ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » พรีเมียร์ลีก อังกฤษ » ซาลาห์อยู่ตรงไหน? จัดอันดับ10 ยอดดาวยิงของลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีก

ซาลาห์อยู่ตรงไหน? จัดอันดับ10 ยอดดาวยิงของลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีก

Posted 19/10/2021 by siamsport

นาทีนี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กำลังได้รับการชื่นชมมากเป็นพิเศษว่าเก่งกาจเกินหน้าเกินตาสองดาวยิงขั้นเทพแห่งยุคอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไปแล้ว
     แต่ช้าก่อน แม้สตาร์ทีมชาติอียิปต์จะพังประตูให้ ลิเวอร์พูล ได้เป็นเข่ง แต่หากจะเทียบกับอดีตหัวหอก หงส์แดง รายอื่นๆ คุณคิดว่า ซาลาห์ จะอยู่ในอันดับไหน

     ต้องบอกกันก่อนว่าทำเนียบท๊อปเทนนี้ไม่ขอนับรวมมิดฟิลด์อย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ยอดกองกลางจอมกระซวกตาข่ายเนื่องจากเราเน้นไปที่กองหน้าเท่านั้น

     และนี่คือ 10 ยอดดาวซัลโวของ ลิเวอร์พูล นับตั้งแต่ พรีเมียร์ลีก ก่อกำเนิดขึ้นในซีซั่น 1992/93


 - ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (1993-2001 , 2006-07)

 เกม : 266

 ประตู : 128

 แอสซิสต์ : 30

 ประตูต่อนาที : 158

     ไม่มีนักเตะ ลิเวอร์พูล คนไหนสอยตาข่ายใน พรีเมียร์ลีก ได้มากไปกว่า ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อีกแล้ว และเขาเป็นคนเดียวในทีมที่ยิงประตูในลีกได้มากกว่า สตีวี่ จี (504 นัด 120 ประตู)

     ด้วยเหตุนี้ สาวก หงส์แดง จึงมอบฉายา "ก็อด" ให้กับกองหน้าอิงลิชฐานที่มีลีลาการล่าตาข่ายอย่างเป็นธรรมชาติ และรวมทุกรายการติดอยู่ในอันดับหกดาวซัลโวสูงสุดของสโมสร

     บางที ฟาวเลอร์ น่าจะส่องประตูได้มากกว่านี้หากไม่มีปัญหาการบาดเจ็บเป็นอุปสรรคช่วงที่มีอายุ 22 ปีเนื่องจากก่อนหน้านั้น เขาทะลวงประตูได้ 83 ลูกจากจำนวนทั้งหมด 128 ลูก

 

 - ไมเคิ่ล โอเว่น (1996-2004)

 เกม : 216

 ประตู : 118

 แอสซิสต์ : 30

 ประตูต่อนาที : 143

     เป็นอีกรายเช่นเดียวกับ ฟาวเลอร์ ที่น่าจะเช็คบิลได้มากกว่านี้หากไม่เผอิญล้มเจ็บขึ้นมาซะก่อน แต่ที่แน่ๆ โอเว่น เป็นคนเดียวในถิ่น แอนฟิลด์ ที่ได้รางวัล บัลลงดอร์ ในปี 2001 อันเป็นปีที่ เร้ด แมชีน กวาดแชมป์ไปเชยชมมากถึงห้ารายการ

     ด้วยความเร็วที่หาตัวจับยาก และเป็นอาวุธร้ายในการพังประตูคู่แข่ง จึงมีเพียง ฟาวเลอร์ และ เจอร์ราร์ด เท่านั้นที่ทำสกอร์ใน พรีเมียร์ลีก ได้มากกว่าเขา แต่ก็ให้น่าเสียดายที่เจ้าของนิคเนม "เบบี้โกล" ย้ายไปหากินกับ เรอัล มาดริด ในวัย 24 ปี และไม่ได้กลับมารับใช้สโมสรอีก

     เท่านั้นไม่พอ หัวหอกฉบับกระเป๋ายังบันดาลโทสะให้กับแฟนบอล เร้ด แมชีน อีกต่างหากกับการย้ายไปค้าแข้งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อริเบอร์หนึ่งในบั้นปลายอาชีพ และได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ไปประดับบารมีสมใจ

 

 - โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (2017-ปัจจุบัน)

 เกม : 153

 ประตู : 102

 แอสซิสต์ : 37

 ประตูต่อนาที : 126

     ย้ายมาจาก โรม่า ในซีซั่น 2017/18 และผงาดเป็นดาวยิงที่อันตรายที่สุด ณ นาทีนี้ของ พรีเมียร์ลีก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

     ก่อนจะมี ซาลาห์ อยู่ในสังกัด ลิเวอร์พูล ไม่มีโทรฟี่ประดับตู้โชว์เลยแม้แต่ใบเดียวนานถึงห้าปีโดยทำได้แค่คว้าโควต้าลงเล่นฟุตบอล แชมเปี้ยนส์ลีก เท่านั้น

     แต่แล้วในซีซั่นที่สองของเขากับ เครื่องจักรสีแดง เขาก็พาทีมซิวถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก และซีซั่นถัดมาก็เป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก หนแรกของสโมสร แถมโดยส่วนตัว สตาร์แอฟริกันยังได้รางวัลรองเท้าทองคำสองสมัยอีกด้วย

 

 - ซาดิโอ มาเน่ (2016- ปัจจุบัน)

 เกม : 170

 ประตู : 79

 แอสซิสต์ : 27
 
 ประตูต่อนาที : 175

     ย้ายมาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ก่อนหน้า ซาลาห์ หนึ่งซีซั่น และประสบความสำเร็จไม่แพ้เพื่อนร่วมอาชีพชาวแอฟริกันโดยได้ครองรางวัลรองเท้าทองคำของ พรีเมียร์ลีก ในซีซั่น 2018/19 ร่วมกับ ซาลาห์ และ ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมย็อง จากจำนวน 22 ประตูเท่ากัน

     มีอายุแก่กว่าดาวเตะชาวไอยคุปต์สองเดือน และเป็นรอง ซาลาห์ เล็กน้อยทั้งในแง่จำนวนประตู แอสซิสต์ และเรตการคลำเป้า

 

 - หลุยส์ ซัวเรซ (2011-14)

 เกม : 110

 ประตู : 69

 แอสซิสต์ : 23

 ประตูต่อเกม : 139

     กองหน้าทีมชาติอุรุกวัยสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในสีเสื้อ เร้ด แมชีน ตลอดระยะเวลาสามปีครึ่งในรั้ว แอนฟิลด์ แถมได้รางวัลรองเท้าทองคำในซีซั่น 2013/14 หลังสอยตาข่ายได้ 31 ประตูอีกด้วย หากแต่น่าเสียดายที่ทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์ไปไม่ถึงแชมป์ลีกเนื่องจากตกเป็นรอง แมนฯ ซิตี้ ทีมแชมป์แค่สองแต้มเท่านั้น

     รวมเบ็ดเสร็จ แชมป์ลีกคัพจึงเป็นโทรฟี่ใบเดียวที่หัวหอกฟันจอบได้รับสมัยสวมวิญญาณเป็นพลพรรคหงส์แดง

     ถึงอย่างนั้น ซัวเรซ ก็ย้ายไปได้ดีในลีกกระทิงดุโดยได้แชมป์ ลา ลีกา ห้าสมัยในเวลาเจ็ดปีกับทั้ง บาร์เซโลน่า และ แอตเลติโก มาดริด บวกกับถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก ตลอดจนรั้งอันดับสามดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของถิ่น คัมป์นู ด้วย (198 ประตู)

     อย่างไรเสีย วันอังคารนี้ ซัวเรซ จะต้องวัดความคมกับ ซาลาห์ เนื่องจากทีมตราหมีจะเปิดบ้านฟัดกับต้นสังกัดเก่าใน พรีเมียร์ลีก ของเขาทำศึก แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม

 

 - โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ (2015- ปัจจุบัน)

 เกม : 217

 ประตู : 70

 แอสซิสต์ : 43

 ประตูต่อนาที : 236

     ถือเป็นหนึ่งในสามประสานแดนหน้าสุดอันตรายของ ลิเวอร์พูล เช่นเดียวกับ ซาลาห์ และ มาเน่

     แม้อันที่จริงจะสวมบทกองหน้าเป็นหลัก แต่รวมแล้วมีผลงานการยิงประตูทุกๆหนึ่งลูกในสองเกมครึ่ง

     กระนั้นก็ดี พ่อค้าแข้งแซมบ้าสามารถสร้างผลงานแอสซิสต์ได้มากกว่าทุกคนในลิสต์นี้

 

- เฟร์นานโด ตอร์เรส (2007-2011)

 เกม : 102

 ประตู : 65

 แอสซิสต์ : 12

 ประตูต่อนาที : 121

     หากจะวัดกันที่อัตราประตูเฉลี่ยต่อนาที ต้องบอกว่าดาวยิงสแปนิชเจ๋งที่สุดในทำเนียบนี้จากจำนวนเกมที่เขาลงสนามให้กับหงส์แดง

     ค้าแข้งกับ เร้ด แมชีน สามปีครึ่งเช่นเดียวกับ ซัวเรซ ก่อนตัดสินใจย้ายไปล่าความสำเร็จกับสโมสรอื่นเนื่องจากไม่มีโทรฟี่กับ เร้ด แมชีน เลยแม้แต่รายการเดียว

     และหลังจากอำลาสังเวียนแข้ง แอนฟิลด์ ไปร่วมทีม เชลซี ในราคา 50 ล้านปอนด์ ตอร์เรส ก็ลงบู๊ให้กับ สิงห์บลูส์ มากกว่า หงส์แดง แต่สอยตาข่ายได้น้อยกว่า

    ถึงอย่างนั้นเขาก็มีความสำเร็จกับรั้ว สแตมฟอร์ด บริดจ์ ทั้งได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ลีก , ยูโรปาลีก และ เอฟเอคัพ

 

- เดิร์ก เคาท์ (2006-2012)

 เกม : 208

 ประตู : 51

 แอสซิสต์ : 27

 ประตูต่อนาที : 309

     ดาวเตะดัตช์นับเป็นพ่อค้าแข้งยอดขวัญใจแฟนบอล ลิเวอร์พูล จากความมุ่งมั่นขยันขันแข็งที่เจ้าตัวแสดงให้เห็นในสนาม

     อย่างไรก็ดี แม้จะได้ลงบู๊ใน พรีเมียร์ลีก แต่ละซีซั่นกับ หงส์แดง เกินกว่า 30 นัด แต่เขาไม่เคยสอยตาข่ายได้มากกว่า 13 ประตูเลย

     รวมแล้วได้แชมป์ ลีกคัพ ใบเดียวกับ ลิเวอร์พูล ในซีซั่นสุดท้ายของเขากับสโมสร
 


 - แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ (2013-2019)

 เกม : 116

 ประตู : 50

 แอสซิสต์ : 15

 ประตูต่อนาที : 136

     ดาวยิงอิงลิชตะบันประตูใน พรีเมียร์ลีก ได้ 50 ลูก แต่ซีซั่นแรกกับอีกครึ่งซีซั่นต่อมาสอยตาข่ายให้ทีมในลีกได้มากถึง 31 ประตู

     คว้าอันดับสองดาวซัลโวสูงสุดของ พรีเมียร์ลีก ในซีซั่น 2013/14 รองจาก ซัวเรซ (31ประตู)  จากผลงาน 21 ประตู กลายเป็นคู่หัวหอกสุดอันตรายที่เกือบพาทีมซิวแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้ แต่เสียท่าให้ แมนฯ ซิตี้ แค่สองแต้มเท่านั้น

     ทว่าหลังจากถูกอาการบาดเจ็บเล่นงาน ดาวยิงผิวสีก็ไม่เคยพังประตูได้เกินสองหลักอีกเลย ไม่ว่าจะเป็นกับ ลิเวอร์พูล ในช่วงท้าย รวมถึงการย้ายไปหากินกับ เวสต์บรอมวิช และ แทรบซอนสปอร์

 

 - เอียน รัช ( 1992-1996 นับเฉพาะช่วงพรีเมียร์ลีก)

 เกม : 130

 ประตู : 45

 แอสซิสต์ : 9

 ประตูต่อนาที : 235

     จากความเป็นจริง รัช เป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ ลิเวอร์พูล จากการทะลวงประตูได้รวม 346 ลูกซึ่งแบ่งเป็นประตูในลีกอังกฤษ 229 ลูก

     อย่างไรก็ดี เมื่อนับเฉพาะช่วงที่ พรีเมียร์ลีก ก่อกำเนิดในปี 1992 หัวหอกเวลส์มีอายุ 30 ปีแล้ว จึงแน่นอนว่าเขาคลำเป้าก่อนหน้านั้นได้อย่างเป็นกอบเป็นกำมากกว่า

     รวมแล้ว รัช รับใช้ หงส์แดง สองช่วงเวลารวม 15 ปี และแม้จะมีเรตการยิงประตูต่อเกมต่ำต้อย แต่ก็ยังเช็คบิลในลีกได้อีก 45 ลูกในสี่ซีซั่นก่อนอำลา เร้ด แมชีน ไปค้าแข้งกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »