ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง Match Center ข้อมูล โปรแกรมทีวี คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » ยูฟ่า /ยูโรป้าลีก/ยูโรคัพ » ซาลาห์เบิ้ล! มาเน่ยิงทีมเก่า-ลิเวอร์พูลใจหายใจคว่ำบี้ซัลล์บวร์ก เก็บชัยแรกชปล.

ซาลาห์เบิ้ล! มาเน่ยิงทีมเก่า-ลิเวอร์พูลใจหายใจคว่ำบี้ซัลล์บวร์ก เก็บชัยแรกชปล.

Posted 03/10/2019 by siamsport

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กลายเป็นฮีโร่หลังเหมาคนเดียวสองประตู และซัดประตูชัยในช่วงครึ่งหลังให้แชมป์เก่า ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ ซัลซ์บวร์ก ไปแบบหืดจับ 4-3 คว้าสามแต้มแรก และชัยชนะนัดแรกในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม อี เมื่อคืนวันพุธที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา

    เริ่มครึ่งแรกมมาได้แค่ 3 นาที กลายเป็นทีมเยือน ซัลซ์บวร์ก ที่ได้ทักทายก่อนหลัง แพทสัน ดาก้า จ่ายบอลให้ ทาคูมิ มินามิโนะ ห้องเครื่องชาวญี่ปุ่นส่องไกลนอกกรอบบอลพุ่งเฉียดกรอบไปแบบได้ลุ้น

    ทว่า นาทีที่ 9 โอกาสยิงเข้ากรอบครั้งแรกของ "หงส์แดง" กลายเป็นประตูขึ้นนำ 1-0 ทันที จากจังหวะที่ ซาดิโอ มาเน่ ได้บอลทางซ้ายแล้วเล่นหนึ่งสองฝากให้ ฟีร์มีโน่ จ่ายบอลเร็วคืนให้ มาเน่ หลุดเข้าไปยิงสวนตัว ซิซาน สตานโควิช เข้าไป ซึ่งถือเป็นการยิงทีมเก่า และดาวยิงชาวเซเนกัลไม่แสดงอาการดีใจอย่างใดหลังเคยอยู่กับทีมซัลซ์บวร์กมาช่วง 2012-14

    นาที 25 สกอร์ของเจ้าถิ่นขยับนำห่างเป็น 2-0 บอลขึ้นจาก แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ฝากเข้ากลางให้ เฮนเดอร์สัน เล่นชิ่งกับซาลาห์ แล้วป้ายออกขวาให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ สปีดถึงเส้นหลังแล้วครอสเลียดมาเสาแรกให้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน วิ่งมาแทร็ปอินยิงด้วยซ้ายเข้าไปอย่างสวยงาม

    นาที 31 ซัลซ์บวร์ก ได้โอกาสลุ้นตีไข่แตกบ้าง หลัง โดมินิค โซบอสซ์ไล จ่ายตัดแนวรับหงส์แดงให้ ทาคูมิ มินามิโนะ หลุดเข้าไปซัดเสาแรกแต่บอลยังไม่ผ่านมือ อาเดรียน ที่เซฟช่วยเจ้าถิ่นไว้ได้

    ทีมเยือนเมื่อทำไม่ได้ นาที 36 เจอเจ้าถิ่นสอยเม็ดที่สามทันที บอลขึ้นจาก โรเบิร์ตสัน จ่ายให้ ซาดิโอ มาเน่ เปิดไปเสาแรกให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ โฉบมาโขกบอลไปติดเซฟของ สตานโควิช แต่บอลยังมาเข้าทาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซ้ำด้วยซ้ายไปติดมือนายด่านซัลซ์บวร์กก่อนปลิ้นเข้าประตูไป ลิเวอร์พูล นำห่าง 3-0

    แต่ออีก 3 นาทีถัดมาทีมเยือนมาไล่ตีไข่แตกสำเร็จ เอน็อค เอ็มเวปู เลี้ยงตัดเข้ากลางแล้วจ่ายให้ ฮวาง ฮี-ชาน ได้บอลแล้วพาเข้ากรอบก่อนจะล็อคหลบ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ชนิดเสียคน ก่อนจะตะบันด้วยซ้ายพุ่งเสียบเสาไกลอย่างสวยงามให้ซัลซ์บวร์กไล่มา 1-3

    จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ขึ้นนำซัลซ์บวร์ก 3-1

    ครึ่งหลัง เริ่มมาได้แค่ นาที 49 อาเดรียน เกือบทำให้หงส์แดงต้องเสียประตูที่สอง หลังรับบอลคืนจาก โจ โกเมซ ก่อนจะเตะไปอัด แพทสัน ดาก้า โชคดีที่บอลไม่ตรงกรอบ

    แต่จนแล้วจนรอด นาที 56 ซัลซ์บวร์ก มาพังประตูไล่เจ้าถิ่นมา 2-3 จากจังหวะที่แข้งหงส์เสียสมาธิ จากฟรีคิกเล่นเร็วบอลมาถึง ฮวาง ฮี-ชาน ครอสบอลไปเสาสองถึง ทาคูมิ มินามิโนะ วิ่งมาวอลเลย์ด้วยขวาบอลติดไซด์หนี โรเบิร์ตสัน ก่อนกระทบพื้นหนีมือ อาเดรียน เข้าไป

    จากนั้น เจสซี่ มาร์ช เพิ่มความหนักส่ง เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ ซึ่งยิงแฮตทริกมาเกมแรกใส่เกงค์ลงไปเล่นแทน แพทสัน ดาก้า

    กระทั่งนาทีที่ 60 แฟนหงส์แดงจะช็อกตาตั้งเมื่อ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ แผลงฤทธิ์จนได้หลังอยู่ในสนามไม่กี่นาที วิ่งโล่งๆไร้ตัวประกบเข้าไปรับบอลจาก ทาคูมิ มินามิโนะ ที่ครอสเลียดมาในกรอบ 6 หลาก่อนยิงด้วยซ้ายง่ายๆเข้าไป ให้ ซัลล์บวร์ก ไล่ตีเสมอ ลิเวอร์พูล 3-3

    กระนั้น นาที 69 ลูกทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ มาได้ประตูหนีห่าง 4-3 จนได้ จากจังหวะที่ ฟาบินโญ่ เข้าไปแย่งบอลจากทีมเยือนบอลลอยมาถึง ฟีร์มีโน่ โขกชงต่อให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดเข้าไปกดด้วยซ้ายผ่านมือ สตานโควิช เข้าไป เป็นประตูที่สองในเกมนี้ของดาวเตะชาวอียิปต์

    ช่วงเวลาที่เหลือแม้ ซัลซ์บวร์ก จะมีลูกตอบโต้และเกือบจะเจาะแนวรับเจ้าถิ่นได้อีก แต่ "หงส์แดง" ยังช่วยกันไว้ได้ก่อนจะรักษาสกอร์ก่อน จบการแข่งขันเป็นอันว่า ลิเวอร์พูล คว้าชัยชนะเหนือ ซัลซ์บวร์ก แบบหืดจับ 4-3 เก็บชัยชนะนัดแรก และสามแต้มแรกได้สำเร็จ

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาเดรียน - เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม - โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่

        เทรนเนอร์ : เยอร์เก้น คล็อปป์   
 
        ซัลซ์บวร์ก (4-4-2) : ซิซาน สตานโควิช - ราสมุส นิสเซ่น คริสเตนเซ่น, เฌอโรม องกูเอเน่, มักซิมิเลียน วือเบอร์, อันเดรียส์ อูลเมอร์ - โดมินิค โซบอสซ์ไล, ซลัตโก้ ยูนูโซวิช, เอน็อค เอ็มเวปู, ทาคูมิ มินามิโนะ - ฮวาง ฮี-ชาน, แพ็ทสัน ดาก้า

        เทรนเนอร์ : เจสซี่ มาร์ช    

        ผู้ตัดสิน : อันเดรียส เอ็คเบิร์ก

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

คลิปไฮไลท์

More »