ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » ลีกคัพอื่นๆ » โปรตุเกส v สหรัฐฯ: ปฏิบัติการมะกันจับตาย"เจ็ทโด้"

โปรตุเกส v สหรัฐฯ: ปฏิบัติการมะกันจับตาย"เจ็ทโด้"

Posted 22/06/2014 by siamsport

โปรตุเกส v สหรัฐฯ: ปฏิบัติการมะกันจับตาย

"โรนัลโด้ + 10" คือสมการที่แทนค่าออกมาได้เป็นทีมชาติโปรตุเกสชุดปัจจุบัน

ทีมๆนี้ถูกสร้างขึ้นโดยมี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซุป'ตาร์แนวรุกดีกรีบัลลงดอร์เป็นสารตั้งต้น  
 
อัน ที่จริงแล้วทีม "ฝอยทอง" ชุดนี้ก็ไม่ได้มีแต่คริสเตียโน่ โรนัลโด้เพียงคนเดียวที่จะฝากความหวังไว้ได้ แต่การขาดหายไปของทั้ง เปเป้ (โดนแบน), ฟาบิโอ โกเอนเตรา (เจ็บยาวถอนตัวแล้ว), อูโก้ อัลเมยด้า (พัก 10 วัน) และ รุย ปาตริซิโอ (ต้นขา) จึงทำให้ภาระตกมาอยุ่บนบ่าเพียง 2 ข้างของโรนัลโด้อีกครั้ง
 
จากความพ่ายแพ้ต่อ เยอรมัน ในเกมแรก แถมเป็นการพ่ายแพ้แบบหมดรูปดังกล่าวนั้น ทำให้เกมนี้พวกเขาต้องเล่นอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อต่อลมหายใจเข้ารอบ และถ้าเกิดหกล้มพลาดท่าก็หมายความว่าต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านทันที
 
เจอร์เก้น คลินส์มันน์ ตระหนักดีว่ายอดทีมจากคาบสมุทรไอบีเรียนหมายมั่นปั้นมือจะเก็บชัยชนะในเกม นี้ให้ได้ และความหืดกระหายจากความพ่ายแพ้ในเกมที่แล้วจะทำให้ลูกทีม "เดอะ แย้งค์ส" ต้องพบกับความลำบากแน่นอน
 

 
แมวเพชร ส่องบอลโลก : ฝอยทอง ปิดประตูแพ้

บิ๊กจ๊ะเจาะบอลโลก : สหรัฐฯ - โปรตุเกส

 คำถามที่ตามมาก็คือ ทำอย่างไรพวกเขาจึงจะหยุด โรนัลโด้ แอนด์ โค ที่กลายร่างเป็นสัตว์ป่าบ้าเลือดอยู่ในตอนนี้ได้ ???
 
 แน่ นอน ถ้าหากขุนพลฝอยทองอยู่ในสภาพความพร้อมแบบ 100 เปอร์เซนต์ คงเป็นเหมือนการฆ่าตัวตายที่ต้องไปเปิดเกมรุกใส่ทีมที่มีเกมโต้กลับเร็วที่ ดีที่สุดในโลก
 
 การขาดหายไปของ ฟาบิโอ โกเอนเตรา เป็นข้อได้เปรียบของอเมริกา
 
 ด้วยสถานการณ์ที่เหนือกว่า คลินส์มันน์ สามารถสั่งให้ลูกทีมลงมาแพ็คเกมรับแล้วรอจังหวะโต้กลับด้วยผู้เล่นแผนกริมเส้น
 
 ทั้ง อเลฮานโดร เบโดย่า และแกรม ซูซี่ ล้วนเป็นแนวรุกที่สันทัดกรณีนี้แทบทั้งสิ้น เชื่อว่าตัวรุกฝีเท้าพระกาฬเหล่านี้จะสามารถกดดันทั้ง อันเดร อัลเมยด้า ที่จะลงมาเสียบแทน ฟาบิโอ โกเอนเตรา รวมถึง ชูเอา เปเรยร่า ที่มีใบเหลืองติดตัวได้อย่างแน่นอน
 
 สืบเนื่องจากการเล่นวิธีแรก สหรัฐจำเป็นต้องมีตัวคุมจังหวะที่ดี ซึ่งจะต้องเป็นคนคอยเปลี่ยนเกมจากรับเป็นรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในที่นี้หมายถึง ไมเคิ่ล แบรดลี่ย์
 
 กองกลางหัวเหม่งทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจในเกมกับกานา เกมนี้อดีตกองกลางโรม่าต้องเรียกคืนฟอร์มเพื่อเป็นแกนหลักในการตอบโต้โปรตุเกส
 
 สหรัฐฯ เลือกเล่นระบบ 4-4-2 ในเกมกับทีมดาวดำ ซึ่งการขาดหายไปของมิดฟิลด์ตัวริมเส้น รวมถึงการไม่เปิดโอกาสให้แบ็กซ้าย-ขาวเติมเกมขึ้นมา ทำให้ แบรดลี่ย์ มีทางเลือกเดียวที่จะขึ้นเกมคือต้องเจาะตรงกลาง และนั่นก็ยิ่งเข้าทางคู่ต่อสู้
 
 ยุทธวิธีที่ควรจะเป็น คือให้ แบรดลี่ย์ ใช้ความสามารถในการครองบอลชั้นเลิศเก็บบอลและครองบอลไว้กับฝ่ายตัวเองให้มาก ที่สุด จากนั้นเปิดเกมออกทางริมเส้น แล้วพยายามดึงให้แบ็กซ้ายและขวา อย่าง ฟาเบียน จอห์นสัน และดามาคัส บีสลี่ย์ เติมเกมขึ้นมา
 
 อย่างไรก็ตาม วิงแบ็กของสหรัฐฯไม่ควรเติมเกมจนละเลยหน้าที่ประจำของตน โดยเฉพาะในรายของ ดามาคัส บีสลี่ย์
 
 ตามตำแหน่งแล้ว บีสลี่ย์ จะต้องเผชิญหน้ากับ นานี่ อีกหนึ่งมิดฟิลด์ความเร็วสูง
 
 น้องหนูนาจะต้องอาศัยข้อดีของตัวเองตรงนี้ในการโจมตีบีสลี่ย์ที่เชื่องช้ากว่าอย่างแน่นอน
 
 ดู ได้จากสถิติการขึ้นเกมของ โปรตุเกส ในเกมกับเยอรมัน 53 เปอร์เซนต์ ของการโจมตีทั้งหมดเป็นการขึ้นเกมทางฝั่งขวา ขณะที่ 19 เปอร์เซนต์เกิดขึ้นทางฝั่งซ้าย ซึ่งนั่นก็หมายความว่า บีสลี่ย์ อาจต้องอยู่ประจำการที่หลังบ้านมากกว่าการช่วยทีมเติมเกม
 
 ส่วนอีกฟากหนึ่ง ฟาเบียน จอห์นสัน จะต้องปะทะคารมณ์กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้
 
 แต่ "ซีอาร์ 7" ไม่ได้ยืนประจำการทางริมเส้นเท่านั้น เขามักจะหุบเข้าในเพื่อเข้ามาทำประตู และมันก็เป็นโอกาสดีที่ จอห์นสัน จะใช้โอกาสตรงนี้เติมเกมขึ้นมาช่วยเกมรุก
 
 ภาระหนักตรงนี้จะตกไป อยู่ในพื้นที่หน้าปากประตูของสหรัฐฯ ซึ่ง เจฟฟ์ คาเมร่อน จะต้องประสานแบบดับเบิ้ลทีมกับ ไคล์ เบ็คเคอร์มัน ในการถอยลงมาบีบพื้นที่โรนัลโด้ แล้วจึงมอบใบอนุญาตให้ จอห์นสัน เติมเกมขึ้นไปได้
 
 การตีกรอบกระชับพื้นที่ให้ โรนัลโด้ รู้สึกอึดอัดมากที่สุดจึงน่าจะเป็นอีกวิธีการที่ดีที่สุดในการหยุดโรนัลโด้
 
 การขาดหายไปของ โจซี่ อัลติดอร์ ทำให้ เจอร์เก้น คลินส์มันน์ ไม่ลังเลที่จะใส่กองกลางเพิ่มเป็น 5 ตัว
 
 คลินซี่ ต้องปล่อยให้ เด็มพ์ซี่ย์ ยืนเป็นหัวหอกคนเดียว แล้วส่ง ไคล์ เบ็คเคอร์มัน ลงเล่นมิดฟิลด์ตัวรับกับ เจอร์เมน โจนส์
 
 ไมเคิ่ล แบรดลี่ย์ เป็นห้องเครื่องขับเคลื่อนเกม โดยมี แกรม ซูซี่ และอเลฮานโดร เบโดย่า ประจำการริมเส้น
 
 อีก หนึ่งทางเลือกคือการขยับเอา คลินท์ เด็มพ์ซี่ย์ ลงมาเล่นเป็นกองกลาง แล้วใส่ คริส วอนโดลอฟสกี้ หรือ แอรอน โยฮันส์สัน ลงมาเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้า
 
 แผนดังกล่าวสามารถปรับไปเป็น 4-2-2-1-1 อย่างในเกมที่เจอกับกานาได้ แต่ควรจะเป็นในรูปแบบที่มีมิดฟิลด์ริมเส้นมากกว่าแบบไดมอนด์
 
 ยุทธการ ที่ได้กล่าวมาข้างต้น จะทำให้มิดฟิลด์ยืนดาหน้ารับเกมบุกโปรตุกีสถึง 6 คน และจะมีอย่างน้อย 3 คนที่คอยจับตาทุกความเคลื่อนไหวของโรนัลโด้
 
 แน่ นอนว่าการต้องลงทำศึกกับขุนพลนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คงเป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดเขาไม่ให้สร้างความอลหม่านได้
 
 แต่ มันคงจะดีกว่าที่จะจำกัดพื้นที่และไม่ให้บอลไปถึงโรนัลโด้ซึ่งก็น่าจะเพียง พอที่ทำให้โปรตุเกสพบความลำบากในการทำเกมได้อย่างที่ตั้งใจ
 
 แผนการ นี้อาจไม่ใช่หนทางที่ดีที่สุดสำหรับสหรัฐฯ ทว่ามันก็คงจะดีกว่าที่จะลงไปรอตั้งรับเพื่อโดนสาวหมัดใส่ฝ่ายเดียวอย่างใน เกมกับกานา
 
 สหรัฐอเมริกา มีแนวรับที่สามารถเติมเกมในได้ดีอย่าง ดามาคัส บีสลี่ย์ และฟาเบียน จอห์นสัน ถ้าหากปล่อยให้ทั้งสองหน่อเหี่ยวตายด้วยการอยู่เฝ้าแต่หลังบ้านคงไม่มี ประโยชน์อันใด
 
 ไคล์ เบ็คเคอร์มัน และเจอร์เมน โจนส์ จะต้องช่วยถอยลงมาประสานงานกับ แม็ตต์ เบสเลอร์ และเจฟฟ์ คาเมร่อน ในการตีกรอบจำกัดพื้นที่ โรนัลโด้ และเชื่อว่า แล้วปล่อยให้ บีสลี่ย์ และจอห์นสัน ดันเกมได้อย่างอิสระ
 
 บางทีทีมที่ชื่อชั้นดีกว่าอาจไม่ได้เป็นผู้ชนะเสมอไป... 

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »