ผลคะแนนและราคา 2 in 1 คะแนนในการแข่งสด ผลการแข่งขัน ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง ข้อมูล คะแนนบาสเก็ตบอล
ฟุตบอล » ยูฟ่า /ยูโรป้าลีก/ยูโรคัพ » มนต์ขลังแอนฟิลด์! เจาะ 5 ประเด็นก่อนเกม ลิเวอร์พูล ฟัด อตาลันต้า

มนต์ขลังแอนฟิลด์! เจาะ 5 ประเด็นก่อนเกม ลิเวอร์พูล ฟัด อตาลันต้า

Posted 25/11/2020 by siamsport

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล พร้อมเต็มสูบสำหรับการรับมือ อตาลันต้า ที่สนามแอนฟิลด์ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี นัดที่ 4 โดยงานนี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าตัวเก่งสภาพร่างกายฟิตสมบูรณ์หลังหายจากโควิด-19 และพร้อมกลับมาช่วยทีมแล้ว

สำหรับผลงานของ "เดอะ เร้ดส์" ในช่วงที่โดนปัญหารุมเร้าต้องบอกว่ายอดเยี่ยมมากๆ เพราะผู้เล่นกำลังสำรองสามารถทดแทนนักเตะตัวหลักได้ดี โดยในแมตช์รับมือทีมดังจากเมืองแบร์กาโม่ คาดหว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ อาจจะเลือกพักนักเตะหลายคน เพื่อให้สภาพร่างกายสดสำหรับเกมพรีเมียร์ลีก ในแมตช์ต่อไป

1. มิลเนอร์ พร้อมประจำการในแดนกลาง

ผลงานของ มิลเนอร์ ในเกมล่าสุดที่ช่วย ลิเวอร์พูล ชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้รับคำชื่นชมอย่างมาก เพราะนักเตะเป็นคีย์แมนสำคัญทางริมเส้นฝั่งขวา ที่คอยเติมเกมบุก และลงมาช่วยเกมรับได้อย่างไม่มีที่ติ แถมพอถูกจับมายืนตรงกลางช่วงครึ่งหลังก็ยังสร้างโอกาสให้พื่อนร่วมทีมได้อย่างสุดยอด

คล็อปป์ จำเป็นต้องส่ง มิลเนอร์ ลงมาเล่นแบ็กขวาแทนที่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ในเกมลีกนัดล่าสุด โดยเขาเติมเต็มในตำแหน่งนี้ได้อย่างเพอร์เฟกต์ โดยช่วยสร้างสรรค์เกมได้อย่างเนียนตา พร้อมทั้งยังมีพลังเหลือเฟือในการลงมาช่วยเกมรับได้ตลอด

มิลเนอร์ มีส่วนกับชัยชนะเหนือ เลสเตอร์ อย่างมาก เพราะประตูแรกได้มาจากการเปิดเตะมุมของเขาก่อนที่ จอนนี่ อีแวนส์ จะโหม่งเข้าประตูตัวเอง ส่วนประตูติดท้ายมาจากจังหวะเตะมุมที่เปิดให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ โหม่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย ขณะที่เมื่อถูกจับมาเล่นตรงกลางแทน นาบี เกอิต้า เจ้าตัวก็ยังสร้างโอกาสสวยๆ ให้ ดีโอโก้ โชต้า และ ซาดิโอ มาเน่ แต่น่าเสียดายที่ทั้งคู่ไม่สามารถทำประตูในจังหวะเหล่านั้นได้

สำหรับเกมกับ อตาลันต้า นั้น หาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ยังไม่ฟิตสมบูรณ์ งานนี้คงได้เห็น มิลเนอร์ ลงไปทำหน้าที่ประจำแผงมิดฟิลด์อีกครั้ง และเชื่อว่าด้วยประสบการณ์กับพละกำลังของเขา ยังคงมีส่วนสำคัญที่จะสร้างสรรค์เกมให้ "หงส์แดง" ได้อีกแน่นอน
 
2. แนวรุกจะเอายังไงเมื่อ ซาลาห์ กลับมาแล้ว

เรื่องดีๆ ที่น่าปวดหัวสำหรับ คล็อปป์ ก็คือเขาจะจัดแนวรุกยังไงเมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หายจากโควิด-19 และพร้อมลงสนามให้กับทีม เพราะนั่นหมายความว่า "เดอะ เร้ดส์" จะมีสุดยอดตัวรุก 4 คนอยู่ในทีม ซึ่งคงทำให้ คล็อปป์ รู้สึกรักพี่เสียดายน้องขึ้นมาทันที

หากจะเลือกจับทั้ง 4 คนลงสนามพร้อมกันในเกมกับ อตาลันต้า อาจจะไม่มีความจำเป็นขนาดนั้น เพราะด้วยการที่พวกเขาเก็บชัยชนะในเกมถ้วยใบโตมาแล้ว 3 แมตช์ติด ฉะนั้นโอกาสที่จะได้ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ค่อนข้างสูง จึงไม่จำเป็นต้องเล่นเหมือนหลังพิงฝา

ในกรณีนี้หากมองตามหลักเหตุและผลทั้ง 4 คนทำผลงานได้ดีไม่มีที่ติ แม้ ฟีร์มีโน่ อาจจะมีภาษีน้อยกว่าหน่อยเนื่องจากฟอร์มยิงประตูค่อนข้างอัตคัด แต่ก็เป็นไปได้ที่ คล็อปป์ จะให้โอกาสเขาลงสนาม แต่เลือกพัก ซาดิโอ มาเน่ เพราะนักเตะลงสนามเยอะมากในช่วงที่ผ่านมา

ฉะนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่ นายใหญ่ชาวเยอรมัน จะจับสามแนวรุกเป็น ดีโอโก้ โชต้า ซึ่งสร้างสถิติเป็นแข้ง "หงส์แดง" คนแรกที่ยิงในแอนฟิลด์ เกมลีก 4 แมตช์ติดต่อกัน, ฟีร์มีโน่ และ "โม ซาลาห์" ลงทำหน้าที่กระซวกตาข่ายทีมดังจากเมืองแบร์กาโม่

3. แอนฟิลด์ยังคงน่าเกรงขามในเกมยุโรป

ตอนนี้ยอดทีมแห่งลุ่มแม่น้ำเมอร์ซี่ย์สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น 8 เกมติดต่อกันจากการลงสนามทุกรายการในฤดูกาลนี้ โดยนับตั้งแต่ที่แพ้ "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า 7-1 เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่ามา คล็อปป์ ก็จัดการอบรมบ่มนิสัยลูกทีมจนทำให้พวกเขากลับมาฟอร์มร้อนแรงอีกครั้ง

8 แมตช์ที่ผ่านมาเป็นการเก็บชัยชนะ 6 แมตช์เสมอ 2 เกมเท่านั้น ที่สำคัญในเกมพรีเมียร์ลีก นัดล่าสุดที่ไล่ต้อน เลสเตอร์ ซิตี้ 3-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาสร้างสถิติไม่แพ้ทีมใดเลยในบ้านกับการเล่นเกมลีกทั้งหมด 64 แมตช์ซึ่งเป็นสถิติใหม่ในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร

ในส่วนของเกมรุกต้องบอกว่า "เดอะ เร้ดส์" กำลังฟอร์มเข้าฝักแต่ในเกมรับก็ค่อยๆ ปรับตัวได้ดีขึ้นแม้จะเสียประตูบ้าง แต่ก็เสียแค่ 5 ประตูจาก 8 เกมหลังสุด ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ ฉะนั้นการรับมือกับ อตาลันต้า ในเกมวันพุธนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่ทีมเยือนอาจจะโดนตอกย้ำผลการแข่งขันเหมือนกับเกมแรกที่พวกเขาแพ้ แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 0-5

อย่างไรก็ตาม คล็อปป์แอนด์โค. ก็ต้องระมัดระวังเกมรุกของ อตาลันต้า เช่นกัน เนื่องจากซีซั่นที่ผ่านมาพวกเขาเป็นทีมที่ยิงประตูมากที่สุดในกัลโช่ เซเรีย อา จำนวน 98 ประตู ขณะที่ในซีซั่นนี้แม้ผลงานจะไม่ค่อยดีนักแต่พวกเขายังคงรักษาฟอร์มกระซวกตาข่ายโดยซัดในลีกไปถึง 18 ประตู จาก 8 เกมเหนือกว่า ยูเวนตุส ด้วยซ้ำ

ฉะนั้น ลิเวอร์พูล ห้ามประมาทเด็ดขาด เพราะเกมบุกของ อตาลันต้า ยังคงน่ากลัว ส่วนเกมรับ....กรณีนี้ขอละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ

4. คู่เซนเตอร์แบ็ก คล็อปป์ จะเลือกใครดี

ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่กับการขาดเซนเตอร์แบ็กทั้ง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และ โจ โกเมซ ทำให้ คล็อปป์ จำเป็นต้องใช้งาน ฟาบินโญ่ ซึ่งตอนนี้หายเจ็บกลับมาแล้ว และสามารถยืนร่วมกับ โฌแอล มาติป ได้อย่างแข็งแกร่ง ทำให้เกมรับของ "เดอะ เร้ดส์" กลับมาเหนียวแน่นอีกครั้้ง

อย่างไรก็ตามด้วยโปรแกรมที่เตะกันแบบ 3 วันต่อเกมคงทำให้ นายใหญ่เลือดด๊อยท์ช ต้องขบคิดเรื่องการใช้ผู้เล่นโดยเฉพาะตำแหน่งกองหลัง เนื่องจาก มาติป เป็นเซนเตอร์แบ็กอาชีพเพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วน ฟาบินโญ่ ก็แค่เล่นชั่วคราว ฉะนั้นจึงไม่ควรที่จะใช้งานหนักแบบถี่ยิบเพราะเสี่ยงบาดเจ็บ

ด้วยเหตุนี้ คล็อปป์ คงอาจจะใช้งาน รีส วิลเลี่ยมส์ ลงเล่นตัวจริง เพราะด้วยสถานการณ์ของทีมในแชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาไม่ได้กดดันมากนัก ขณะเดียวกันแม้ อตาลันต้า จะมีเกมรุกที่น่ากลัว แต่ดูแล้ว มาติป กับ วิลเลี่ยมส์ น่าจะสามารถรับมือได้ไม่ยากนัก

ขณะที่ตำแหน่งแบ็กขวา แม้ "เจ้าหนูเทรนต์" จะหายเจ็บแล้ว แต่ คล็อปป์ อาจเลือกให้พักต่อเพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์ที่สุด และจับ เนโก วิลเลี่ยมส์ ทำหน้าที่แทน ขณะที่แบ็กซ้าย แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แม้จะฟอร์มฮอตเหลือเกิน แต่ก็น่าจะถูกพักเช่นกัน โดยให้ คอสตาส ซิมิคาส ได้ลงไปยืดเส้นยืดสายบ้าง

5. อตาลันต้า ต้องเรียกศรัทธาคืนให้ได้

สถานการณ์ทีมของกุนซือ จาน ปิเอโร่ กาสเปรินี่ ไม่ค่อยสู้ดีนักเพราะพวกเขาเก็บชัยชนะได้แค่เกมเดียวจาก 6 แมตช์หลังสุดนับตั้งแต่ที่ชนะ เอฟซี มิดทิลแลนด์ ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก นัดแรก กลุ่ม ดี แถมเสียประตูบันเทิงอุรา จนทำให้ผลงานไม่ค่อยโสภาในฤดูกาลนี้

อตาลันต้า มีค่าเฉลี่ยยิงได้แค่ประตูเดียวต่อเกมจากผลงาน 6 แมตช์หลังสุด ทั้งๆ ที่พวกเขาซัดไปถึง 18 ประตูจาก 5 เกมก่อนหน้านี้ ฉะนั้นสิ่งสำคัญก็คือการมาเยือนแอนฟิลด์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมกกะลูกหนังที่บรรดาทีมเยือนตาหวาดหวั่น เนื่องจากเจ้าบ้านเล่นได้บุกดันเหลือเกิน พวกเขาจะต้องเอาชนะให้ได้

สำหรับในแมตช์นี้ อตาลันต้า ต้องกลับบ้านโดยมีอะไรติดไม้ติดมือ ไม่ว่าจะ 1 คะแนนหรือ 3 คะแนน เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่หากพวกเขาพ่ายแพ้ จะส่งผลต่อโอกาสในการเข้าไปเล่นรอบต่อไป เนื่องจากหนึ่งในแมตช์ที่เหลือพวกเขาต้องเจอกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม คู่แข่งแย่งอันดับโดยตรง

ดังนั้นเกมกับ ลิเวอร์พูล จึงมีความหมายต่อการต่อลมหายใจของพวกเขาในถ้วยใบโตยุโรปเลยทีเดียว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

TOP 5 ข่าวในรอบ 3 วัน

อัลบั้มภาพเด็ดๆ

More »

คลิปไฮไลท์

More »