ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » พรีเมียร์ลีก อังกฤษ » ต้อนรับ "เดอะ ค็อป" คืนสนาม ! ผ่า 5 ประเด็นก่อนเกม ลิเวอร์พูล ดวล วูล์ฟส์

ต้อนรับ "เดอะ ค็อป" คืนสนาม ! ผ่า 5 ประเด็นก่อนเกม ลิเวอร์พูล ดวล วูล์ฟส์

Posted 05/12/2020 by siamsport

    เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ลิเวอร์พูล มีคิวต้องนำลูกทีมรับมือ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สนามแอนฟิลด์ วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคมนี้ โดยไฮไลท์สำหรับคงหนีไม่พ้นการที่จะได้เห็นสาวก "เดอะ ค็อป" กลับเข้ามาชมเกมในสนามอีกครั้ง
    แมตช์นี้ "หงส์แดง" ได้รับข่าวดีเมื่อ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับ นาบี เกอิต้า สภาพร่างกายฟิตและกลับมาลงสนามซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้ว ฉะนั้นหากไม่เกิดอาเพศอะไรแฟนบอลคงได้เห็นทั้งสองคนลงประจำการในสนามแน่นอน

    ส่วนที่น่าผิดหวังก็คือกรณีของ อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูมือ 1 ที่ คล็อปป์ ยอมรับว่าสภาพร่างกายอาจไม่พร้อมทำหน้าที่เฝ้าเสาในเกมสุดสัปดาห์นี้ และมีความเป็นไปได้สูงที่ ควีวิน เคลเลเฮอร์ โกลวัยละอ่อน จะได้รับความไว้วางใจให้ลงทำหน้าที่แทน หลังโชว์ความหนึบในเกมเฉือน อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา 
 

1. เทรนต์-เกอิต้า กลับมาแล้ว
    หนึ่งในเรื่องที่น่ายินดีสำหรับสาวก "เดอะ ค็อป" ก็คือการที่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ นาบี เกอิต้า กลับมาลงสนามฝึกซ้อมร่วมกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้ว และแน่นอนว่านี่คือสัญญาณที่ดีเยี่ยมที่จะได้เห็นแข้งสำคัญกลับมาลงสนามช่วยทีมสุดสัปดาห์นี้

 

    ช่วงที่ผ่านมาแบ็กขาวของ "หงส์แดง" ทำผลงานไม่ค่อนน่าอภิรมย์มากนัก เพราะ เนโก วิลเลี่ยมส์ ที่ลงมาทำหน้าที่แทน ยังมีฟอร์มไม่ค่อยคงที่ เพราะทั้งเกมรุกและเกมรับ เจ้าหนูเลือดเวลส์ยังทำผลงานไม่ค่อยคงเส้นคงวา แม้ล่าสุดเจ้าตัวจะแอสซิสต์ให้ เคอร์ติส โจนส์ ยิงประตูชัยดับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ก็ตาม


    ฉะนั้นการที่ "เจ้าหนูเทรนต์" ฟิตสมบูรณ์ย่อมเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้เกมบุกทั้งแบ็กซ้ายและขวาของ ลิเวอร์พูล น่ากลัวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเล่นลูกตั้งเตะไม่ว่าจะเป็นฟรีคิก หรือเตะมุม อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ สามารถสร้างความแตกต่างได้

 

    ส่วนกรณีของ เกอิต้า ถ้าหากไม่มีปัญหาอะไรแน่นอนว่า คล็อปป์ คงจับลงสนามเป็นตัวจริงแทน จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม เพราะดาวเตะเลือดดัตช์กรำศึกหนักติดต่อกันมาหลายเกมนี้ และตอนนี้ดูเหมือนเขาจะต้องพักร่างกายบ้าง ก่อนที่จะโดนโรคเดี้ยงเล่นงานอีกราย

 

2. หาก อลีสซง ไม่ฟิต แล้วใครจะลงเฝ้า ?
    การที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ ไม่ได้ลงสนามในเกมล่าสุดที่ชนะ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูล รู้สึกหวั่นใจอย่างยิ่งว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อเกมพรีเมียร์ลีก ที่จะต้องรับมือ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส สุดสัปดาห์นี้ เพราะ "หงส์แดง" ต้องเลือกใช้งาน อาเดรียน หรือ ควีวิน เคลเลเฮอร์ ทำหน้าที่เฝ้าเสา

    นายด่านทีมชาติบราซิล เป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่ช่วยทำให้เกมรับของ ลิเวอร์พูล แข็งแกร่ง เพราะเป็นโกลที่ไม่ค่อยทำเรื่องผิดพลาด ต่างจาก อาเดรียน ที่มักจะออกลูกโฉ่งฉ่างจนเป็นเหตุให้ทีมต้องเสียประตูในหลายๆ เกม โดยที่เห็นได้ชัดก็คือแมตช์ที่แพ้ยับไม่นับญาติ แอสตัน วิลล่า 2-7

 

    ขณะที่ เคลเลเฮอร์ อาจจะมีประสบการณ์น้อยนิดแต่ดูเหมือน คล็อปป์ ค่อนข้างจะให้โอกาสกับเขาในการทำหน้าที่สำคัญ อย่างเกมล่าสุดที่นักเตะได้ลงเฝ้าเสาในเกมเปิดซิง แชมเปี้ยนส์ ลีก และเจ้าตัวก็ตอบแทนความเชื่อมั่นของ "เจ้านาย" ด้วยการโชว์เซฟสำคัญหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงนาทีสุดท้ายที่ปัดลูกโหม่งระยะเผาขนของ คลาส ยาน ฮุนเตลลาร์ ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

    ก่อนหน้านี้ คล็อปป์ ออกมายอมรับว่าอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อของ อลีสซง อาจจะทำให้เขาชวดเฝ้าเสาให้กับทีมในเกมดวล "หมาป่า" แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องรอลุ้นสภาพความฟิตจนนาทีสุดท้าย แต่หาก นายด่านมาดเข้มเล่นไม่ได้จริงๆ งานนี้คาดว่า เคลเลเฮอร์ คงได้รับความไว้วายใจให้เฝ้าเสา มากกว่า อาเดรียน แหงๆ 
   
3. โจนส์ ลงตัวจริงต่อเนื่อง
    ต้องบอกเลยว่าหนึ่งในดาวรุ่งที่มีพัฒนาการโดดเด่นอย่างมากในเวลานี้ก็คือ เคอร์ติส โจนส์ เพราะนักเตะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จน คล็อปป์ ไว้วางใจให้ลงทำหน้าที่แดนกลางร่วมกับนักเตะกำลังสำคัญทั้ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ไวจ์นัลดุม และนาบี เกอิต้า

    ในช่วงที่ผ่านมาแผงมิดฟิลด์ของ "เดอะ เร้ดส์" โดนโรคเดี้ยงเล่นงานทั้ง ติอาโก้ อัลกันตาร่า, เจมส์ มิลเนอร์, เซอร์ดาน ชากีรี่, อเล็กซ์ อ็อดซ์เลด-แชมเบอร์เลน และ เกอิต้า ทำให้ โจนส์ ต้องลงไปช่วยทีมในช่วงที่ผ่านมา และนักเตะก็ทำผลงานได้น่าประทับใจ ล่าสุดก็ซัดประตูโทนในเกมชนะ อาแจ็กซ์ ซะด้วย

 

    แมตช์รับมือ วูล์ฟส์ มีความเป็นไปได้สูงที่ คล็อปป์ จะใช้งานนักเตะต่อ เพราะเขาอาจจะต้องตัดสินใจพัก ไวจ์นัลดุม ที่ลงเล่นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายๆ เกมที่ผ่านมา จนทำให้ตอนนี้ร่างกายของเขากรอบเหมือนกับข้าวเกรียบไปแล้ว ฉะนั้นหากขืนทู่ซี้จับลงเล่นอีก มีหวังได้รับบาดเจ็บแหงๆ

     โจนส์ กลายเป็นนักเตะ ลิเวอร์พูล อายุน้อยที่สุดอันดับ 3 ที่ทำประตูในเกมฟุตบอลถ้วยยุโรปได้ด้วยในวัยเพียงอายุ 19 ปี เท่านั้น และแน่นอนว่า กุนซือเลือดด๊อยท์ช คงจะให้โอกาสเขาลงสนามประสานงานในแดนกลางร่วมกับ "กัปตันเฮนโด้" และ เกอิต้า ที่หายเจ็บกลับมาฟิต ในแมตช์วันอาทิตย์นี้

4. เห็น ฟาน ไดค์ แล้วชื่นใจ
    สำหรับตอนนี้คงไม่มีอะไรจะแฮปปี้ไปกว่าการที่ได้เห็น เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง กลับมายังสนามซ้อมใหม่  แอ็กซ่า เทรนนิ่ง เซนเตอร์ เพื่อเริ่มต้นขั้นตอนการทำกายภาพบำบัด หลังเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่าเมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

    แน่นอนว่าการที่ ฟาน ไดค์ ปรากฎตัวให้เห็นแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่าเขาจะกลับมาฟิตสมบูรณ์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่มันเป็นการส่งสัญญาณที่ดีเยี่ยมให้กับเพื่อนร่วมทีมได้รับรู้ว่า ปราการหลังชาวดัตช์ กำลังจะกลับมาช่วยคุมแผงแบ็กโฟร์ให้กับ "เดอะ เร้ดส์" ในเร็ววันนี้

 

    ที่สำคัญ ฟาน ไดค์ เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของบรรดาขุนพล "หงส์แดง" และการที่ได้เห็นเขากลับมาอยู่ในศูนย์ฝึกซ้อมแม้จะเป็นการเข้ารับการบำบัดเพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังการผ่าตัด แต่มันก็ช่วยทำให้ทุกๆ คนในทีมรู้สึกมีกำลังใจ และเพิ่มความมุ่งมั่นที่อยากจะทำผลงานให้ดีที่สุด เพื่อเป็นของขวัญช่วงใกล้คริสต์มาส และปีใหม่

    สำหรับตอนนี้คงต้องรอลุ้นกันว่าการฟื้นฟูร่างกายของ ฟาน ไดค์ จะออกมาเป็นอย่างไร แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คืออย่างรีบเร่งกดดันให้นักเตะกลับมาลงสนามทั้งๆ ที่ยังไม่สมบูรณ์ เพราะมันอาจจะส่งผลเสียระยะยาวทั้งกับตัวนักเตะ และ ลิเวอร์พูล ด้วย

5. ต้อนรับสาวก "เดอะ ค็อป" คืนสู่แอนฟิลด์
    สำหรับอีกไฮไลท์สำหรับเกมรับมือ วูล์ฟแฮมป์ตัน ก็คือการที่สนามแอนฟิลด์ จะได้ต้อนรับแฟนบอลกลับมาส่งเสียงเชียร์ในสเตเดี้ยม เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ที่มีการล็อกดาวน์จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

    ด้วยการที่ ลิเวอร์พูล ถูกจัดอยู่ในระดับ 2 คือมีการแพร่เชื้อในระดับปานกลางทำให้ รัฐบาลเปิดไฟเขียวให้เหล่าสาวก "เดอะ ค็อป" สามารถกลับเข้ามาในสนามได้ แต่จำกัดเพียงแค่ไม่เกิน 2,000 คนเท่านั้น พร้อมกับต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด และสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอด

    การที่ได้รับอนุญาตให้กลับมาชมเกมฟุตบอลแบบสดๆ ในสนามทำให้แฟนบอลเจ้าบ้านหัวใจพองโต แม้ว่าจะแค่ 2,000 คน แต่ก็เป็นจำนวนที่เยอะพอสมควร และถือเป็นกำลังใจสำคัญสำหรับนักเตะ "หงส์แดง" เพราะการได้เห็นแฟนบอลอยู่ในสนามมันทำให้พวกเขามีความฮึกเหิมในการเล่นมากกว่าการเห็นสนามโล่งๆ ที่ดูแล้วห่อเหี่ยวหัวใจ

    ที่สำคัญหากทีมสามารถเก็บชัยชนะ (หรือเสมอ) ยังเป็นการยืดสถิติไม่แพ้ใครในบ้านเกมพรีเมียร์ลีก ออกไปอีก โดยปัจจุบันพวกเขาทำสถิติไร้พ่ายในแอนฟิลด์ 64 แมตช์ และหากชนะก็ถือเป็นของขวัญเพื่อต้อนรับแฟนบอลกลับคืนสู่สนามอีกครั้งในรอบกว่า 8 เดือน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »