ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » พรีเมียร์ลีก อังกฤษ » เรือใบไม่ยอมอัปปาง,นัดสุดท้ายชนะวิลล่าแชมป์ - 5 ข้อแมนซิตี้ไล่เจ๊าเวสต์แฮมสุดระทึก

เรือใบไม่ยอมอัปปาง,นัดสุดท้ายชนะวิลล่าแชมป์ - 5 ข้อแมนซิตี้ไล่เจ๊าเวสต์แฮมสุดระทึก

Posted 16/05/2022 by siamsport

แมนฯ ซิตี้ สะดุดหัวทิ่มเข้าให้บ้างเหมือนกันเมื่อออกไปไล่ตีเสมอ เวสต์แฮม อย่างฉุกละหุก 2-2 ในเกม พรีเมียร์ลีก ที่ ลอนดอน สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 พ.ค.ซึ่งเป็นอย่างที่เห็นกันว่าเกมมีโอกาสออกผลลัพธ์ได้ทุกรูปแบบจริงๆ
   
ไม่ว่าจะเป็น ขุนค้อน สมควรชนะเนื่องจากนำหน้าไปก่อนถึงสองประตู ขณะที่ เรือใบสีฟ้า ก็น่าจะได้สามแต้มเช่นกันหากว่า ริยาด มาห์เรซ จะสังหารลูกโทษไม่พลาด แต่ยังไงซะก็ต้องถือเป็นเรื่องดีสำหรับทีมจ่าฝูงที่แบ่งแต้มออกมาได้ ไม่เช่นนั้นฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้อาจต้องลุ้นแชมป์กันจนถึงการวัดผลต่างประตูได้เสียก็เป็นได้

1. แชมป์ยังอยู่ในมือของ แมนฯ ซิตี้

หลังจาก แมนฯ ซิตี้ ทำได้แค่เสมอ เวสต์แฮม 2-2 พวกเขายังนำเป็นจ่าฝูง แต่ลงเล่นมากกว่า ลิเวอร์พูล หนึ่งนัด และมีแต้มมากกว่า หงส์แดง ซึ่งเหลือโปรแกรมอีกสองนัดอยู่สี่แต้ม

เท่ากับว่าผลเสมอกับ เดอะ แฮมเมอร์ส ซึ่ง เรือใบสีฟ้า ทั้งเกือบแพ้และเกือบชนะเป็นหนึ่งแต้มที่มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับแชมป์เก่าที่ช่วยทำให้พวกเขายังมีโอกาสรักษาแชมป์ พรีเมียร์ลีก เอาไว้กับถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม ได้ต่อไป
   
ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะหากเกมนัดรองสุดท้ายของ หงส์แดง ในวันอังคารนี้ พวกเขาบุกไปแพ้ เซาธ์แฮมป์ตัน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็จะได้ฉลองแชมป์ลีกอังกฤษกันทันที พร้อมทั้งยุติฝันสีทองที่จะสร้างประวัติศาสตร์คว้าสี่แชมป์ของทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์ด้วยเนื่องจากรองจ่าฝูงจะยังไล่หลัง แมนฯ ซิตี้ สี่แต้มเช่นเดิม และเหลือเกมอีกทีมละนัด

อย่างไรก็ดี หาก ลิเวอร์พูล มีแต้มที่ เซนต์ แมรีส์ สเตเดี้ยม ไม่ว่าจะหนึ่งหรือสามแต้ม การตัดสินแชมป์ พรีเมียร์ลีก จะต้องไปวัดกันในนัดสุดท้ายของซีซั่นอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ แมนฯ ซิตี้ มีโปรแกรมเปิดบ้านต้อนรับ แอสตัน วิลล่า ซึ่งเกมเมื่อวันอาทิตย์ สิงห์ผงาด โดน คริสตัล พาเลซ บุกมาตีเสมอ 1-1

ส่วน ลิเวอร์พูล หลังเกมกับ นักบุญ พวกเขาจะเล่นในบ้านเช่นกันฟัดกับ วูล์ฟส์ ซึ่งมองดูแล้วทั้งคู่มีโอกาสชนะคู่แข่งไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

2. ตัวแปรอยู่ที่ แฟร์นานดินโญ่-เจอร์ราร์ด

แมนฯ ซิตี้ จะย่ามใจไม่ได้เป็นอันขาดแม้จะได้เล่นในบ้านปะทะกับ วิลล่า ในเกมสุดท้ายเนื่องจากการเสียสามกองหลังซึ่งกลับมาลงเล่นไม่ได้อีกแล้วเผยให้เห็นจุดอ่อนของพวกเขาอย่างชัดเจนในเกมบุกไปเยือน เวสต์แฮม

ดังจะเห็นว่า แฟร์นานดินโญ่ มิดฟิลด์วัย 37 ปีแก่เกินแกง และเชื่องช้าเกินกว่าที่จะรับมือกับแผงรุกความเร็วสูงของทีมคู่แข่งซึ่งเกือบทำให้ กวาร์ดิโอล่า หัวใจวายที่ ลอนดอน สเตเดี้ยม

และถ้าหากว่าถึงนัดสุดท้าย นาธาน อาเก้ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟดัตช์ยังสลัดอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าลงเล่นคู่กับ เอมเมอริค ลาปอร์กต์ แทน แฟร์นานดินโญ่ ไม่ได้ ก็เชื่อได้เลยว่ากองเชียร์ แมนฯ ซิตี้ คงต้องลุ้นกันชนิดใจหายใจคว่ำเหมือนเดิม

แถมต่อให้ดาวเตะหัวงูเก็งก็องฟิตกลับมาลงสนามได้ ก็ไม่รู้ว่าเขาจะช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับทีมเจ้าบ้านได้หรือเปล่าหลังจากร้างสนามไปนานพอดู อีกทั้งไม่ใช่ขาประจำของทีมที่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากเจ้านายให้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งไปกว่านั้น อย่าลืมว่าเกมสุดท้ายของ แมนฯ ซิตี้ จะเป็นการเปิดบ้านบู๊กับทีมของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตกัปตัน หงส์แดง ซะด้วย แล้วอย่างนี้มีหรือที่ เดอะ เจิด จะไม่กำชับลูกทีมให้บู๊สะบั้นหั่นแหลกซึ่งจะสร้างความกดดันให้กับแชมป์เก่าได้ไม่มากก็น้อย

ขณะเดียวกัน หากเผอิญว่าลงเอยแล้ว เรือใบสีฟ้า พลาดท่าป้องกันแชมป์ พรีเมียร์ลีก ไม่สำเร็จ พวกเขาคงนึกเจ็บใจที่ ริยาด มาห์เรซ ซัดลูกโทษพลาดจนทำให้ทีมเจ๊ากับ เดอะ แฮมเมอร์ส ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เสียหายอย่างแรงสำหรับทีมมหาเศรษฐี

3. ยังไม่มีครั้งแรกสำหรับ มอยส์

นับเฉพาะเกมใน พรีเมียร์ลีก เดวิด มอยส์ เคยปะทะกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มาทั้งสิ้นก่อนหน้านี้แปดนัด และปรากฏว่าผู้จัดการทีมเลือดวิสกี้ไม่เคยเป็นฝ่ายได้ไชโยเลยแม้แต่หนเดียว

แต่สำหรับเกมล่าสุด มอยส์ มีโอกาสแฮปปี้เป็นครั้งแรกสูงลิบเนื่องจาก เวสต์แฮม นำหน้า  แมนฯ ซิตี้ ไปก่อนถึง 2-0 ในครึ่งแรก แต่สุดท้ายเขาก็ยังไม่สมหวังอยู่นั้นเอง

อย่างไรก็ตาม ยังดีที่ เดอะ แฮมเมอร์ส ไม่ถึงกับแพ้เนื่องจาก ลูคัซ ฟาเบียนสกี้ เซฟลูกโทษจาก ริยาด มาห์เรซ ได้ไม่เปิดโอกาสให้ เรือใบสีฟ้า แซงชนะ 3-2

เท่ากับว่ารวมแล้วในเกม พรีเมียร์ลีก 11 ครั้งหลังสุดที่ มอยส์ คุมทีมบู๊กับ แมนฯ ซิตี้ ทั้งสมัยเป็นนายใหญ่ทีม แมนฯ ยูไนเต็ด , ซันเดอร์แลนด์ และ เวสต์แฮม เขาพ่ายให้กับ เรือใบสีฟ้า มากถึง 9 ครั้งเลยทีเดียว

4. แค่  โบเว่น คนเดียวก็เสียวได้

ไม่ใช่ซิ ต้องบอกว่า มิคาอิล อันโตนิโอ อีกคนที่เป็นสองขุนพลทีม เวสต์แฮม ที่เกือบทำให้ แมนฯ ซิตี้ บุกมาเสียท่าที่ ลอนดอน สเตเดี้ยม

โอเคล่ะว่าทีมของ กวาร์ดิโอล่า ครองบอลได้เหนือกว่าซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาอยู่แล้ว แต่มันไม่ใช่ประเด็นที่การันตีว่าพวกเขาจะชนะฝ่ายตรงข้ามได้เสมอไป

อย่างในเกมกับ เดอะ แฮมเมอร์ส ตลอด 90 นาที ทีมเจ้าบ้านมีโอกาสส่องยิงแค่ 6 ครั้งก็จริง แต่  โบเว่น อาศัยการเล่นเกมรับที่สะเพร่าของ แมนฯ ซิตี้ ส่งบอลผ่าน เอแดร์ซอน ได้ก่อนถึงสองตุง

และจะว่าไป เวสต์แฮม ทำเสียวในเกมได้อีกหลายหนด้วย แม้จะล้มทีมเงินถังไม่ได้ แต่อย่างน้อย โบเว่น ซึ่งเคยโดนลือกับทีมใหญ่พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาเป็นสินค้าที่น่าช็อปปิ้งไม่น้อยไปกว่า ดีแคลน ไรซ์ กองกลางคนดังของ เดอะ แฮมเมอร์ส สักเท่าไหร่เลย

และจากสองประตูที่ยิงใส่ แมนฯ ซิตี้ ได้ ทำให้ โบเว่น คลำเป้าในซีซั่นนี้ได้เป็นประตูที่ 18 แล้วจากทุกรายการหลังสร้างชื่อเป็นดาวเตะ ขุนค้อน ที่ทั้งยิง และแอสซิสต์ ได้อย่างน้อยสิบประตูในซีซั่นเดียวกันของ พรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ เปาโล ดิ คานิโอ ฝากผลงานเอาไว้ในซีซั่น 1999/2000 โดยในซีซั่นที่ว่านี้ อดีตดาวดังอิตาเลี่ยนพังประตูได้ 17 เม็ด

5. กู๊ดบาย  โนเบิ้ล

หลังจากเข้ามาอยู่กับสโมสรตั้งแต่อายุ 13 ปี และสวมยูนิฟอร์ม เดอะ แฮมเมอร์ส มาตั้งแต่ปี 2000 สมัยเล่นให้กับทีมเยาวชนก่อนขยับขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในอีกสี่ปีต่อมาในวัย 17 ปี โนเบิ้ล ก็ตัดสินใจรีไทร์จากอาชีพพ่อค้าแข้งหลังจบซีซั่นนี้ในวัย 35 ปี

และขณะที่เวลาดำเนินไปถึงนาทีที่ 77  มอยส์ กุนซือสกอตต์ก็ตัดสินใจให้เกียรติกับมิดฟิลด์จอมเก๋าด้วยการเปลี่ยนตัวลงเล่นแทน มานูเอล ลันซินี่ ให้สัมผัสกับเกมเหย้าเป็นการสั่งลาเนื่องจากนัดปิดซีซั่นในสุดสัปดาห์หน้าทีมเมืองกรุงมีคิวบุกไปเยือน ไบรท์ตัน

ต่อการลงสนามในเกมบู๊กับ แมนฯ ซิตี้ โนเบิ้ล จึงได้รับใช้สโมสรเป็นเกมที่ 549 รวมเวลาทั้งหมด 18 ปีที่เขาลงเล่นให้กับต้นสังกัดเป็นอีกหนึ่งนักเตะในตำนาน "one club man" อย่างแท้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »