวกองหลังที่มีประสบการณ์ พรีเมียร์ลีก อย่าง นิโกลัส โอตาเมนดี้ และ ยาน แฟร์ต็องเก้น ซึ่งน่าจะช่วยได้ไม่น้อยในการเจอกับ ลิเวอร์พูล อย่างไรก็ตาม หาก "หงส์แดง" ได้เล่นตามเกมของตัวเอง, มีการจบสกอร์ที่เด็ดขาด ไม่ยิงทิ้งยิงขว้าง และพยายามผิดพลาดในเกมรับให้น้อยที่สุด พวกเขาก็มีโอกาสดีที่จะผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือก และการได้เตะเลกสองที่ แอนฟิลด์ ถือเป็นข้อได้เปรียบสำหรับพวกเขาเช่นกัน

     โอกาสเข้ารอบ : เบนฟิก้า 40% - ลิเวอร์พูล 60%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »