ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » พรีเมียร์ลีก อังกฤษ » เด็กมันมีของ, โดนลูบคมแต่สอยทบต้นทบดอก ! ผ่า 5 ข้อ ลิเวอร์พูล ทุบ ชรูว์สบิวรี่

เด็กมันมีของ, โดนลูบคมแต่สอยทบต้นทบดอก ! ผ่า 5 ข้อ ลิเวอร์พูล ทุบ ชรูว์สบิวรี่

Posted 10/01/2022 by siamsport

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล จัดชุดผสมผสานแข้งดาวรุ่งกับนักเตะชุดใหญ่ลงสนามรับมือ ชรูว์สบิวรี่ ที่แอนฟิลด์ ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา โดนพวกเขาโดนลูบคมไปก่อนเมื่อทีมเยือนได้ประตูนำในช่วงเกือบครึ่งชั่วโมง แต่หลังจากที่ตั้งสติได้ทัพ "หงส์แดง" ก็สยายปีกไล่บุกบดบี้ขยี้ผู้มาเยือนจาก ลีก วัน แบบไม่ให้หายใจหายคอ ก่อนจะตะบันคืน 4 ลูกรวดส่งผลให้พวกเขาถลุงคู่แข่งไป 4-1 ทะลุเข้ารอบ 4 ไปพบกับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้

1. เอฟเอ คัพ โทรฟี่ที่ คล็อปป์ ต้องได้

ลิเวอร์พูล ไม่เคยได้สัมผัสแชมป์ เอฟเอ คัพ อีกเลยนับตั้งแต่ปี 2006 และครั้งสุดท้ายที่พวกเขามีโอกาสได้แชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศก็คือการสอยโทรฟี่ลีก คัพ (คาราบาว คัพ) เมื่อปี 2012

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาถือว่ายาวนานมากๆ สำหรับสโมสรที่มีประวัติศาสตร์คว้าแชมป์มากมายที่ไม่ได้แชมป์หนึ่งในฟุตบอลถ้วยที่ถือว่าเก่าแก่ที่สุดในโลก ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลกมากๆ

สำหรับในฤดูกาลนี้ "เดอะ เร้ดส์" ยังคงมีลุ้นแชมป์ทุกรายการ กระนั้นในเรื่องของแชมป์พรีเมียร์ลีก อาจจะค่อนข้างยากเนื่องจาก "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นำเป็นจ่าฝูงและมีคะแนนทิ้งห่าง ลิเวอร์พูล ถึง 11 คะแนน

นอกจากนี้ ลิเวอร์พูล มีคิวที่จะต้องทำศึกคาราบาว คัพ รอบตัดเชือก กับ อาร์เซน่อล ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นโอกาสดีอีกรายการที่พวกเขาจะสามารถเก็บเกียรติประวัติในซีซั่นนี้

สำหรับฟุตบอลถ้วยในอังกฤษถือเป็นรายการที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังไม่เคยคว้าแชมป์ ดังนั้นหากเขาสามารถทำได้หนึ่งในสองรายการ หรือได้ทั้งสองโทรฟี่ จะเป็นการเติมเต็มความสำเร็จให้กับ นายใหญ่ชาวเยอรมัน ด้วย
 
2. เด็กดาวรุ่งผลงานไม่ธรรมดา

"หงส์แดง" มีปัญหาเรื่องตัวผู้เล่นทั้งบาดเจ็บ, ติดโควิด และยังต้องไปรับใช้ประเทศทำศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ นั่นจึงเป็นไฟต์บังคับให้ คล็อปป์ ต้องใช้ทีมลูกผสมระหว่างดาวรุ่งกับแข้งประสบการณ์

นักเตะอย่าง คอเนอร์ แบร๊ดลี่ย์, ดิซอน บอนเนอร์, ไทเลอร์ มอร์ตัน,  เคด กอร์ดอน และ แม็กซ์ โวลท์มันน์ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง แม้ว่าพวกเขาจะเจอกับ ชวูร์สบิวรี่ ทีมระดับลีก วัน ก็ตามแต่เด็กๆ เหล่านี้อายุเฉลี่ยแค่ 19 ปีกระดูกและชั้นเชิงลูกหนังอาจจะยังไม่แข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ทำผลงานได้โดดเด่นอย่าง บอนเนอร์ เล่นได้กลางได้ดี และเกือบทำประตูได้แต่โดน มาร์โก มาโรซี่ โชว์ซูเปอร์เซฟป้องกันเอาไว้ได้ ขณะที่  โวลท์มันน์ อาจจะเจอกับงานหนักในการกดดันแนวรับคู่แข่ง และไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะโดนเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่ง

สำหรับ กอร์ดอน ต้องบอกเลยว่าฟอร์มโดดเด่นอย่างมากโดยเขามีโอกาสซัดประตูตั้งแต่ต้นเกม แต่โดน มาโรซี่ ปัดออกไปอย่างหวุดหวิด นอกจากนี้ยังโชว์ทักษะยิงประตูตีเสมอให้ทีมด้วย ในส่วนของ มอร์ตัน กับ แบร๊ดลี่ย์ เล่นได้ตามมาตรฐานของตัวเอง

แน่นอนว่าประสบการณ์ในการได้เล่นให้กับทีมชุดใหญ่ และในแมตช์ที่สำคัญแบบนี้จะช่วยทำให้บรรดาดาวรุ่งที่ได้ลงสนามมีความมั่นใจมากขึ้น ขณะที่พวกดาวรุ่งคนอื่นๆ ก็มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างผลงานให้ดี เพื่อจะได้มีโอกาสแบบนี้ในรอบต่อไป

3. ทดลองแนวรุก 3 ประสาน

หนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจของ ลิเวอร์พูล ในแมตช์นี้ก็คือแนวรุกสามประสานของทีมจะมีรูปโฉมแบบไหน เนื่องจากพวกเขาขาดสองกำลังหลักที่ช่วยถล่มประตูให้ทีมมาตลอดในช่วงที่ผ่านมา

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ ซาดิโอ มาเน่ เดินทางไปรับใช้ทีมชาติอียิปต์ และ เซเนกัล ตามลำดับในการทำศึกชิงแชมป์แห่งทวีปแอฟริกา ซึ่งถือเป็นปัญหาที่ คล้อปป์ ต้องขบคิดเนื่องจากเขามักใช้งานสองคนนี้ กับ ดีโอโก้ โชต้า ในการไล่ล่าตาข่ายคู่แข่งมาตลอด

สำหรับในแมตช์นี้ถือเป็นโอกาสดีที่ คล็อปป์ จะได้ทดลอง 3 ประสานที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนั่นก็คือการใช้งาน เคอร์ติส โจนส์, แม็กซ์ โวลท์มันน์ และ เคด กอร์ดอน ต้องบอกเลยว่าถือเป็นการทดลองที่่ค่อนข้างเสี่ยงมากๆ และดูเหมือนไม่เวิร์กซะด้วย

เอาเข้าจริงๆ มีแค่ กอร์ดอน เท่านั้นที่ทำผลงานได้โดดเด่น ดังนั้นสามตัวเลือกแรกที่ คล็อปป์ จะนำมาใช้ในเกมลีกที่จะพบกับ เบรนท์ฟอร์ด และ คริสตัล พาเลซ น่าจะเป็น โชต้า กับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ส่วนอีกรายคงต้องลุ้นระหว่าง ดิว็อค โอริกี้ กับ ทาคุมิ มินามิโนะ

ส่วนในเกมคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ ทั้งสองแมตช์ที่จะพบกับ "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล งานนี้ดูเหมือนสาวก "เดอะ ค็อป" มีโอกาสจะได้เห็นผลงานจี๊ดจ๊าดของ กอร์ดอน อีกครั้งก็ได้

4. พึ่งพาแข้งประสบการณ์เพื่อเอาตัวรอด

แม้ว่าในแมตช์นี้ คล็อปป์ จะจัดนักเตะไร้ประสบการณ์ลงสนามหลายคนก็ตาม แต่ในตำแหน่งสำคัญอย่างคู่เซนเตอร์แบ็ก และแดนกลางยังคงต้องพึ่งพาพวกนักเตะมีประสบการณ์คอยช่วยประคับประคอง

อิบราฮิม่า โกนาเต้ และ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ คอยทำหน้าที่คุมเชิงในแนวรบ ขณะที่ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ทำหน้าที่ในตำแหน่งแบ็กซ้าย ส่วนแบ็กขวาเป็หน้าที่ของ แบร๊ดลี่ย์ เนื่องจาก เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ติดโควิด 

การได้สามกองหลังที่ผ่านประสบการณ์โชกโชนช่วยให้ ลิเวอร์พูล ไม่ต้องเจองานหนักมากนักในการรับมือเกมบุกของทีมเยือน แม้พวกเขาจะชะล่าใจโดนลูบคมไปก่อนก็ตาม แต่หลังจากนั้น ชรูว์สบิวรี่ ก็แทบทำอะไรไม่ได้เลย

ส่วนแดนกลางการมี ฟาบินโญ่ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับดาวรุ่งอย่าง มอร์ตัน และ บอนเนอร์ ช่วยให้นักเตะทั้งสองคนเล่นด้วยความผ่อนคลาย และกล้าที่จะแสดงผลงานได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าจะไม่ได้โดดเด่นมากนักก็ตาม

ดังนั้นต้องยอมรับว่าพวกแข้งเก๋าที่ลงสนามในแมตช์นี้มีส่วนสำคัญต่อชัยชนะของทีมอย่างมาก และในรอบ 4 ที่จะพบกับ  คาร์ดิฟฟ์ งานนี้ คล็อปป์ น่าจะให้โอกาสดาวรุ่งอีกครั้ง 

5. โควิดทำพิษค่ายเดอะ เร้ดส์ ปั่นป่วน

 ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในเกมคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ อาร์เซน่อล จำเป็นต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากทัพ "หงส์แดง" เกิดการระบาดอย่างหนักของโควิด-19

ผลกระทบดังกล่างทำให้ทีมสตาฟฟ์ และนักเตะของ "หงส์แดง" ติดโควิดกันระนาว ขณะที่ก่อหน้านี้เมื่อเดือนที่ผ่านมา "เดอะ เร้ดส์" ก็เจอกับปัญหานี้เพราะทั้ง ติอาโก้ อัลกันทาร่า, โฌแอล มาติป, ฟีร์มีโน่, อลิสซง เบ็คเกอร์, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, ฟาบินโญ่ และ เคอร์ติส โจนส์ ก็โดนไวรัสมรณะเล่นงานเช่นกัน

แม้ว่านักเตะที่กล่าวมาจะหายป่วยแล้วแต่ก็มีบางคนที่ยังเล่นได้ไม่เต็มที่ ขณะที่ล่าสุด เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กลายเป็นแข้งคนใหม่เอี่ยมอ่องที่มีผลตรวจเป็นบวก

ลิเวอร์พูล มีคิวที่จะต้องพบกับ อาร์เซน่อล ในเกมคาราบาว คัพ รอบตัดเชือก พบ อาร์เซน่อล ในวันพฤหัสบดีนี้ แต่ก็ไม่ชัวร์ว่าจะมีขุมกำลังคนไหนที่โดนโควิดเล่นงานต่อจาก "หนุ่มเทรนต์" อีกหรือไม่  งานนี้คงต้องลุ้นกันแบบวันต่อวัน....

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »